สิ่งแวดล้อมตั้งแต่บ้านถึงสังคมมีแต่เรื่องร้าย ทุกข์กดดัน / ใครทำร้ายเรา?

ในห้อง 'ทุกข์และปัญหาชีวิต' ตั้งกระทู้โดย NAMOBUDDHAYA, 13 ธันวาคม 2020.

  1. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    23,243
    กระทู้เรื่องเด่น:
    735
    ค่าพลัง:
    +68,347
    29lkFzYJFWJtsNTNhUXed9PRdFA87B3fx6LaXUxvT8Hr&_nc_ohc=axTfDWvxZasAX9a0f4X&_nc_ht=scontent.fcnx3-1.jpg

    ปุจฉา :
    มีคำถาม เกิดขึ้นในใจ จากที่ดูข่าวทางทีวี และ สื่อออนไลน์
    ในตอนนี้ทุกคน ต้อง "อยู่บ้าน เพื่อหยุดเชื้อ เพื่อชาติ"
    ทุกคนจะต้องทำเพื่อชาติ แต่ในหลายๆ ครอบครัวที่ทำเพื่อชาติอยู่ ณ ขณะนี้ มีปัญหาภายในครอบครัว ในลักษณะที่ สามี/ภรรยา พออยู่บ้านด้วยกันนานๆ ก็เกิดความขัดแย้ง ความไม่เข้าใจกัน
    แม่ กับ ลูก ที่อยู่ด้วยกันนานๆ คุณแม่ก็อาจเป็นคนขี้บ่น
    ลูกก็อาจไม่ได้ดั่งใจ ก็ขัดแย้ง
    พี่กับน้อง ขัดแย้งกัน ไม่ยอมกัน ไม่เข้าใจกัน
    ไม่ว่าจะเป็น สามี/ภรรยา แม่/ลูก หรือ พี่/น้อง
    ในลักษณะของบางคน ยอมทุกๆ คน ตลอดทั้งซอย ตั้งแต่ปากซอย ยันท้ายซอย
    หรือ แม้แต่ ตลอดทุกคน ยอมได้หมด
    แต่กับพ่อกับแม่ ลูกบางคนไม่ยอม
    กับสามี/ภรรยา บางคนยอมไม่ได้
    กับพี่กับน้อง บางคนยอมไม่เป็น
    ก็เลยเป็นทุกข์เดือดร้อน มีข่าวการหย่าร้างเกิดขึ้น
    มีข่าวการทะเลาะกันในบ้าน ในครอบครัว
    ซึ่งไม่เป็นสุข ไม่เป็นความสงบ
    เหตุอย่างนี้ พระอาจารย์ เมตตาในการที่จะคลายปม ให้กับสังคม ช่วยครอบครัวที่คิดว่าจะทำเพื่อชาติ แต่ว่าในบ้าน ในครอบครัวเร่าร้อน เป็นทุกข์ ไม่สุข อย่างไรขอรับ ?



    วิสัชนา :
    ธรรมชาติของจิต ที่ยังไม่ได้รับการฝึกฝน ก็จะหลงติด หลงข้องอยู่กับอารมณ์ต่างๆ
    ไม่ใช่เฉพาะดวงจิตที่มีชีวิตเป็นมนุษย์เท่านั้น
    มันเป็นธรรมชาติของ ดวงจิตในวัฏสงสาร ที่ยังไม่ตื่นขึ้นมา
    พอมีอารมณ์อะไรเกิดขึ้น ก็หลงติดอยู่กับอารมณ์นั้นๆ
    มีเรื่องให้ไม่สบายใจ ก็ติดอยู่กับความไม่สบายใจ
    มีเรื่องให้เกิดความเสียใจ ก็หลงติดอยู่กับความเสียใจ
    หลงติดอยู่กับความเศร้าโศกเสียใจ
    มีเรื่องขุ่นเคืองใจ ก็รู้สึกโกรธ ขุ่นเคืองใจ
    รู้สึกคับแค้นใจ
    รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ
    มันเป็นธรรมชาติของดวงจิต ที่ยังไม่ได้รับการฝึกฝน
    บางเหตุการณ์ ถูกกระทำครั้งนึง แม้กาลเวลา มันล่วงเลยไป คนที่เค้ากระทำ เค้าก็ไปไหนต่อไหนแล้วก็ไม่รู้
    ผ่านไปหลายวัน หลายเดือน หลายปี
    แต่ทำไม เรายังหวนคิดเรื่องนั้น ซ้ำๆ
    รู้สึกโกรธ ซ้ำๆ
    รู้สึกคับแค้นใจ ซ้ำๆ
    หลงติดอยู่กับ ความเกลียดชัง
    ตกลง...ใคร...ทำร้ายเรา ???
    ตัวเรา..เอง...
    อาการที่หลงยึดติดอยู่กับอารมณ์ต่างๆ
    ไม่มีใครทำร้ายเรา มากเท่าตัวของเรานี้เอง
    ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ทำให้เรารู้สึกเศร้า
    หรือ เรื่องที่ทำให้เรารู้สึกโกรธ
    หรือ เรื่องที่ทำให้เรารู้สึกคับแค้นใจ
    รู้สึก ผิดหวัง....
    รู้สึก อึดอัด...คับข้องใจต่างๆ...
    การที่เราจะหลุดจาก อารมณ์ต่างๆ เหล่านี้...
    ก็ต้อง...ตื่นขึ้นมา...
    การหลุดออก ...จากอารมณ์...
    หรือ การปล่อยวาง...
    คนก็เข้าใจ ว่าการปล่อยวาง เป็นสิ่งที่ดี...
    แต่ว่า มันง่าย เหมือนการวางของมั้ย ???
    อยากจะวาง...ก็วาง ...มันง่ายแบบนั้นมั้ย ?
    มันไม่ง่ายแบบนั้น...
    อาการที่มัน หลงติดอยู่กับโลกความคิดปรุงแต่ง
    แล้วส่วนใหญ่ มันคิดเรื่องที่สบายใจ หรือ ไม่สบายใจ ?
    ส่วนใหญ่ ก็คิดเรื่องที่ไม่สบายใจ
    การที่เราจะเป็น อิสระจากอารมณ์ จากความคิดต่างๆ
    หรือ การปล่อยวาง สลัดออกจากอารมณ์...
    ....มันต้อง..ตื่นขึ้นมา
    แล้วเราจะตื่นได้อย่างไร ???
    มันใช่ เหมือนที่เราลุกจากที่นอน แล้วไปใช้ชีวิตไปวันๆ...
    อย่างนั้นหรือเปล่า ???
    อันนั้น มันแค่ เป็นการตื่นภายนอก
    แต่มันยัง....ไม่เกิด... การตื่นรู้ ขึ้นมา
    กระบวนการตื่นรู้ ต้องอาศัย การฝึกสติปัฏฐาน 4
    เจริญสติปัฏฐาน 4 จน เกิดการตื่นรู้ ขึ้นมา
    เมื่อเกิด สภาวะตื่นรู้ขึ้นมา จะเกิดการหลุดออก คลายออกจากอารมณ์ต่างๆ
    หลุดจาก...ความเครียด
    หลุดจาก...ความวิตกกังวล
    หลุดจาก...ความฟุ้งซ่าน
    หลุดจาก...ความเศร้า
    หลุดจาก...ความเกลียดชัง
    ความเร่าร้อน ทุกข์ทรมาน ต่างๆ มันจะหลุดออกไป
    ถ้าโยมได้ปฏิบัติธรรม จนมีจิตใจที่ตั้งมั่น ตื่นรู้ขึ้นมา
    ความวุ่นวายใจ...
    ความทุกข์ทรมานต่างๆ ...
    จะหายไปจากชีวิตของเรามาก
    ชีวิต...เปลี่ยนเลย..
    มันผิดกับ คนที่จิตใจเปราะบาง
    มันต้องหวั่นไหว ไปกับทุกเรื่องที่ผ่านเข้ามา
    ไม่ต้องอยู่กับบ้านหรอก...
    ออกไปข้างนอก ...มันก็เจอ
    ในแต่ละวัน...มันกี่เรื่องล่ะ ที่มันเข้ามาในชีวิตของเรา
    ถ้าเราต้องหวั่นไหว ต้องดิ้นรน กระเสือกกระสน ไปกับทุกๆ เรื่องที่ผ่านเข้ามา...
    เหนื่อยไหมล่ะ?...
    มันมีแต่ความเร่าร้อน
    ไปที่ทำงาน คนโน้นก็ไม่ดีอย่างโน้น
    คนนี้ ก็ไม่ดี อย่างนี้...
    คนนี้ก็ไม่ได้เรื่อง...
    มันมีแต่เรื่องวุ่นวายใจ
    กลับบ้าน...สามี... ไม่ได้ดังใจ...
    ภรรยา... ไม่ได้ดังใจ...
    ลูกหลาน... ไม่ได้ดังใจ...
    อึดอัด คับข้องใจไปหมด...
    อยู่ที่ไหนก็ไม่มีความสุข... มันมีแต่อารมณ์ที่กระทบกระทั่ง...ไปหมด
    จะดีกว่ามั้ย ถ้าเราศึกษา ปฏิบัติธรรม...
    เปลี่ยนจากใจที่หลงเพลิดเพลิน อยู่ในอารมณ์ต่างๆ
    พลิกมา...เป็นใจที่...ตื่นรู้ ขึ้นมา
    จิตใจ...ที่ตั้งมั่น ...มันก็จะไม่หวั่นไหว ไปกับอารมณ์ต่างๆ
    ใหม่ๆ มันก็ตั้งมั่นได้ไม่นาน...
    หลุด...จาก...อารมณ์..ได้ไม่นาน
    เดี๋ยวมันก็กลับไปยึดกับอารมณ์ใหม่...
    ก็ต้องค่อยๆ...ฝึก..พัฒนาไป
    แต่พอ...ใจเรา...เริ่มตั้งมั่น... ขึ้นมา เรื่อยๆ
    จะพบเลยว่า ความวุ่นวายใจ ความเร่าร้อน
    มันจะลดน้อย ลงไปเรื่อยๆ...
    ความทุกข์ในชีวิตเรา มันจะหายไปมาก
    แล้ว ถ้าเราปฏิบัติไปเรื่อยๆ...
    เริ่มมีความสงบ ระงับ จากข้างใน...
    สัมผัส..ความสงบ...ความเบา...ความผ่องใสจากข้างใน
    มันเป็นความสุข ที่ประณีต กว่าความสุขใดๆ ในโลก
    พอปฏิบัติธรรม แล้ว เข้าถึงความสุข จากภายใน
    อยู่ที่ไหน...ก็มี ความสุข...
    อยู่ ที่บ้าน ... ก็มี ความสุข...
    อยู่ ที่ทำงาน... ก็มีความสุข...
    อยู่ ป่า... อยู่ โคนไม้...มันก็มีความสุข...
    เพราะ ความสุข มันเอ่อล้น จากภายในใจของเรา
    พอ ปฏิบัติไป มันชุ่ม ...ด้วยปิติ...ด้วยสุข..
    ด้วยความเบา ด้วยความผ่องใส
    ทีนี้มันเริ่ม...แผ่ออกแล้ว...
    มันเย็น...มันเย็น...
    พอคู่ครอง แรงมา... ก็ไม่โกรธ... ยิ้มได้...
    เมตตา ความรัก ความปรารถนาดี มันจะเกิดขึ้นโดยธรรมชาติ
    แล้วเรา จะเข้าใจผู้คน...
    เข้าใจ คู่ครอง...
    เข้าใจ ลูกหลาน...
    เข้าใจ เพื่อน ร่วมทำงาน ต่างๆ...
    อยู่ได้ ความเย็น มันเกิด...
    มันผิด กับ ตอนที่ไม่ได้ปฏิบัติธรรม ....มันมีแต่ เร่าร้อน
    อะไรก็ไม่ดี...
    มันไม่มีอะไรหรอก ที่ทำให้เรา ใจเราเย็นได้...
    นอกจาก การที่เรามีจิตใจ...ที่ตั้งมั่นขึ้นมา
    แล้วความเย็น ความผ่องใส มันจะเอ่อล้น มาเอง
    อย่างนี้ อยู่ที่ไหน ก็มีความสุข
    เพราะฉะนั้น ...มันแก้ที่ ใจ ของเรา
    ไม่ได้แก้ ที่คนรอบข้าง
    ถ้าโยมได้ปฏิบัติธรรม จนมีจิตใจที่ตั้งมั่น
    จะมีชีวิตที่ผาสุขได้
    โดย พระมหาวรพรต กิตติวโร
    29lkFzYJFWJtsNTNhUXed9PRdFA87B3fx6LaXUxvT8Hr&_nc_ohc=axTfDWvxZasAX9a0f4X&_nc_ht=scontent.fcnx3-1.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. On_a

    On_a สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มิถุนายน 2021
    โพสต์:
    23
    ค่าพลัง:
    +13
    สาธุค่ะ ไม่ว่าใครจะทำร้ายเรา ยังไงชีวิตก็ต้องไปต่อ เหนื่อยก็พัก หยุดยาวเลยก็ได้ อยากร้องไห้ก็ร้อง อยากหัวเราะก็ตามนั้น คาใจ สงสัย ไม่เข้าใจ ก็ค่อยๆ ทบทวนไป แต่สุดท้ายก็ต้องไปต่อ และเราก็ต้องยอมรับความจริง มองทุกอย่างตามความเป็นจริงอย่างที่มันเป็น
     

แชร์หน้านี้

Loading...