สร้างบุญบารมีไว้ดี ก็จะได้พบเจอกับครูบาอาจารย์ที่ดี

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 11 พฤษภาคม 2022.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    8,608
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1,302
    ค่าพลัง:
    +18,867
    69C1F425-7F82-49F1-A708-8E379F28E2F8.jpeg

    วันนี้ตรงกับวันอังคารที่ ๑๐ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๕ ระยะนี้เราท่านทั้งหลายก็น่าจะเสียกำลังใจไปกับข่าวคราวที่ไม่ดีไม่งาม โดยเฉพาะในส่วนของวงการพระพุทธศาสนา และความเชื่อต่าง ๆ แม้กระทั่งล่าสุดที่มีการจับบุคคลที่อ้างตัวว่าเป็น "พระบิดา" ซึ่งรักษาโรคด้วยการให้กินของเสีย แล้วพวกเราก็ยังสงสัยว่าเขาเชื่อกันไปได้อย่างไร !??

    เรื่องพวกนี้ต้องบอกว่า ถ้าเป็นบุคคลที่สร้างบารมีไว้ดี สร้างบุญไว้ดี ก็จะพบเจอกับครูบาอาจารย์ที่ดี สิ่งนี้ไม่ใช่กระผม/อาตมภาพว่ากล่าวด้วยตัวเอง แต่ว่าพระเดชพระคุณหลวงพ่อฤๅษี ฯ วัดท่าซุง ท่านได้ยกตัวอย่างหลวงปู่ปาน วัดบางนมโคเอาไว้

    เนื่องจากว่าพระเดชพระคุณหลวงปู่ปาน วัดบางนมโคนั้น พระอุปัชฌาย์อาจารย์ของท่าน ล้วนแล้วแต่เป็นสุดยอดพระสุปฏิปันโนทั้งสิ้น แล้วท่านยังแนะนำพระเดชพระคุณหลวงพ่อฤๅษีฯ ให้ไปกราบ ให้ไปหาพระสุปฏิปันโนอีกเป็น ๑๐ รูป ไม่มีที่จะต้องมาเจอเหตุการณ์แบบ "พระบิดา" เหมือนกับคนเหล่านี้

    เรื่องทั้งหลายเหล่านี้ ถ้าเราสร้างเวรสร้างกรรมสืบเนื่องกันมา ก็จะเชื่อถือและยึดถือตามกัน ดังนั้น...เราจะเห็นว่าบรรดาหลวงปู่ หลวงพ่อ ครูบาอาจารย์แต่ละท่าน ก็จะมีลูกศิษย์ลูกหาที่เคารพรัก เลื่อมใสในองค์ของท่านต่าง ๆ กันไป นั่นคือ บุคคลที่เคยสร้างบุญร่วมกับท่านมาในอดีต

    เมื่อมาถึงปัจจุบัน ได้พบได้เจอกันตามแรงบุญแรงกรรม โดยที่บางคนใช้คำว่า "บุญสัมพันธ์, กรรมสัมพันธ์" ก็จะทำให้เกาะเกี่ยวเป็นกลุ่มก้อนเดียวกัน จนบางทีเขาก็ไปแยกว่าเป็นสายนั้นสายนี้

    ในเมื่อเป็นเช่นนั้น บุคคลที่เคยสร้างบุญสร้างกรรมร่วมกับ "พระบิดา" ท่านมา ก็จำเป็นอยู่ดีที่แรงบุญแรงกรรมนั้น ย่อมที่จะพาให้วงโคจรไปคาบเกี่ยวกัน แล้วก็จะมีเหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างที่เห็น ก็คือเรื่องที่ไม่น่าเชื่อถือ พอบอกกล่าวก็เชื่อฟังกัน แล้วถ้าคนอื่นบอกกล่าวก็ไม่ฟังเสียด้วย นี่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ทั่วไปในสังคมไทยของเรา

    ที่สำคัญก็คือว่าพระภิกษุสามเณรของเรา ในฐานะปูชนียบุคคลในพระพุทธศาสนา และอุบาสกอุบาสิกาของพวกเรา ในฐานะพุทธบริษัททั้ง ๔ ต้องเข้มแข็งและมั่นคง ยิ่งสถานการณ์เลวร้ายเท่าไร เรายิ่งต้องหมั่นฝึกฝนขัดเกลาตนเองให้มากขึ้นเท่านั้น เพื่อที่จะพิสูจน์ทราบให้ได้ว่า ธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นเป็นของจริง เป็นของแท้ เป็นที่อาศัยได้ในทุกยุคทุกสมัย

    ท่านทั้งหลายอาจจะบอกว่า "ผมไม่ใช่หลวงปู่ปาน วัดบางนมโค" "ดิฉันไม่ใช่หลวงพ่อฤๅษีฯ วัดท่าซุง จะได้เป็นอย่างนั้น" ถ้าคิดแบบนั้น สมัยก่อนก็อยู่วัดท่าซุงไม่ได้ พระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดท่าซุง ท่านพูดอยู่เสมอว่า "ถ้าสิบนิ้วเท่ากัน แล้วคนอื่นทำได้ เราก็ต้องทำได้ และถ้าเราทำได้ ต้องทำให้ดีกว่าเขาด้วย" ในเมื่อเป็นเช่นนั้นจึงสำคัญที่ว่า พวกเรามีความอดทน พากเพียร และสติปัญญาเท่าไร

    ดังที่กระผม/อาตมภาพเองเคยกล่าวเอาไว้หลายครั้งว่า ในเมื่อเป็นหางราชสีห์ไม่ได้ อย่างน้อยเราต้องเป็นหัวหมาให้ได้ ก็คือในเมื่อส่วนหนึ่งส่วนใดของพญาสัตว์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งป่า เราเป็นไม่ได้ อย่างน้อย ๆ เราก็ต้องเป็นส่วนสำคัญของสัตว์อื่นที่สำคัญน้อยกว่า เพียงแต่ว่าเราจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทุ่มเทความเพียรพยายามของเราจนถึงที่สุด ไม่ใช่เจออะไรหน่อยหนึ่งก็ถอยแล้ว

    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอังคารที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๖๕
    https://www.watthakhanun.com/webboard/showthread.php?t=8572

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร. วัดท่าขนุน
    www.watthakhanun.com

    #พระครูวิลาศกาญจนธรรม #หลวงพ่อเล็ก
    #ชุมชนคุณธรรม #วัดท่าขนุน
    #ชุมชนคุณธรรมวัดท่าขนุน
    #ชุมชนคุณธรรมน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงขับเคลื่อนด้วยพลังบวร
    #พระพุทธศาสนา #watthakhanun
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...