เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๖๗

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 4 พฤษภาคม 2024.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    17,368
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2,328
    ค่าพลัง:
    +26,082
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๖๗


     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    17,368
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2,328
    ค่าพลัง:
    +26,082
    วันนี้ตรงกับวันเสาร์ที่ ๔ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๗ เป็นวันฉัตรมงคล ในนามคณะสงฆ์วัดท่าขนุน และประชาชนในชุมชนคุณธรรมต้นแบบวัดท่าขนุน ขอถวายพระพร..ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

    สำหรับวันนี้ท่านทั้งหลายก็จะเห็นได้ว่า เรื่องของการเตรียมเปิดงาน ๑๐ สุดยอดชุมชนคุณธรรมวัดท่าขนุนของเรานั้น แม้กระทั่งเมื่อครู่นี้ก็ยังมีการเปลี่ยนแปลง ก็คือเปลี่ยนจากการเลี้ยงอาหารกลางวันบรรดาแขกผู้ใหญ่ที่ร้านอาหารเรือนสวน เป็นใส่กล่องให้ท่านทั้งหลายเอาไปกินกันบนรถ

    เรื่องทั้งหลายที่เกิดขึ้น จะว่าไปแล้ว ถ้าหากว่าเราพินิจพิจารณาเป็น ก็จะไม่ออกอาการ "หัวจะปวด" อย่างเด็กวัยรุ่นสมัยนี้ เพราะว่าปวดมาหลายวันแล้ว..! ก็คือเราจะเห็นชัดเจนว่าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเราทรงเป็นอัจฉริยะจริง ๆ พระองค์ตรัสว่า สัพเพ สังขารา อนิจจา สรรพสิ่งทั้งหลายล้วนแล้วแต่หาความเที่ยงแท้แน่นอนไม่ได้ ก็คือสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา

    พวกท่านที่คุ้นชินกับกระผม/อาตมภาพแล้ว ก็คงจะเครียด เพราะว่าของกระผม/อาตมภาพบอกตอนนี้ อีก ๓ ปีก็คงยังทำแบบนี้ ถ้าอยู่ได้ถึง ๓๐ ปี ก็ยังคงทำแบบนี้ แต่ของเขาเปลี่ยนทุก ๓ นาที..! สรุปก็คือสัพเพ ธัมมา นาลัง อภินิเวสายะ สรรพสิ่งทั้งหลาย มิบังควรยึดมั่นถือมั่น เพราะว่าถ้ายึดมั่นถือมั่นเมื่อไรก็ สัพเพ สังขารา ทุกขา สร้างความทุกข์เกิดกับเราในทันทีทันใด..!

    ก็แปลว่าให้ตั้งสติรองรับความเปลี่ยนแปลงของงานไป โดยที่เตรียมเข้าไปแก้ไขปัญหาในหน้างานอย่างทันทีทันใด เราจะไปไว้วางใจว่าวางแผนเอาไว้อย่างนี้ แล้วต้องเป็นไปตามนี้ ถ้าทุกท่านสังเกตจะเห็นว่า ไม่ว่าจะเป็นกำหนดการใด ๆ ก็ตาม มักจะมีหมายเหตุไว้ตรงท้ายว่า "สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม"

    เพราะฉะนั้น..พรุ่งนี้เราก็เป็นนักการเมืองชั่วคราว ก็คืออะไรทำมาก็ "ได้ครับพี่" "ดีครับผม" "เหมาะสมครับท่าน" จบแค่นั้นเลย อย่าไปเครียดกับชีวิตมากมายนัก เขามาแค่พรุ่งนี้เท่านั้น แล้วเขาก็ไป อยู่ไม่ถึงครึ่งวัน..!

    ลักษณะแบบนี้ ที่บรรดาพระอริยเจ้าท่านทรงกำลังใจเอาไว้ก็คือ มีชีวิตแค่วันนี้เท่านั้น ถ้ายิ่งเป็นพระอริยเจ้าระดับสูง ก็คือเรามีชีวิตแค่ชั่วลมหายใจนี้เท่านั้น ในเมื่อมีชีวิตอยู่แค่วันนี้ หรือแค่มีชีวิตอยู่แค่ชั่วลมหายใจนี้ ทำไมเราจะอยู่ให้ดีไม่ได้ เนื่องเพราะว่าถ้าหมดลมหายใจลงไปวันนี้ หรือว่าหมดลมหายใจลงไปตอนนี้ เราก็หลุดพ้นจากกองทุกข์ ไปสู่พระนิพพาน
     
  3. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    17,368
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2,328
    ค่าพลัง:
    +26,082
    ในเมื่อเป็นเช่นนั้น กำลังใจก็จะไม่ยึดเกาะสิ่งต่าง ๆ ให้เกิดทุกข์แก่ตนเอง เพราะว่าแม้แต่การยึดมั่นถือมั่นในความดี ก็ก่อให้เกิดทุกข์ได้ เนื่องเพราะว่าถ้าไม่ดีอย่างที่เราตั้งใจเอาไว้ หรือว่ามีคนทำเสียหายไปเลย เราก็จะไปตำหนิติเตียนผู้อื่น ลืมคำว่า "ตัวกู ของกู" ไปแล้ว ก็คือจะกลายเป็นว่ากูดี แต่คนอื่นไม่ดี..!

    เรื่องพวกนี้ถ้าหากว่าเรามีการปฏิบัติธรรมที่มั่นคง ทรงสมาธิได้เป็นปกติ จะรับมือได้ง่ายมาก แต่ถ้าหากว่าทรงสมาธิไม่ได้ โอกาสเครียดก็มีสูงมาก ก็อย่างที่บอกว่าอาการ "หัวจะปวด" เกิดได้ทุก ๓ นาที แล้วนี่ผ่านมาตั้งหลายวันแล้ว จนป่านนี้ทุกอย่างก็ยังไม่ลงตัวจริง ๆ ยังไม่รู้ว่าช่วงเปิดงานพรุ่งนี้ เราจะเจอกับอะไรอีกบ้าง ?

    สิ่งแรกเลยก็คือพรุ่งนี้การบิณฑบาตสายตลาด ขอพระไปให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ลดจากสายอื่นลง หรืออาจจะลดเวรยามในจุดที่ไม่สำคัญลงด้วย เพราะว่าเป็น "การสร้างภาพ" อย่างหนึ่ง ถ้าสามารถดึงพระวัดสาขามาร่วมบิณฑบาตได้ด้วยจะดีมาก แต่บอกตอนนี้น่าจะไม่ทันแล้ว

    ประการที่สองก็คือ เมื่อใส่บาตรที่ตลาดริมแควเมืองท่าขนุนเสร็จแล้ว ท่านปลัดกระทรวงวัฒนธรรมจะเดินทางมาสักการะสมเด็จองค์ปฐม ๒๑ ศอกหน้าวัด ชมเส้นทางรถไฟสายมรณะที่เรารักษาเอาไว้ แล้วก็มากราบสักการะ หลวงพ่อทองคำ หลวงพ่อนาก หลวงพ่อเงิน ภายในศาลานี้ ช่วงนั้นพระของเราคงกำลังฉันเช้าอยู่ ใครที่ดูแลศาลา และดูแลเรื่องมัคคุเทศก์น้อย จะต้องเตรียมการรอไว้ตรงนี้เลย พูดง่าย ๆ ว่าต่อให้ไม่ถึงเวลาเปิดศาลา ถ้าท่านปลัดฯ มาถึงก็ต้องเปิด..!

    พอเสร็จจากตรงนี้แล้ว คณะของท่านก็จะเดินข้ามสะพานแขวนหลวงปู่สายไปฝั่งโน้น เพื่อที่จะพบกับขบวนต้อนรับที่จะแห่ไปสู่หน้างาน หลังจากนั้นก็จะเป็นการเริ่มพิธีเปิดตามกำหนดการที่ได้ลงตารางเอาไว้ คาดว่าทั้งหมดทั้งมวลนี้ น่าจะเสร็จสิ้นลงไม่เกิน ๑๐ โมงเช้า เนื่องเพราะว่าถ้าสายกว่านั้น ก็คงได้อาบแดด เป็น "เนื้อแดดเดียว" กันอีกตามเคย

    พูดง่าย ๆ ว่าต้องขอบคุณที่ท่านย้ายมาจัดในช่วงนี้ แทนที่จะจัดช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เพราะว่าช่วงนี้อากาศร้อนมาก พิธีการจะยืดเยื้อไม่ได้ ถ้าพิธีการยืดเยื้อเมื่อไร กลับไปถ้าเป็นคนของตัวเอง คงมีรายการ "เฉ่ง" กันเป็นแน่..!
     
  4. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    17,368
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2,328
    ค่าพลัง:
    +26,082
    แต่ว่าเรื่องนั้นก็ขอให้เป็นปัญหาของเขา ปัญหาของเราก็คือ เมื่อเลิกงานแล้ว จัดเก็บข้าวของทุกอย่างเข้าที่ให้เร็วที่สุด เพื่อที่ให้ทุกอย่างกลับเข้าสู่ระบบเดิมของเราให้เร็วที่สุด เนื่องเพราะว่าตัวกระผม/อาตมภาพเอง ก็ไม่ได้อยู่ดูงานต่อจากช่วงนั้น ฉันเพลเสร็จ ก็ต้องเดินทางเลย เพราะว่าบรรดาเจ้าอาวาสใหม่ที่จะเข้าอบรมของปีนี้ ต้องไปลงทะเบียนที่วัดไร่ขิงไม่เกินบ่าย ๓ โมงครึ่ง แล้วปีนี้ของจังหวัดกาญจนบุรีก็มีถึง ๒๐ กว่ารูป

    หลังจากนั้นก็เป็นงานอบรมเจ้าอาวาสใหม่ ซึ่งมีอยู่ทุกวัน ตั้งแต่วันที่ ๖ ไปถึงวันที่ ๑๐ พฤษภาคม วันที่ ๖ พิธีเปิด "ห้ามขาด" วันที่ ๑๐ พิธีปิด
    "ห้ามขาด" พูดง่าย ๆ ว่าถ้าจะตายก็อึดเอาไว้ก่อน พิธีเปิดหรือพิธีปิดเสร็จแล้วค่อยตาย..!

    ส่วนวันที่ ๘ คณะสงฆ์จังหวัดกาญจนบุรีเป็นเจ้าภาพถวายภัตตาหาร ซึ่งเขาขอมาแล้วว่าอำเภอละ ๓,๐๐๐ บาท กระผม/อาตมภาพเหมาจ่ายไปเรียบร้อยแล้ว ๕,๐๐๐ บาท ก็คือขอมาน้อยเกินไป แต่ท่านขอในภาพรวมของจังหวัด พอครบทุกอำเภอ บวกเจ้าคณะจังหวัด รองเจ้าคณะจังหวัด ก็ได้เพียงพอที่จะเลี้ยงพระวันนั้นอยู่แล้ว

    แต่กระผม/อาตมภาพก็ตั้งใจว่าจะถวายต่างหาก ช่วยงานหลวงพ่อเจ้าคณะภาค ๑๔ ด้วย เพราะว่างานแบบนี้มีแต่จ่ายกับจ่าย เนื่องเพราะว่าบรรดาวิทยากรทั้งหลาย ที่กระผม/อาตมภาพดูตามตารางที่กำหนดไว้ ล้วนแล้วแต่ "บิ๊กเนม" ทั้งนั้น ในเมื่อเป็นไปลักษณะนั้น การจ่ายค่าวิทยากร ไม่ใช่อัตราราชการ แต่ว่าเป็นอัตราวัดไร่ขิง ก็คงต้องจ่ายกันมากกว่าราชการหลายเท่า..!

    บรรดาพระเถระในเขตปกครองคณะสงฆ์ภาค ๑๔ เขาเอาไว้ใช้งานตอนทำวัตรเช้ากับทำวัตรค่ำ กระผม/อาตมภาพก็คงต้องแหกขี้ตาไปร่วมทำวัตรตอน ๖ โมงเช้าทุกวันตามปกติ พิธีปิดเสร็จเรียบร้อย ก็ต้องเดินทางไปประเทศจีน ก็แปลว่างวดนี้จะออกจากวัดไปรวดเดียว ๒ อาทิตย์..!
     
  5. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    17,368
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2,328
    ค่าพลัง:
    +26,082
    สิ่งหนึ่งที่อยากจะบอกกับพวกเราก็คือว่า อย่ารอทำความสะอาดวัดแค่ตอนเช้ากับตอนเย็น อย่างวันนี้ที่ทางรายการ "ลายกนก ยกสยาม" มาถ่ายทำ บริเวณที่ถ่ายทำยังมีใบไม้แห้งร่วงหล่นอยู่

    พูดง่าย ๆ ว่าถ้าเก็บกวาดเสียหน่อยจะดูดีกว่านั้น แม้ว่าจะมีไม่มาก แต่ถ้าหากว่ากล้องจับลงไป คนก็จะเห็นว่าไม่สะอาดจริง ทั้ง ๆ ที่หน้านี้เป็นหน้าแล้ง ใบไม้ร่วงเป็นปกติ แต่ถ้าหากว่าภาพออกรายการทีวีไปจะไม่ปกติ เพราะว่าหลักการบริหารวัดก็คือต้อง สะอาด สว่าง สงบ

    ดังนั้น..ถ้ามีโอกาสให้ทำความสะอาดเอาไว้ก่อน แล้วก็หาทางรดน้ำต้นไม้ ในบริเวณที่ล้อมเอาไว้ด้วย เพราะว่าพื้นที่รับน้ำมีน้อย เอาสายยางยัดลงไป เปิดน้ำทิ้งไว้สัก ๒๐ - ๓๐ นาทีต่อต้นก็ได้ เพราะว่าบางต้นทำท่าเริ่มเหี่ยว ๆ แล้ว พวกบรรดาต้นราชพฤกษ์ ชัยพฤกษ์อะไร ที่เราจะรอออกดอก ก็ออกไปหมดแล้ว สามารถที่จะรดได้อย่างเต็มที่

    ต้นไม้ช่วยให้อากาศทองผาภูมิของเราเย็นกว่าในตัวเมืองกาญจน์ถึง ๔ - ๕ องศาเซลเซียส
    เป็นเรื่องที่ช่วยได้มาก แต่เราอาจจะคาดไม่ถึง ดังนั้น..ท่านทั้งหลายที่เห็นกระผม/อาตมภาพรักษาต้นไม้ทุกต้นเท่าชีวิต ขอให้รู้ว่าถ้าร้อนจนอยู่ในตัวอาคารไม่ได้ ใต้ต้นไม้นั้นอยู่ได้สบายมาก

    สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
    วันเสาร์ที่ ๔ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๗
    (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...