ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,450
    ค่าพลัง:
    +97,153
    (Apr 29) กนง.ยันไม่ปิดประตูขึ้น-ลงดอกเบี้ย ชี้เงินเฟ้อสูงชั่วคราว คาดมาตรการรัฐหนุนจีดีพี 0.5-0.7%: กนง.มีมติคงดอกเบี้ย 1.00% ต่อปี ลั่นไม่ปิดประตูขึ้นและลงดอกเบี้ย แม้มีความเสี่ยงเงินเฟ้อเร่งสูงขึ้น แต่เงินเฟ้อระยะปานกลางอยู่ระดับต่ำ และมาจากอุปทานสามารถมองข้ามและ Wait & See ได้ พร้อมประเมินสงครามตะวันออกลางเข้าสู่ภาวะปกติสิ้นปี'69 คงจีดีพี 1.5% ปี'70 หั่นเหลือ 2.0% จาก 2.3% คาดมาตรการภาครัฐ วงเงินเบื้องต้น 3 แสนล้านบาท กระตุ้นจีดีพี 0.5-0.7%

    ดร.ดอน นาครทรรพ เลขานุการคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) กล่าวว่า คณะกรรมการมีมติเอกฉันท์ 6 ต่อ 0 คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ 1.00% ต่อปี โดยเศรษฐกิจชะลอตัวจากสงครามตะวันออกกลาง ส่งผลต่อราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้น ซึ่งมีผลต่อต้นทุนและภาระครัวเรือน ซึ่งนอกจากดูราคาน้ำมันต่างประเทศ จะต้องพิจารณาราคาน้ำมันในประเทศด้วยโดยเฉพาะดีเซล ซึ่งจะเป็นตัวแปรสำคัญต่อเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อครั้งนี้

    # ชี้สงครามเข้าสู่ภาวะปกติสิ้นปี'69 จีดีพีโตได้ 1.5%

    โดยคณะกรรมการได้ประเมินสมมติฐานผลกระทบสงครามในตะวันออกกลาง ได้แก่ กรณีพื้นฐาน (Baseline) สงครามเข้าสู่ภาวปกติในไตรมาสที่ 2/2569 และคลี่คลายในไตรมาสที่ 3-4 และกรณีเลวร้าย (Worst Case) ราคาน้ำมันค้างสูงนาน และเกิด Supply Disruption โดยเศรษฐกิจขยายตัวต่ำกว่า 1% และเงินเฟ้อสูงกว่า 5% อย่างไรก็ดี ความเป็นไปได้เกิดกรณี Worst Case ค่อนข้างน้อย

    ดังนั้น แนวโน้มเศรษฐกิจในปี 2569 เดิมก่อนจะเกิดสงครามในตะวันออกกลาง กนง.ประเมินว่าเศรษฐกิจมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น โดยคาดว่าจะขยายตัวได้ถึง 2.3% จากประมาณการเดือนธันวาคม 2568 ที่ให้ไว้ 1.5%

    อย่างไรก็ดี หลังเกิดสงครามตะวันออกกลาง ซึ่งกระทบ 2 เครื่องยนต์หลัก ได้แก่ การบริโภค และการท่องเที่ยว ทำให้เศรษฐกิจชะลอตัวชัดเจน ซึ่งมองไปข้างหน้าคาดว่าเศรษฐกิจปี 2569 จะขยายตัว 1.5% ถือว่าชะลอตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญก่อนมีสงคราม และในปี 2570 เศรษฐกิจขยายตัวได้ 2.0% จากคาดการณ์เดิม 2.3%

    # มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหนุนจีดีพี 0.5-0.7%

    นอกจากนี้ กนง.ได้มีการประเมินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ โดยเบื้องต้นคาดว่าจะมีเม็ดเงินอยู่ที่ 3 แสนล้านบาท ซึ่งจะมีผลต่อจีดีพีราว 0.5-0.7% ซึ่งเป็นไปตามสัดส่วนนโยบายจะเน้นการลงทุนและการบริโภคอย่างไร หากมีมาตรการเน้นการบริโภค จะได้ผลค่อนข้างเร็ว แต่ไม่มีผลในระยะยาว เมื่อเทียบกับมาตรการด้านการลงทุน จะได้ผลช้า แต่จะมีผลระยะยาว อย่างไรก็ดี ภายหลังมาตรการภาครัฐหมดลง คาดว่าในปี 2570 เศรษฐกิจจะปรับลดลง 0.50%

    "มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเรามองเม็ดเงินขั้นต่ำ 3 แสนล้านบาท แต่ยังไม่รู้ว่าเม็ดเงินจริงจะออกมาเท่าไร แต่ความเสี่ยงระยะข้างหน้ายังมีอยู่ จึงอาจจะทยอยออกเม็ดเงิน เพื่อรักษา Fiscal Space เพราะตัวเลขตามข่าว 4-5 แสนล้านบาท มีโอกาสชนเพดาน ดังนั้น จึงเร็วเกินไปที่จะประเมิน"

    # ยันเงินเฟ้อเพิ่มจากอุปสงค์ มองข้ามได้

    ดร.ดอน กล่าวว่า สำหรับอัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นสูงในปี 2569 และโน้มลดลงในปี 2570 โดยอัตราเงินเฟ้อทั่วไปปี 2569 อยู่ที่ 2.9% จาก 0.3% และปี 2570 อยู่ที่ 1.5% และเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 1.6% และปี 2570 อยู่ที่ 1.5%

    โดยคณะกรรมการฯ ประเมินว่า อัตราเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้นในเดือนเมษายนนี้เลย และเงินเฟ้อสูงกว่ากรอบด้านบน 3% ต่อเนื่อง และลดลงในปี 2570 เป็นเงินเฟ้อติดลบ ทั้งนี้ คาดการณ์น้ำมันดิบดูไบสูงขึ้นในไตรมาสที่ 2/2569 และลดลง แต่คงไม่ได้ปรับลดลงเท่ากับในอดีต เนื่องจากสงครามได้ทำลายโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้ราคาน้ำมันสูงกว่าอดีตก่อนเกิดสงครามที่เฉลี่ยอยู่ที่ 60-70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

    อย่างไรก็ดี กนง.ยังไม่เห็นสัญญาณโอกาสเกิดเงินเฟ้อฝั่งลึก (Wage price Spiral) และวงจรการขึ้นค่าจ้างตามราคาสินค้า และยังไม่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทย เนื่องจากตลาดแรงงานมีอำนาจต่อรองค่อนข้างต่ำ และเศรษฐกิจชะลอตัวจึงไม่มีเงินเฟ้อจากอุปสงค์ (Demand Pull Inflation)

    นอกจากนี้ หากเทียบสถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครน จะเห็นว่าการส่งผ่านราคาพลังงานไปสู่หมวดสินค้าอื่น ๆ กระจายมากขึ้น แต่ก็สามารถกลับมาได้รวดเร็ว อย่างไรก็ดี กนง.ยังคงติดตามเงินเฟ้อใกล้ชิด โดยเฉพาะการคาดการณ์เงินเฟ้อระยะปานกลางเป็นสิ่งที่ กนง.จับตา ซึ่งปัจจุบันอยู่ในระดับต่ำ ทำให้ กนง.เบาใจ

    "ช็อกครั้งนี้ เป็น Stagflation อยู่แล้ว เพราะทำให้เศรษฐกิจแย่ลง และเงินเฟ้อสูงขึ้น แต่ยังไม่กระทบเงินเฟ้อรุนแรง โดยเงินเฟ้อปรับเพิ่มขึ้นและลงมา ส่วนเศรษฐกิจไทยอยู่ที่ 1.5% ซึ่งยังไม่รวมมาตรการภาครัฐที่จะเข้ามาช่วยกระตุ้น ทำให้ Stagflation จึงไม่ต้องกังวล"

    # ไม่ปิดประตูขึ้นและลงดอกเบี้ย ดูตาม Data Dependent

    ดังนั้น การดำเนินโยบายการเงิน มองว่าการปรับดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นและลดลง จะมีผลเสียทั้งคู่ เพราะมีผลต่อต้นทุนเศรษฐกิจทั้งคู่ ซึ่ง ธปท.ใช้กรอบนโยบายเป้าหมายเงินเฟ้อแบบยืดหยุ่น ซึ่งอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นจากอุปทาน จึงสามารถ "มองข้าม" ไปได้ และแนวโน้มจะลดลงปี 2570 แม้ว่าจะเกิดกรอบชั่วคราว และเงินเฟ้อระยะปานกลางอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งถือว่าโชคดีที่การประชุมรอบเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา กนง.ได้ปรับลดลงดอกเบี้ย เพราะหากไม่ปรับลดลงรอบที่แล้ว การปรับลดรอบนี้จะทำได้ยาก เพราะมีความเสี่ยงเงินเฟ้อ และช็อกไม่รู้ว่าจะจบเมื่อไร ทำให้การลดดอกเบี้ยก็มีความเสี่ยงได้

    "การคงดอกเบี้ยที่ 1.00% ต่อปี มองว่าเหมาะสมกับการประชุมครั้งนี้ เพราะการปรับขึ้นและลดดอกเบี้ยล้วนมีต้นทุนต่อเศรษฐกิจ แต่ในอนาคตเราปิดประตูไม่ได้ทั้งนั้น เพราะขึ้นอยู่กับความเสี่ยงจะมีด้านไหนมากกว่ากัน ทั้งด้านเงินเฟ้อและเศรษฐกิจ โดยการปรับขึ้นและลงดอกเบี้ย จะอยู่ที่ดีมานด์และการคาดการณ์เงินเฟ้อ

    ซึ่งเงินเฟ้อมาจากอุปทาน ดอกเบี้ยไม่สามารถทำอะไรได้ ประกอบกับเงินเฟ้อที่มาจากซัพพลายไม่ค่อยยืดเยื้อ และเงินเฟ้อคาดการณ์อยู่ในระดับต่ำ จึง Wait & See ได้ และการดำเนินนโยบายการเงินจะดูตาม Data Dependent เพราะอนาคตเงินเฟ้ออาจจะติดลบก็ต้องดูอีกที ปัจจุบันดอกเบี้ยเหมาะสม จะบอกดอกเบี้ยขึ้นและลงแล้วจะเป็นการ Commit เกินไป"

    # กำชับแบงก์เร่งช่วยเหลือลูกค้า

    ดร.ดอน กล่าวว่า แนวโน้มสินเชื่อโตต่ำต่อเนื่อง ซึ่งก่อนจะเกิดสงครามเริ่มเห็นสัญญาณที่ดี ทั้งหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) โดยเฉพาะธุรกิจเช่าซื้อมีทิศทางที่ดีขึ้น และบางเซ็กเมนต์เริ่มขยายตัวเป็นบวก แต่หลังจากเกิดสงครามตะวันออกกลาง ทำให้สถาบันการเงินมีการประเมินสินเชื่อและลูกค้าด้วยความระมัดระวังอีกครั้ง

    อย่างไรก็ดี วิกฤตครั้งนี้ เป็นวิกฤตพลังงาน จึงต้องใช้นโยบายผสมผสานระหว่างนโยบายการคลัง นโยบายการเงิน และสถาบันการเงิน ซึ่งตอนนี้กนง.ได้มีการพูดคุยกับสถาบันการเงินอย่างใกล้ชิด เพื่อช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ โดยให้ออกมาตรการแบบเชิงรุก ซึ่งปัจจุบันสถาบันการเงินได้ช่วยลูกค้าเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง และลูกค้าที่ได้รับผลกระทบตั้งแต่การระบาดโควิด-19

    "เครื่องมือตอนนี้เราต้องใช้นโยบายสถาบันการเงิน ซึ่งมีหลายมาตรการที่ค้างอยู่ ทั้งมาตรการ SMEs Credit Boost และมาตรการ SME Secure+ รวมถึงยังมีมาตรการซอฟต์โลนของธนาคารออมสินอีก 1 แสนล้านบาท ที่ผู้ประกอบการสามารถใช้ได้"
    FB_IMG_1777464592807.jpg FB_IMG_1777464596926.jpg FB_IMG_1777464599750.jpg
    Source - เว็บไซต์ประชาชาติธุรกิจ
    https://www.prachachat.net/finance/news-1999834

    https://www.facebook.com/share/19wB8RY19k/
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,450
    ค่าพลัง:
    +97,153
    กระทรวงกลาโหมได้ประกาศว่า ขบวนพาเหรดวันแห่งชัยชนะในวันที่ 9 พฤษภาคม ณ.จัตุรัสแดงจะยังคงจัดขึ้น แต่ในรูปแบบที่ลดขนาดลง

    จะไม่มีรถยนต์ทางทหารเข้าร่วมในขบวนพาเหรด ผู้เข้าร่วมจะจำกัดเฉพาะหน่วยพิธีการจากโรงเรียนนายทหารและเหล่าทัพต่างๆเท่านั้น นักเรียนจากโรงเรียนนายทหารซูโวรอฟและนาคิมอฟจะไม่เข้าร่วม

    ระหว่างขบวนพาเหรดจะมีการถ่ายทอดสดภาพการปฏิบัติการรบจากเขตปฏิบัติการพิเศษทางทหาร ในขณะที่การแสดงทางอากาศจะประกอบด้วยการบินของทีมแสดงผาดโผนทางอากาศ ‘Russian Knights’ และ ‘Swifts’ และปิดท้ายด้วยเครื่องบิน SU-25 ที่พ่นสีธงชาติรัสเซียบนท้องฟ้า

    https://www.facebook.com/share/p/1DfFzFgE2B/
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,450
    ค่าพลัง:
    +97,153
    หลายประเทศมีแนวโน้มจะถอนตัวออกจาก OPEC หลังสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ถอนตัว

    อดีตนักการทูตของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โอบาอิด อาห์เหม็ด อัล-ซาบี กล่าวกับ RT ว่า หลายประเทศมีแนวโน้มจะถอนตัวออกจาก OPEC หลังจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ตัดสินใจถอนตัว

    สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ประกาศว่าจะถอนตัวออกจาก OPEC และ OPEC+ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม ซึ่งซาบีอธิบายว่าเป็น “การตัดสินใจที่รอคอยมานาน” โดยอ้างถึงข้อจำกัดด้านการผลิตที่ไม่สมดุลกับประเทศสมาชิกอื่นๆ

    เขาให้เหตุผลว่า สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์พึ่งพาไฮโดรคาร์บอนน้อยกว่า และมีการลงทุนในระดับโลกที่ใหญ่กว่า ในขณะที่อธิบายว่า OPEC เป็นข้อจำกัดด้านผลิตที่ทำให้รัฐในอ่าวเปอร์เซียมีต้นทุนสูงขึ้น

    ซาบียังชี้ให้เห็นถึงความเป็นจริงทางภูมิรัฐศาสตร์อื่นๆ” ที่อยู่เบื้องหลังการตัดสินใจ โดยอ้างถึงการโจมตีตอบโต้ที่มุ่งเป้าไปที่รัฐในอ่าวเปอร์เซียในช่วงสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่าน และตั้งคำถามถึงการประสานงานด้านนโยบายน้ำมันภายใต้เงื่อนไขดังกล่าว เขากล่าวเสริมว่าอาจมีการถอนตัวเพิ่มเติมอีก โดยระบุว่าเมื่อมีสมาชิกถอนตัวหรือเพิกเฉยต่อข้อจำกัดด้านผลผลิตมากขึ้น แรงจูงใจสำหรับประเทศต่างๆ เช่น คูเวต ในการรักษาระดับการลดผลผลิตก็จะลดลง

    https://www.facebook.com/share/p/1E1udtwjnY/
     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,450
    ค่าพลัง:
    +97,153
    นิวยอร์กไทมส์: ทรัมป์ต้องชดใช้ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการโจมตีอิหร่านให้แก่ทั่วโลก

    สหรัฐฯ ไม่สามารถหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบต่อการสร้างวิกฤตนี้ได้ และหากวอชิงตันต้องการป้องกันไม่ให้สงครามบานปลายไปมากกว่านี้ ก็ต้องกลับไปใช้การทูต
    FB_IMG_1777464777069.jpg
    https://www.facebook.com/share/p/1PnHCJ9xYX/
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,450
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ไทยรับแรงกระแทกจากสงครามชัด - รัฐบาลส่งสัญญาณใช้นโยบายการคลังพยุงเศรษฐกิจมากขึ้น
    .
    | Research Reports | ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) คงคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2569 โต 1.4% ท่ามกลางความเสี่ยงสงครามตะวันออกกลางที่เพิ่มขึ้น บทบาทนโยบายการคลังชัดขึ้นในการประคองเศรษฐกิจ
    .
    ข้อมูลล่าสุดพบว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางเริ่มกระทบเศรษฐกิจไทยชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะภาคท่องเที่ยว จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยในต้นเดือน เม.ย. ลดลงชัดเจน กลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากคือนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางและยุโรป ขณะที่นักท่องเที่ยวในภาพรวมมีแนวโน้มได้รับผลกระทบต่อเนื่องจากต้นทุนเดินทางที่สูงขึ้น
    .
    ด้านมูลค่าการส่งออกไปตะวันออกกลางเดือน มี.ค. หดตัวสูง แต่ภาพรวมยังโตดีจากอิเล็กทรอนิกส์และการเร่งผลิตและส่งออกไปสหรัฐฯ ในช่วงที่กำแพงภาษีลดลงมาก อย่างไรก็ดี มูลค่าการนำเข้าขยายตัวสูงกว่ามาก แม้ยังไม่สะท้อนมูลค่าการนำเข้าพลังงานที่สูงขึ้นกว่าปกติในด้านราคา
    .
    ในขณะเดียวกัน ความเชื่อมั่นผู้บริโภคและผู้ประกอบการปรับลดลงมาก โดยความเชื่อมั่นภาคธุรกิจใน 3 เดือนข้างหน้าลดลงแรง และต่ำกว่าความเชื่อมั่นในปัจจุบันเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี สะท้อนมุมมองเชิงลบต่อแนวโน้มเศรษฐกิจ ซ้ำเติมภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันที่ยังเปราะบาง
    .
    อ่านรายละเอียดบทวิเคราะห์ฉบับเต็มได้ที่ [คอมเมนต์]
    .
    #ความขัดแย้งตะวันออกกลาง #สงครามอิหร่าน #คาดการณ์เศรษฐกิจไทย #วิกฤติพลังงานโลก #SCBEIC #ไทยพับลิก้า #Thaipublica

    ไทยรับแรงกระแทกจากสงครามชัด - รัฐบาลส่งสัญญาณใช้นโยบายการคลังพยุงเศรษฐกิจมากขึ้น
    FB_IMG_1777465060611.jpg FB_IMG_1777465121326.jpg
    คลิก https://thaipublica.org/2026/04/eic...pact-government-signals-more-fiscal-stimulus/

    #ความขัดแย้งตะวันออกกลาง #สงครามอิหร่าน #คาดการณ์เศรษฐกิจไทย #วิกฤติพลังงานโลก #SCBEIC #ไทยพับลิก้า #Thaipublica

    https://www.facebook.com/1000647369...DW8fJfnQT7ypFt4QP62qrYTaW1Bl/?mibextid=NOb6eG
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,450
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า หลังจากเข้าสู่ภาวะสงครามได้ 2 เดือน ขณะนี้อิหร่านไม่มีผู้นำทางศาสนาที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในการปกครองสูงสุดเพียงผู้เดียวอีกต่อไป โดยอำนาจการตัดสินใจได้เปลี่ยนผ่านไปสู่โครงสร้างแบบสภาวะสงคราม ซึ่งควบคุมโดยกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) และสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุด

    รายงานระบุว่า อำนาจได้ย้ายจากกลุ่มผู้นำทางศาสนาไปสู่สถาบันด้านความมั่นคง ซึ่งเป็นผู้ขับเคลื่อนทั้งยุทธศาสตร์ทางทหารและการเมือง โดยการเจรจาที่หยุดชะงักลงนั้นไม่ได้เกิดจากความขัดแย้งภายใน แต่เกิดจากช่องว่างที่กว้างขึ้นระหว่างข้อเรียกร้องของสหรัฐฯ กับสิ่งที่ผู้นำอิหร่านยินดีจะยอมรับ

    https://www.facebook.com/share/1CbJSP1uEj/
     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,450
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ด่วน!! เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวเผยว่า ทรัมป์และบริษัทน้ำมันได้หารือถึงขั้นตอนการปิดล้อมอิหร่านต่อเนื่องนานหลายเดือน หากมีความจำเป็น

    https://www.facebook.com/share/p/1BJ4FPiRK7/
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,450
    ค่าพลัง:
    +97,153
    Chris Wright รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ สหรัฐฯ มั่นใจ "ไม่ต้องรอเก็บกู้ทุ่นระเบิดจนเกลี้ยง ก็เปิดช่องแคบฮอร์มุซได้แล้ว"

    Chris Wright รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ ให้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับแนวทางการฟื้นฟูเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ดังนี้

    ประเด็นหลักจากแถลงการณ์
    ไม่จำเป็นต้องเคลียร์ทั้งหมด: สหรัฐฯ มองว่าการเปิดเส้นทางไม่จำเป็นต้องรอให้เก็บกู้ทุ่นระเบิดของอิหร่านออกจนหมดทุกจุด ขอแค่สร้าง "ระเบียงเดินเรือที่ปลอดภัย" (Safe Shipping Corridor) เพียงเส้นทางเดียวก็เพียงพอที่จะกลับมาเดินเรือได้แล้ว

    กู้คืนสถานการณ์แบบเร่งด่วน: หากสามารถรับรองความปลอดภัยในเส้นทางเฉพาะ (Pathway) ได้ การขนส่งน้ำมันจะกลับมาเริ่มต้นใหม่ได้ทันที

    ย่นระยะเวลาจาก "เดือน" เหลือ "วัน": ข้อมูลจากเพนตากอนระบุว่า หากต้องเก็บกู้ทุ่นระเบิดแบบปูพรมให้สะอาดหมดจด อาจต้องใช้เวลานานถึง 6 เดือน ซึ่งนานเกินไปสำหรับวิกฤตเศรษฐกิจในขณะนี้ การใช้แผน "ระเบียงเดินเรือ" จึงเป็นทางออกที่รวดเร็วกว่ามาก

    https://www.facebook.com/share/1P8TqijGQw/
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,450
    ค่าพลัง:
    +97,153
    UN ประณามอิหร่าน หลังประหาร–จับกุมจำนวนมากท่ามกลางสงคราม
    FB_IMG_1777470638876.jpg
    สำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UN) ออกแถลงการณ์ประณามอิหร่าน กรณีมีการประหารชีวิตอย่างน้อย 21 ราย และจับกุมประชาชนมากกว่า 4,000 คน นับตั้งแต่ความขัดแย้งในภูมิภาคทวีความรุนแรง

    รายงานระบุว่า การประหารบางส่วนเชื่อมโยงกับการประท้วงในเดือนมกราคม 2026 ขณะที่ผู้ถูกควบคุมตัวจำนวนมากถูกตั้งข้อหาด้านความมั่นคงแห่งชาติ

    UN ยังแสดงความกังวลต่อกระบวนการยุติธรรมที่ “เร่งรัดผิดปกติ” รวมถึงข้อกล่าวหาเรื่องการทรมาน สภาพเรือนจำที่แออัด และการปิดอินเทอร์เน็ตยาวนานกว่า 61 วัน

    นอกจากนี้ ยังมีรายงานการพุ่งเป้าไปยังชนกลุ่มน้อย เช่น ชาวเคิร์ดและบาไฮ ซึ่งยิ่งเพิ่มความกังวลด้านสิทธิมนุษยชน

    UN เรียกร้องให้อิหร่าน

    ยุติการประหารชีวิตทันที
    ปล่อยตัวผู้ถูกควบคุมตัว
    รับประกันการพิจารณาคดีที่เป็นธรรม
    และยุติการปิดกั้นการสื่อสาร

    พร้อมย้ำว่า “สิทธิมนุษยชนต้องได้รับการเคารพ แม้ในช่วงสงคราม”
    https://www.facebook.com/share/1DpxFcwb9o/
     
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,450
    ค่าพลัง:
    +97,153
    Bnomics ธนาคารกรุงเทพชี้ “ช่องแคบมะละกา” คอขวดที่กำลังมีราคา
    .
    | สู่อาเซียน | ช่องแคบมะละกา คือเส้นทางเชื่อมตะวันออกกลาง เอเชียตะวันออก และยุโรปเข้าด้วยกัน มีเรือผ่านมากกว่า 100,000 ลำต่อปี
    .
    ในเชิงภูมิศาสตร์ มะละกาไม่ได้แค่สำคัญ แต่มันแคบ โดยจุดที่แคบที่สุดกว้างเพียงประมาณ 2.7 กิโลเมตร แคบกว่าช่องทางเดินเรือหลักของฮอร์มุซที่อยู่ราว 6–10 กิโลเมตร นั่นทำให้มะละกาเป็นคอขวดที่ทั้งแคบและแออัดที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
    .
    ช่องแคบมะละกาไม่ได้ขนแค่สินค้า แต่มันคือเส้นทางหลักของพลังงานโลก น้ำมันกว่า 23.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน ไหลผ่านช่องแคบนี้ไปยังจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ คิดเป็นเกือบ 1 ใน 3 ของการค้าน้ำมันทางทะเลโลก และนั่นหมายว่า “การติดขัดเล็กน้อย” สามารถกลายเป็น “ผลกระทบระดับโลก” ได้ทันที
    .
    จุดเปลี่ยน อินโดนีเซียเสนอแนวคิดการจัดเก็บภาษีผ่านทางกับเรือพาณิชย์ที่ใช้ช่องแคบมะละกา โดยรัฐมนตรีคลัง Purbaya Yudhi Sadewa ให้เหตุผลว่า ประเทศที่ตั้งอยู่บนเส้นทางการค้าและพลังงานสำคัญของโลก ควรได้รับประโยชน์ทางเศรษฐกิจมากกว่าที่เป็นอยู่
    .
    อย่างไรก็ดี แนวคิดนี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่อง “รายได้ของรัฐ” แต่ยังแตะไปถึงหลักการสำคัญของระบบการค้าโลกอย่าง “เสรีภาพทางทะเล” ซึ่งเป็นรากฐานที่ทำให้การเดินเรือนานาชาติสามารถดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่องและมีต้นทุนที่คาดการณ์ได้
    .
    หากต้นทุนหรือเงื่อนไขในการผ่านเส้นทางเริ่มเปลี่ยนไป ไม่ว่าจะในรูปของค่าธรรมเนียมหรือความไม่แน่นอน ผู้ประกอบการอาจต้องหันไปใช้เส้นทางทางเลือก เช่น ช่องแคบซุนดา (Sunda Strait) หรือ ช่องแคบลอมบอก (Lombok Strait) ซึ่งแม้จะหลีกเลี่ยงความเสี่ยงบางส่วนได้ แต่ต้องแลกกับระยะทางที่ยาวขึ้น การใช้เชื้อเพลิงที่มากขึ้น และเวลาขนส่งที่เพิ่มขึ้น
    .
    ท้ายที่สุด ต้นทุนที่สูงขึ้นเหล่านี้จะถูกส่งต่อไปยังราคาสินค้า พลังงาน และห่วงโซ่อุปทานของโลกโดยรวม
    .
    อ่านรายละเอียดฉบับเต็มได้ที่ [คอมเมนต์]
    ที่มาภาพ: theshipyardblog

    Bnomics ธนาคารกรุงเทพชี้ “ช่องแคบมะละกา” คอขวดที่กำลังมีราคา

    คลิก https://thaipublica.org/2026/04/bnomics02/

    #ช่องแคบมะละกา #คอขวดทางทะเล #Bnomics #ธนาคารกรุงเทพ #ไทยพับลิก้า #Thaipublica

    .
    #ช่องแคบมะละกา #คอขวดทางทะเล #Bnomics #ธนาคารกรุงเทพ #ไทยพับลิก้า #Thaipublica
    https://www.facebook.com/share/1EXweMGxC4/
     
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,450
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ทหารไทยโอร์สเม็ด ยิงเตือนระยะไกล แถมด้วยปะทัด หลังทหารเขมรรุกล้ำรั้วลวดหนามผิดข้อตกลงขณะเขมรพาทูตทหารลงพื้นที่

    FB_IMG_1777470848550.jpg

    ทหารไทยโอร์สเม็ด ยิงเตือน ระยะไกล ราว 700ม. แถมด้วยประทัด

    หลังทหารเขมร รุกประชิดแนวรั้วลวดหนาม ผิดข้อตกลง แถมยั่วยุทหารไทยทุกคืน ขณะเขมรพาคณะทูตทหารลงพื้นที่

    .
    ที่สื่อกัมพูชารายงานว่าในระหว่างที่คณะผู้สังเกตการณ์จากผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศลงพื้นที่  วันนี้ พบว่ามีการยิงปืน จากทหารไทย 5 ครั้ง ระหว่างเวลา 10:35 น. ถึง 11:09 น. โดยมีการยิงปืนไรเฟิล M79 และ M16 รวม 9 นัด

    ขณะที่มีรายงานจากกองกำลังสุรนารีว่า ทหารไทยที่ประจำในพื้นที่ ได้ทำตามกฎการปะทะและข้อตกลงด้วยการยิงเตือนจากระยะไกล จากพื้นที่ส่วนกลางประมาณ 700 เมตรเนื่องจากทหารกัมพูชาทำผิดข้อตกลง ที่ไม่ให้มารุกล้ำแนวเขตประเทศไทย ที่แนวรั้วลวดหนาม จึงต้องมีการยิงเตือน เพิ่มด้วยการจุดประทัด เพื่อส่งสัญญาณให้รับทราบ

    ทั้งนี้เพราะ ทหารกัมพูชามักจะยั่วยุก่อกวนที่ แนวลวดหนามอยู่เสมอโดยเฉพาะในเวลากลางคืนมักจะขี่มอเตอร์ไซค์มาเบิ้ลเครื่องส่งเสียงดังและทำท่าเหมือนจะยิงจรวด RPG มาใส่ฝั่งทหารไทยเพื่อหวังให้ทหารไทยเกรงกลัวและต้องตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา 

    https://www.facebook.com/share/1P1VBRn8mL/
     
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,450
    ค่าพลัง:
    +97,153
    "จ่ายหนี้ให้ครบก่อนค่อยมาคุยเรื่องใหม่" — เมื่อสหรัฐฯ พยายามแก้เกณฑ์จ่ายเงิน NPT แต่โดนจีนแฉวีรกรรม 'เบี้ยวหนี้โลก'

    ในการประชุมทบทวน #สนธิสัญญาไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ (Treaty on the Non-Proliferation of Nuclear Weapons หรือ NPT) ครั้งที่ 11 ตัวแทนจาก #สหรัฐฯ ได้เสนอให้มีการปรับสัดส่วนการลงขันงบประมาณใหม่ โดยพุ่งเป้าไปที่จีนว่าเศรษฐกิจโตขึ้นมหาศาลในช่วง 30 ปีแต่กลับจ่ายสมทบเพียง 0.91% ซึ่งทางจีนได้ตอกกลับอย่างเจ็บแสบว่า "#ให้สหรัฐฯจ่ายส่วนที่ค้างอยู่ให้ครบก่อน"

    1. กลยุทธ์ "เบี่ยงเบนประเด็น" ของสหรัฐฯ

    สหรัฐฯ พยายามใช้ประเด็นเรื่อง "ความยุติธรรมทางการเงิน" มาเป็นเครื่องมือในการกดดันจีนในเวทีความมั่นคง:

    ข้ออ้าง: สหรัฐฯ มองว่าเกณฑ์เดิมล้าสมัย และ #จีน ควรต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในฐานะ #มหาอำนาจนิวเคลียร์ ให้มากขึ้นตามขนาดเศรษฐกิจ

    ความจริงที่ซ่อนอยู่: นักวิเคราะห์มองว่านี่คือการพยายามสร้างภาพลักษณ์ให้จีนดูเหมือน "ยักษ์ใหญ่ที่ขี้เหนียว" เพื่อลดทอนความน่าเชื่อถือของจีนในเวทีโลก

    2. หมัดสวนจากจีน: "เครดิตบูโรระดับโลก"

    นายซุน เสี่ยวปอ (孙晓波) อธิบดีกรมควบคุมอาวุธ #กระทรวงการต่างประเทศจีน ได้ใช้ข้อมูลตัวเลขจริงมาโต้กลับจนสหรัฐฯ ไปไม่เป็น:

    วินัยทางการเงิน: จีนยืนยันว่าตนเองจ่ายเงินเต็มจำนวนและตรงเวลาเสมอ

    แฉพฤติกรรมเบี้ยวหนี้: จีนชี้ให้เห็นว่าสหรัฐฯ มักใช้การ "ค้างชำระ" เป็นเครื่องมือต่อรองและกดดันองค์กรระหว่างประเทศ ซึ่งขัดต่อพันธกิจสากล

    3. เปิดบัญชีหนี้สิน "พี่ใหญ่" (ข้อมูลถึงกุมภาพันธ์ 2569)

    สิ่งที่ทำให้คำพูดของจีนมีน้ำหนัก คือประวัติการค้างชำระมหาศาลของสหรัฐฯ ในองค์กรต่างๆ:

    #UN (สหประชาชาติ): ค้างงบประมาณปกติและงบวิรักษ์สันติภาพ (Peacekeeping) รวมกว่า 4,600 ล้านดอลลาร์

    #UNESCO: ค้างส่งอีกกว่า 600 ล้านดอลลาร์

    #WHO (อนามัยโลก): แม้จะลาออก (ในบางช่วง) แต่ยังค้างเงินงบประมาณปี 2024-2025 อีก 278 ล้านดอลลาร์

    สหรัฐฯ พยายามจะไปจัดระเบียบกระเป๋าตังค์คนอื่น ทั้งที่กระเป๋าตังค์ตัวเองมีแต่ 'ใบเตือนหนี้' เต็มไปหมด... การที่จีนเลือกสวนกลับในเวที NPT ซึ่งเป็นเรื่องคอขาดบาดตายอย่างอาวุธนิวเคลียร์ มันเป็นการดิสเครดิตสหรัฐฯ ว่า 'ขนาดเงินหลักล้านคุณยังไม่จ่าย แล้วคำมั่นสัญญาเรื่องความมั่นคงโลกคุณจะรักษาได้ยังไง?'

    #ChinaFocus

    Ref.: CCTV News
    https://www.facebook.com/share/1aRxA2UxZ9/
     
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,450
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สงครามส่อลากยาวข้ามปี GDP ไทยปี 69 เสี่ยงโตแค่ 0.7%-SME ทยอยปิดตัว
    .
    สภาพัฒน์ประเมินหลายฉากทัศน์ เผยกรณีเลวร้าย GDP ไทยปี 2569 อาจโตเพียง 0.7% ขณะนักวิชาการชี้โอกาสยื้อสงครามมีสูงถึง 50% กระทบต้นทุนพลังงาน-ภาคธุรกิจโดยเฉพาะ SME อย่างรุนแรง
    .
    สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ประเมินว่า หากความขัดแย้งในตะวันออกกลางยกระดับและยืดเยื้อ เศรษฐกิจไทยจะชะลอตัวอย่างมีนัยสำคัญ จากกรณีฐานที่คาดโต 2% อาจลดเหลือเพียง 0.7% ในฉากทัศน์รุนแรงสุด โดยมีแรงกดดันจากราคาน้ำมันสูงถึง 115 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และเงินเฟ้อพุ่งเกือบ 5% สะท้อนความเปราะบางของเศรษฐกิจไทยต่อปัจจัยภายนอก
    .
    นักวิชาการประเมิน 3 ฉากทัศน์หลัก โดยกรณีที่มีโอกาสมากที่สุด 50% คือสถานการณ์ยืดเยื้อแบบคุมเชิง ไม่ปะทะรุนแรง ขณะที่โอกาสคลี่คลายมีเพียง 20% และฉากทัศน์รุนแรงอยู่ที่ 30% พร้อมจับตาวันที่ 1 พฤษภาคม ซึ่งเป็นจุดตัดสินสำคัญด้านอำนาจทำสงครามของสหรัฐ อาจกำหนดทิศทางความขัดแย้งในระยะถัดไป
    .
    ภาคธุรกิจไทยโดยเฉพาะ SME เผชิญแรงกดดันรอบด้านจากต้นทุนพลังงาน วัตถุดิบ และโลจิสติกส์ที่เพิ่มขึ้น ขณะที่กำลังซื้ออ่อนตัว ทำให้หลายกิจการเริ่มชะลอการผลิตและขาดสภาพคล่อง หากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลายใน 3-6 เดือน มีความเสี่ยงสูงที่จะต้องปิดกิจการเพิ่ม และกระทบการจ้างงานในวงกว้าง

    https://www.facebook.com/share/1DGZLg7DLr/
     
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,450
    ค่าพลัง:
    +97,153
    กระทรวงอุตสาหกรรมเดินหน้ามาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ผ่านโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ วงเงินรวมกว่า 1,500 ล้านบาท เพื่อเสริมสภาพคล่องและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ท่ามกลางวิกฤตราคาน้ำมันและเศรษฐกิจโลกผันผวน
    .
    นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรมโดยกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ ได้เดินหน้า 2 โครงการสำคัญ ได้แก่ “เสือติดปีก รอบ 2” และ “คงกระพัน รอบ 2” เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการให้สามารถปรับตัวได้ตรงจุด โดยโครงการเสือติดปีกจะเน้นการสนับสนุนเงินทุนเพื่อการลงทุนในนวัตกรรมและเทคโนโลยี ลดต้นทุน และเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส
    .
    ขณะที่โครงการคงกระพัน รอบ 2 จะมุ่งเน้นการเสริมสภาพคล่องให้ธุรกิจสามารถดำเนินกิจการต่อไปได้อย่างมั่นคง เปรียบเสมือนเกราะคุ้มกันในช่วงเศรษฐกิจผันผวน เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมไทยสามารถรักษาศักยภาพและเติบโตต่อเนื่อง พร้อมก้าวสู่เศรษฐกิจอุตสาหกรรมใหม่อย่างยั่งยืน
    .
    สำหรับวงเงินรวมทั้ง 2 โครงการอยู่ที่ 1,500 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการเสือติดปีก 1,000 ล้านบาท ให้กู้สูงสุด 15 ล้านบาทต่อราย อัตราดอกเบี้ย 3% - 5% ต่อปี และโครงการคงกระพัน 500 ล้านบาท ให้กู้สูงสุด 5 ล้านบาทต่อราย อัตราดอกเบี้ย 5% - 7% ต่อปี โดยจะเปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 27 เมษายน ถึง 30 มิถุนายน 2569 หรือจนกว่าวงเงินจะเต็ม พร้อมย้ำว่ามาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายช่วยผู้ประกอบการรับมือผลกระทบจากราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นและความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก

    https://www.facebook.com/share/p/14YmjACnNWh/
     
  15. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,450
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ผ่าอาณาจักร 'กลุ่มโอเปก OPEC ' รอยร้าวและจุดเปลี่ยนสำคัญผู้กุมน้ำมันโลก
    .
    การถอนตัวของ UAE จาก OPEC ในรอบเกือบ 60 ปี ไม่ใช่แค่เหตุการณ์ธรรมดา แต่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของโครงสร้างอำนาจในตลาดพลังงานโลก ที่อาจพลิกทั้งสมดุลราคาและโอกาสของประเทศผู้นำเข้าอย่างไทย
    .
    OPEC หรือองค์การประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน ก่อตั้งขึ้นในปี 1960 ที่กรุงแบกแดด โดย 5 ประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ เพื่อร่วมกันกำหนดนโยบายการผลิตและควบคุมราคาน้ำมันในตลาดโลก เป้าหมายหลักคือสร้างเสถียรภาพด้านราคาและเพิ่มอำนาจต่อรองกับบริษัทพลังงานข้ามชาติ ปัจจุบันมีสมาชิกหลัก 12 ประเทศ (และจะเหลือ 11 หลัง UAE ถอนตัว) พร้อมเครือข่าย OPEC+ ที่รวมประเทศนอกกลุ่ม เช่น รัสเซีย เพื่อควบคุมอุปทานน้ำมันโลกให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
    .
    สาเหตุหลักมาจากความขัดแย้งด้าน “โควตาการผลิต” และยุทธศาสตร์ชาติ UAE ลงทุนเพิ่มกำลังผลิตน้ำมันอย่างมหาศาลผ่าน ADNOC แต่กลับถูกจำกัดการผลิตโดยนโยบายของโอเปก นอกจากนี้ UAE ยังต้องการความยืดหยุ่นมากขึ้นในการกำหนดนโยบายพลังงาน โดยเฉพาะการนำรายได้ไปลงทุนในพลังงานสะอาดและเทคโนโลยีอนาคต รวมถึงปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ เช่น ความตึงเครียดในตะวันออกกลางและความเสี่ยงด้านเส้นทางขนส่งน้ำมัน
    .
    ในระยะสั้น ราคาน้ำมันมีแนวโน้มพุ่งสูงจากภาวะอุปทานตึงตัว โดยเฉพาะเมื่อมีปัจจัยสงครามและการปิดเส้นทางขนส่งสำคัญ แต่ในระยะยาว การที่ UAE สามารถผลิตและส่งออกได้อย่างอิสระ อาจทำให้เกิดการแข่งขันด้านราคาและลดอำนาจผูกขาดของโอเปก ซึ่งเป็นผลดีต่อประเทศผู้นำเข้าอย่างไทย ไทยอาจมีโอกาสเข้าถึงแหล่งน้ำมันที่หลากหลายขึ้น ต่อรองราคาได้ดีขึ้น และเร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานทางเลือก เช่น รถยนต์ไฟฟ้าและพลังงานหมุนเวียน เพื่อลดความเสี่ยงจากวิกฤตพลังงานในอนาคต
    .
    #OPEC #น้ำมันโลก #ราคาน้ำมัน #วิกฤตพลังงาน #เศรษฐกิจโลก
    https://www.facebook.com/share/p/1DuaJzkS7c/
     
  16. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,450
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ข่าวดีคนติดโซลาร์! กพช. อนุมัติรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินจากโซลาร์รูฟท็อปภาคประชาชนในอัตรา 2.20 บาทต่อหน่วย กำหนดเป้าหมายรับซื้อรวมทั่วประเทศไม่เกิน 500 เมกะวัตต์ และจำกัดปริมาณเสนอขายต่อมิเตอร์ไม่เกิน 5 กิโลวัตต์สัญญาการรับซื้อไฟฟ้ามีระยะเวลา 10 ปี
    .
    นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) มีมติเห็นชอบการส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคา (Solar Rooftop)ภาคประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย โดย กพช. มีมติสำคัญ ประกอบด้วย
    .
    รับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินจากประชาชนที่ติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาที่พักอาศัย รูปแบบ Net Billing เป้าหมายรับซื้อรวมทั้งประเทศไม่เกิน 500 เมกะวัตต์ โดยกำหนดปริมาณไฟฟ้าเสนอขายต่อมิเตอร์ไม่เกิน 5 กิโลวัตต์ โดยการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายจะรับซื้อไฟฟ้าในอัตรา 2.20 บาท/หน่วย มีระยะเวลารับซื้อ 10 ปี
    .
    มอบหมาย กกพ. ออกระเบียบและประกาศรับซื้อไฟฟ้าตามแนวทางดังกล่าว ให้แล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน 2569
    .
    มอบหมาย กฟผ. กฟภ. และ กฟน. ปรับปรุงข้อกำหนดโครงข่ายไฟฟ้า (Grid Code) พร้อมระบบจำหน่าย สถานีไฟฟ้า และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับเป้าหมายโซลาร์ภาคประชาชนโดยไม่กระทบต่อความมั่นคงระบบไฟฟ้าของประเทศ
    .
    ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวเป็นกลไกสำคัญที่เปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าได้ด้วยตนเอง ลดภาระค่าพลังงานในระยะยาว เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรพลังงาน สนับสนุนการกระจายศูนย์กลางการผลิตไฟฟ้า และสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลในการส่งเสริมพลังงานสะอาดควบคู่กับการปรับโครงสร้างตลาดพลังงานสู่การเปิดตลาดไฟฟ้าเสรี
    https://www.facebook.com/share/p/1Guyzd6wZA/
     
  17. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,450
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สาเหตุ UAE ลาออกโอเปค ใครได้ใครเสีย? สื่อนอกระดับโลกวิเคราะห์ ชี้จุดชนวนแตกหักหลังร่วมทางเป็นสมาชิก 60 ปี ปมขัดแย้งซาอุฯ-โควตาผลิตน้ำมันพ่นพิษ หวังปลดล็อกกำลังผลิต 5 ล้านบาร์เรล ฝ่าวิกฤตสงครามฮอร์มุซระอุ
    .
    [จุดเปลี่ยนสะเทือนตลาดพลังงานโลก]
    สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ประกาศถอนตัวจากโอเปคและ OPEC+ มีผล 1 พฤษภาคม 2026 ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางและราคาน้ำมันพุ่งสูงกว่า 50% จากวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ การตัดสินใจครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ส่งแรงกระเพื่อมต่อสมดุลตลาดพลังงานโลก
    .
    [ปมโควตาผลิต จุดแตกหักสำคัญ]
    นักวิเคราะห์ชี้ว่าความขัดแย้งเรื่องโควตาการผลิตน้ำมันเป็นปัจจัยหลัก UAE ต้องการเพิ่มกำลังผลิต ขณะที่ซาอุดีอาระเบียเน้นควบคุมปริมาณเพื่อพยุงราคา ด้วยต้นทุนผลิตที่ต่ำกว่า UAE จึงเลือกเน้นปริมาณเพื่อสร้างรายได้ ส่งผลให้แนวทางทั้งสองประเทศแตกต่างกันชัดเจน
    .
    [รอยร้าวพันธมิตรและเกมภูมิรัฐศาสตร์]
    ความสัมพันธ์ระหว่าง UAE และซาอุฯ เริ่มมีรอยร้าว ประกอบกับท่าทีต่ออิหร่านและพันธมิตรใหม่อย่างอิสราเอลและสหรัฐฯ ทำให้ UAE เลือกกำหนดยุทธศาสตร์พลังงานอย่างอิสระมากขึ้น พร้อมเปิดทางความร่วมมือใหม่ในเวทีโลก โดยเฉพาะกับประเทศผู้บริโภครายใหญ่
    .
    [ปลดล็อกกำลังผลิตสู่อนาคต]
    การออกจากโอเปคเปิดโอกาสให้ UAE เดินหน้าเพิ่มกำลังผลิตสู่เป้าหมาย 5 ล้านบาร์เรลต่อวันในอนาคต และเพิ่มความยืดหยุ่นในการกำหนดนโยบายพลังงาน การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้สะท้อนทิศทางใหม่ของตลาดน้ำมันโลกที่กำลังเข้าสู่ยุคการแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์มากขึ้น

    #UAE #โอเปค #น้ำมันโลก #พลังงาน #เศรษฐกิจโลก #ช่องแคบฮอร์มุซ #ฐานเศรษฐกิจ

    https://www.facebook.com/share/p/1Ec7hNQrbU/
     
  18. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,450
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ผลสำรวจล่าสุดชี้หนี้ครัวเรือนไทยแตะ 62% จากค่าครองชีพพุ่ง คนรุ่นใหม่-นักศึกษาหันกู้ออนไลน์สูงขึ้น จับตาความเสี่ยงการเงินในอนาคต
    .
    [หนี้ครัวเรือนพุ่งสูงต่อเนื่อง]
    ผลสำรวจเดือนก.พ. 2569 พบประชาชนมีหนี้สิน 62.44% เพิ่มจากปีก่อนที่ 50.99% สะท้อนแรงกดดันจากค่าครองชีพและรายจ่ายประจำที่สูงขึ้น โดยหนี้ส่วนใหญ่มาจากสถาบันการเงิน บัตรเครดิต และสินเชื่อรูปแบบต่างๆ ขณะเดียวกันภาพรวมประชาชนเริ่มระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น
    .
    [คนรุ่นใหม่กู้ออนไลน์เพิ่ม]
    กลุ่มอายุต่ำกว่า 29 ปี และนักศึกษา มีสัดส่วนหนี้จากการผ่อนชำระและสินเชื่อผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์สูงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะช่วงอายุ 20-29 ปี มีสัดส่วนสูงถึง 27.25% สะท้อนพฤติกรรมการเข้าถึงแหล่งเงินกู้ที่ง่ายและรวดเร็วมากขึ้นในยุคดิจิทัล
    .
    [อาชีพ-รายได้สัมพันธ์ภาระหนี้]
    กลุ่มพนักงานรัฐ เกษตรกร และผู้รับจ้างอิสระ เป็นกลุ่มที่มีสัดส่วนหนี้สูง ขณะที่กลุ่มรายได้มากกว่า 50,000 บาทมีสัดส่วนหนี้สูงเช่นกัน โดยรายได้ที่เพิ่มขึ้นสัมพันธ์กับภาระหนี้ที่เพิ่มขึ้น สะท้อนรูปแบบการก่อหนี้ทั้งเพื่อใช้จ่าย ลงทุน และซื้อสินทรัพย์
    .
    [ค่าครองชีพตัวแปรหลัก]
    สาเหตุหลักของหนี้มาจากค่าใช้จ่ายประจำที่เพิ่มขึ้นถึง 29.06% รองลงมาคือการซื้อสินทรัพย์และการลงทุน แนวทางปรับตัวของประชาชนยังเน้นลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ และวางแผนการเงิน โดยกว่า 61.84% คาดว่าจะไม่สร้างหนี้เพิ่มในปี 2569 ท่ามกลางแรงกดดันเศรษฐกิจ

    https://www.facebook.com/share/p/1GtafmEyuQ/
     
  19. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,450
    ค่าพลัง:
    +97,153
    "เอมิเรตส์ทิ้งทวน OPEC" — เมื่อผลประโยชน์ชาติเหนือกว่าพวกพ้อง และเดิมพันครั้งสุดท้ายก่อนยุคฟอสซิลสิ้นสุด

    โลกพลังงานต้องจารึกวันที่ 28 เมษายน เมื่อ #UAE ประกาศถอนตัวจากกลุ่ม #OPEC อย่างกะทันหัน นับเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ที่สุดของกลุ่มนับตั้งแต่ก่อตั้งมา ซึ่งการขยับตัวครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของตัวเลขน้ำมัน แต่คือ "ยุทธศาสตร์การเอาตัวรอด" ในวันที่ภูมิภาคตะวันออกกลางลุกเป็นไฟ

    1. "ปลดแอก" เพื่อเพิ่มผลผลิต 30%

    เหตุผลที่ UAE ยอมหักกับ #ซาอุดีอาระเบีย พี่ใหญ่แห่ง OPEC คือเรื่อง "โควตาการผลิต":

    ต้องการเพิ่มกำลังผลิต: UAE มีศักยภาพที่จะเพิ่มการผลิตได้ทันทีอีก 30% แต่ถูกกฎของ OPEC กดเอาไว้เพื่อให้ราคาน้ำมันโลกสูง

    ช่วงชิง "ค่าส่วนต่างสงคราม": ในขณะที่ #ฮอร์มุซ ถูกปิดและน้ำมันโลกแพง UAE ต้องการเร่งสูบและขายให้ได้มากที่สุดเพื่อเก็บเงินเข้ากระเป๋าให้เร็วที่สุด ก่อนที่พลังงานฟอสซิลจะเสื่อมความนิยมในอนาคต

    2. ชัยภูมิที่เหนือกว่า: ท่าเรือฟูไจราห์ (Fujairah)

    UAE มี "ไพ่ตาย" ที่เหนือกว่าเพื่อนบ้านในยามสงคราม:

    ไม่ต้องง้อฮอร์มุซ: UAE ลงทุนมหาศาลกับท่อส่งน้ำมันและท่าเรือฟูไจราห์ ซึ่งตั้งอยู่ฝั่งมหาสมุทรอินเดีย อยู่นอกช่องแคบฮอร์มุซ ที่กำลังถูกอิหร่านปิดล้อม

    อิสระทางการค้า: เมื่อไม่อยู่ใน OPEC และมีทางออกทะเลที่ปลอดภัย UAE จึงกลายเป็น "ผู้เล่นอิสระ" ที่สามารถกำหนดชะตาชีวิตตัวเองได้โดยไม่ต้องรอการตัดสินใจร่วมกับซาอุฯ

    3. รอยร้าวกับ "พี่ใหญ่" และความผิดหวังในพันธมิตร

    UAE เริ่มตีตัวออกห่างจากซาอุดีอาระเบียและ GCC:

    ความโดดเดี่ยว: ในการโจมตีโต้ตอบของอิหร่านที่ผ่านมา UAE รู้สึกว่าตนเองได้รับความเสียหายหนักแต่ไม่ได้รับการปกป้องที่เพียงพอจากกลุ่มเพื่อนบ้าน

    ทางใครทางมัน: การตัดสินใจลาออกครั้งนี้ UAE ไม่ได้ปรึกษาซาอุฯ ล่วงหน้า สะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่มาถึงจุดแตกหัก และความต้องการวางตัวเป็นกลางเชิงยุทธศาสตร์มากขึ้น

    การที่ UAE อยู่ใน OPEC ตอนนี้มีแต่เสียกับเสีย เพราะต้องมานั่งลดการผลิตเพื่อช่วยพยุงราคาให้เพื่อนบ้าน ในขณะที่ตัวเองมีทางออกทะเลที่ปลอดภัยและมีน้ำมันพร้อมขาย นี่คือการส่งสัญญาณว่า 'ความเป็นพี่น้องอาหรับ' กินไม่ได้ในยามสงคราม UAE เลือกที่จะเป็นมิตรกับตลาดโลก (และอาจรวมถึงอเมริกาที่อยากให้ราคาน้ำมันลดลง) เพื่อหาเงินมาสร้างประเทศใหม่ให้พ้นจากยุคน้ำมัน ดังนั้น UAE จึงกำลังทิ้งเพื่อนเพื่อเอาตัวรอด

    #ChinaFocus

    Ref.: Xinhua News
    https://www.facebook.com/share/p/1Cjej4iK38/
     
  20. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,450
    ค่าพลัง:
    +97,153
    "คลังแสงพลังงานใต้ดิน" — จีนเปลี่ยนถ้ำเกลือเป็นโกดังไฮโดรเจนล้านลูกบาศก์เมตร สัญญาณรุกคืบสู่มหาอำนาจพลังงานสีเขียว

    จีนประกาศความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ในการเปิดใช้งานโครงการสาธิตการกักเก็บ #ไฮโดรเจน ใน "#ถ้ำเกลือ" (Salt Cavern) แห่งแรกของประเทศ ณ เมืองผิงติ่งซาน มณฑลเหอหนาน ซึ่งถือเป็นกุญแจสำคัญที่จะปลดล็อกข้อจำกัดของการใช้พลังงานไฮโดรเจนในระดับอุตสาหกรรมทั่วโลก

    1. ทำไมต้องเป็น "ถ้ำเกลือ"?: ทางเลือกที่ปลอดภัยและคุ้มค่าที่สุด

    การกักเก็บไฮโดรเจนนั้นยากกว่าก๊าซธรรมชาติหลายเท่าเนื่องจากโมเลกุลที่เล็กและซึมผ่านง่าย แต่ถ้ำเกลือมีคุณสมบัติพิเศษ:

    การปิดผนึกสมบูรณ์ (Tightness): หินเกลือมีคุณสมบัติในการ "เยียวยาตัวเอง" และความหนาแน่นสูง ทำให้ไฮโดรเจนรั่วไหลออกได้ยากมาก

    ความปลอดภัยสูง: ถ้ำเกลืออยู่ลึกใต้ดินและทนต่อแรงดันมหาศาล (โครงการนี้ใช้แรงดันถึง 15 เมกะปาสคาล) ช่วยลดความเสี่ยงจากการระเบิดหรือการโจมตีจากภายนอก

    ต้นทุนต่ำในระยะยาว: เมื่อเทียบกับการสร้างถังเหล็กขนาดใหญ่ใต้ดิน การขุดละลายเกลือเพื่อสร้างถ้ำมีต้นทุนต่ำกว่าและมีความจุมากกว่ามหาศาล

    2. ผนึกกำลังยักษ์ใหญ่: จาก "ทฤษฎี" สู่ "อุตสาหกรรม"

    ความสำเร็จนี้ไม่ได้มาจากบริษัทเดียว แต่เป็นการรวมตัวของ "Dream Team" จีน:

    China Pingmei Shenma: เจ้าของทรัพยากรหินเกลือและพื้นที่

    สถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน: ผู้นำด้านเทคโนโลยีกลศาสตร์หินที่ซับซ้อน
    CNPC & Sinopec: สองยักษ์ใหญ่พลังงานที่นำความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมการขุดเจาะและก่อสร้างมารวมกัน

    ผลลัพธ์: สามารถอัดไฮโดรเจนได้เร็วถึง 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเพียงพอต่อการรองรับระบบเศรษฐกิจไฮโดรเจนขนาดใหญ่

    3. ยุทธศาสตร์ "ระบบพลังงานใหม่" ของจีน

    โครงการนี้คือจิ๊กซอว์ตัวสุดท้ายที่จะทำให้จีนลดการพึ่งพาฟอสซิลได้จริง:

    แก้ปัญหาคอขวด: พลังงานไฮโดรเจนมักมีปัญหาว่าจะเก็บที่ไหนเมื่อผลิตออกมาปริมาณมาก ตอนนี้จีนมี "คลังสินค้า" ใต้ดินแล้ว

    การใช้งานที่หลากหลาย: ไฮโดรเจนจากถ้ำเกลือนี้จะถูกส่งต่อไปยังรถบรรทุกหนัก, หม้อไอน้ำโรงงาน และผสมกับก๊าซธรรมชาติเพื่อลดการปล่อยคาร์บอนในภาคครัวเรือน

    จีนกำลังเปลี่ยน 'ดินแดนใต้พิภพ' ให้กลายเป็นขุมทรัพย์พลังงาน! ในขณะที่ประเทศอื่นยังเถียงกันเรื่องสถานีเติมไฮโดรเจน จีนข้ามช็อตไปสร้าง 'คลังแสงใต้ดิน' ระดับล้านลูกบาศก์เมตรแล้ว...

    นี่คือการประกาศว่า #จีน พร้อมแล้วสำหรับการเปลี่ยนผ่านสู่ Hydrogen Economy แบบเต็มตัว การมีคลังเก็บขนาดใหญ่ระดับนี้หมายถึงความมั่นคงทางพลังงานที่ใครก็สั่นคลอนไม่ได้ เพราะถ้ำเกลือพวกนี้ทำลายยากกว่าโรงไฟฟ้านบนดินเยอะ จีนไม่ได้แค่สร้างเทคโนโลยี แต่เขากำลังสร้าง 'โครงสร้างพื้นฐาน' ที่จะทำให้พลังงานสีเขียวราคาถูกลงและเสถียรพอที่จะเลี้ยงทั้งประเทศ

    #ChinaFocus #คลังแสงพลังงานใต้ดิน

    Ref.: Xinhua News
    https://www.facebook.com/share/p/1Km85hcpXU/
     

แชร์หน้านี้

Loading...