รู้บ้างไหม...?

ในห้อง 'หลวงปู่ดู่ และ หลวงตาม้า' ตั้งกระทู้โดย NAMOBUDDHAYA, 20 พฤศจิกายน 2021.

  1. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    23,241
    กระทู้เรื่องเด่น:
    735
    ค่าพลัง:
    +68,347
    ?temp_hash=0e1c224068ad1a786566ad6a55108149.jpg


    รู้บ้างไหม ?

    มีใครรู้บ้างไหมว่า ในขณะที่มีผู้คนมาถวายปัจจัยสังฆทานแก่หลวงปู่จำนวนนับหมื่นบาทในแต่ละวัน พอถึงตอนเย็นท่านก็จะให้ลูกศิษย์รวบรวมไปถวายเจ้าอาวาสทั้งหมด ไม่เก็บไว้เป็นสมบัติส่วนตัวเลย
    มีใครรู้บ้างไหมว่า ยามบ่ายๆ ที่ปลอดผู้คน หลวงปู่จะเดินเก็บหนังยางที่หล่นอยู่ตามพื้นขึ้นมาแขวนรวมไว้ที่ตะปูข้างกุฏิ เพื่อให้โยมที่มาวัดได้นำไปใช้กัน
    มีใครรู้บ้างไหมว่า หลวงปู่สรงน้ำโดยไม่ใช้สบู่เลย
    มีใครรู้บ้างไหมว่า หลวงปู่ไม่เปลี่ยนอัฐบริขารง่ายๆ ทั้งๆ ที่มีคนมาถวายของใหม่ให้ใช้อยู่เสมอๆ บางครั้งเป็นของใช้ เช่น อาสนะนุ่มๆ ท่านก็จะเอามานั่งฉลองให้ผู้ถวายอิ่มใจ หลังจากนั้นไม่กี่วัน ท่านก็จะเอาไปรวมเป็นของสงฆ์เพื่อรอการจัดสรรต่อ แล้วท่านก็กลับมานั่งบนกระดานแข็งๆ อีกตามเดิม
    มีใครรู้บ้างไหมว่า หลวงปู่ฉันมื้อหนึ่งๆ เพียงไม่กี่คำ ท่านฉันมื้อเพลก็เพียงเพื่อจะสงเคราะห์คนที่อยู่ไกลๆ ที่มาไม่ทันตอนเช้า ให้ได้มีโอกาสทำบุญ
    มีใครรู้บ้างไหมว่า ที่นอนจำวัดของหลวงปู่นั้นเล็กขนาดแทบไม่มีที่พลิกตัว แถมท่านยังเมตตาอนุญาตให้ศิษย์ใช้ห้องจำวัดของท่านเป็นที่นั่งปฏิบัติกรรมฐานในสมัยที่วัดยังไม่มีสถานที่นั่งภาวนา
    มีใครรู้บ้างไหมว่า หลวงปู่ท่านพยายามสอนด้วยการทำให้ดู

    ปฏิปทาที่งดงาม

    หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ
    ขอนอบน้อมกราบสักการะด้วยเศียรเกล้าครับ

    Cr. พุทธภูมิ

    ?temp_hash=5591e6b5043d6aa0ab4deaff6a61c94c.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    23,241
    กระทู้เรื่องเด่น:
    735
    ค่าพลัง:
    +68,347
    OaKCJeIZ-KI3Wx1gsCbIDZ-0ge6yDdDAdx&_nc_ohc=QhSfEDuPQOUAX94v50F&_nc_zt=23&_nc_ht=scontent.fbkk2-3.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  3. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    23,241
    กระทู้เรื่องเด่น:
    735
    ค่าพลัง:
    +68,347
    รำลึกถึง พระมหาโพธิสัตว์

    เกี่ยวกับเรื่องความปรารถนาของหลวงปู่ อาจารย์ศุภรัตน์สรุปได้เลยว่า “ท่านปรารถนาพุทธภูมิ”แน่นอนอาจารย์เคยคุยกับลูกศิษย์หลวงปู่หลายคน มีคนหนึ่ง ชื่อ เซ็ง อยู่วัดสะแก ได้กล่าวถึงหลวงปู่ว่า “หลวงลุงท่านปรารถนาพุทธภูมิ ไม่อยาางนั้นท่านไม่มานั่งหลังขดหลังแข็งรับญาติโยมอยู่หรอก” มีอยู่ครั้งหนึ่งลูกศิษย์หลวงปู่ ชื่อ ปราณี ได้ถามหลวงปู่ถึงการไปนิพพานของท่าน ท่านตอบว่า “ เรื่องอะไรข้าจะไปนิพพาน ข้าหวังเป็นนายร้อยไม่ใช่นายสิบ คนอย่างข้าต้องหักยอดฉัตรจึงสมใจ “ เป็นการกล่าวจากปากท่านเอง สำหรับอาจารย์นั้นท่านบอกความปรารถนานี้เช่นกันและท่านยังบอกอาจารย์อีกว่า “เขาว่ากันว่า “ ข้าจะสำเร็จระหว่างต้นไม้หนึ่งคู่ ข้าเองยังไม่รู้เมื่อไหร่ “ ในตอนนั้น อาจารย์ยังไม่แน่ใจ ได้แต่มองต้นไม้ในวัดว่าจะเป็นต้นไหน แต่ไม่เห็นมี มาตอนหลังจึงเข้าใจ ในคำพูดของท่าน
    จนกระทั่งหลวงปู่บุดดา ท่านมา เยี่ยมเมื่อคราวที่ หลวงปู่ไม่สบายก่อนมรณภาพ ก่อนที่หลวงปู่บุดดาจะกลับ ท่านได้พูดกับหลวงปู่ดู่ว่า “
    วันนี้ผมนำมงกุฎพระพุทธเจ้ามามอบให้คุณ นิมนต์อยู่ต่อเถิด ถ้าไม่อยู่ก็ไม่เป็นไร ที่คุณปรารถนานั่นนะ สำเร็จแน่คุณจะได้เป็นพระพุทธเจ้าองค์ต่อไป “ในวันนั้นมีผู้ได้ยินหลายคน ลูกศิษย์คนหนึ่งได้เรียนถา
    มหลวงปู่ดู่ถึงความหมายที่หลวงปู่บุดดาพูด ท่านตอบว่า “พระอรหันต์ให้พร เรารับไว้ไม่เสียหาย อะไร “
    -1dbM5kSX1vZGRLL3-wdofwSd14aPeSCRK&_nc_ohc=RuadrNGK2fwAX-w5xnb&_nc_zt=23&_nc_ht=scontent.fbkk2-5.jpg
     
  4. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    23,241
    กระทู้เรื่องเด่น:
    735
    ค่าพลัง:
    +68,347
    หลวง ปู่ได้ให้ความสำคัญในเรื่องของการปฏิบัติบูชามาก เนื่องจากประโยชน์ที่จะได้รับในขณะที่ปฏิบัติสมาธินั้น ได้บุญพร้อมถึง ๓ องค์คือ ทาน ศีล และภาวนา
    เกี่ยวกับทานมีกล่าวไว้ในพระสูตร ว่าด้วยเรื่องของการให้ทานกับคนธรรมดาหนึ่งครั้ง ให้ทานคนธรรมดาร้อยครั้ง ไม่เท่ากับการให้ทานคนที่มีศีลหนึ่งครั้ง ให้ทานผู้มีศีลร้อยครั้ง ไม่เท่ากับให้ทานพระอริยบุคคลขั้นโสดาบันหนึ่งครั้ง เรื่อยมาจนถึงให้ทานพระสัมมาสัมพุทธเจ้าร้อยครั้ง ไม่เท่ากับถวายสังฆทานหนึ่งครั้ง โดยมีพระพุทธเจ้าเป็นประธาน และการถวายสังฆทานร้อยครั้ง ไม่เท่ากับการถวายวิหารทาน ได้แก่ โบสถ์ วิหาร ฯลฯ แต่ถึงแม้จะถวายวิหารทานไว้มากมายถึงร้อยครั้ง อานิสงส์ก็ยังไม่เท่ากับการเจริญเมตตาจิต หรือการภาวนาได้แสงสว่างเพียงเท่าช้างกระดิกหู งูแลบลิ้น เพียงครั้งเดียว ถ้าจะ
    มีผู้แย้งว่า ขณะนั่งสมาธิไม่มีการให้ทาน ขอตอบว่า ทานในขณะปฏิบัติเป็นทานอันยิ่ง คือ อภัยทาน เพราะในเวลานี้ ถ้าเราโกรธ อาฆาต พยาบาทใครก็ตาม เราต้องให้อภัย มิเช่นนั้นแล้วสมาธิจะไม่เกิดขึ้น ดังนั้น เราต้องมีเมตตาธรรมบังเกิดขึ้น จุดประสงค์ของพระพุทธเจ้า เกี่ยวกับการให้ทานนี้ ก็เพื่อลดความเห็นแก่ตัวนั่นเอง มิใช่เป็นการให้ทานเพื่อหวังผลตอบแทนอย่างเลอเลิศ เพราะจะกลายเป็นผู้โลภบุญ หลวงปู่ทวดเคยให้คำจำกัดความของบุญกับผู้เขียนว่า "บุญ คือความสบายใจ ก่อนทำก็สบายใจ ขณะทำก็สบายใจ ทำแล้วก็สบายใจ คิดถึงทีไร สบายใจทุกที"
    เรื่องของศีลนั้น ในขณะที่ปฏิบัติ เราจะเป็นผู้ที่มีศีลอย่างบริบูรณ์ เนื่องจากได้สมาทาน และมีเจตนาที่จะรักษาศีลเรียบร้อยแล้ว ถึงแม้บางท่านจะภาวนาเลย ก็ย่อมมีศีลอยู่กับใจ (ศีลโดยแท้ คือ ภาวะปกติของใจ ที่ไม่กระเพื่อมไปตามอำนาจกิเลส เรียกว่า ศีลใจก็ไม่ผิด) เพราะว่าเราไม่ได้ไปผิดศีลข้อใดในขณะนั้น ตั้งแต่การฆ่าสัตว์ การลักทรัพย์ การประพฤติผิดในกาม เป็นต้น เมื่อเรามีศีลบังเกิดขึ้น อานิสงส์ของศีลย่อมทำให้เรามีความสุข มีชีวิตอยู่ก็มีความสุข ตายไปแล้วก็มีสุคติเป็นที่หวังอย่างแน่นอน
    สำหรับการภาวนามีจุดประสงค์เพื่อให้จิตเกิดความสงบมีสมาธิ การบริกรรมภาวนา ไม่ว่าสัมมาอรหัง พุทโธ หรือพุทธังฯ ธัมมังฯ สังฆังฯ ต่างก็มุ่งหวังให้จิตเป็นสิ่งเหนี่ยวนำหรือได้ทำงานในสิ่งที่ดี เนื่องจากสภาพของจิต มักจะไม่อยู่นิ่ง เหมือนลิงมีอาการซุกซน คิดโน่นคิดนี่ ไม่มีสมาธิ ผู้ปฏิบัติจึงต้องอาศัยคำภาวนา ผูกจิตเอาไว้ไม่ให้วอกแวกไปทางอื่น เมื่อมีสติรู้อยู่กับคำภาวนาจนจิตเกิดความสงบ หรือบังเกิดแสงสว่างขึ้น จึงมีอานิสงส์พร้อมกัน ในเวลาเดียวกัน เป็นการรวมตัวของบุญที่กระทำขึ้น จึงมีอานิสงส์มากกว่าการตักบาตร หรือการทำทานเพียงอย่างเดียว
    ดังนั้น การปฏิบัติสมาธิ หรือการภาวนา ดังที่หลวงปู่กล่าวไว้ จึงเป็นการสร้างบารมีอย่างดียิ่ง อันให้ประโยชน์กับตนเองทั้งปัจจุบัน และภายภาคหน้าด้วยประการนี้.....
    ที่มา : กายสิทธิ์ 1
    oGWDUUgWmxt6yrnHm6Z-oB6UGwMnCi-qE-&_nc_ohc=zy08cvof_6kAX-hpqay&_nc_zt=23&_nc_ht=scontent.fbkk2-4.jpg
    https://web.facebook.com/กำลังจักรพรรดิ์หลวงปู่ดู่พรหมปัญโญ-หลวงตาม้าวิริยธโร-159689461454551/
     
  5. NAMOBUDDHAYA

    NAMOBUDDHAYA ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    23,241
    กระทู้เรื่องเด่น:
    735
    ค่าพลัง:
    +68,347
    เราจะรู้ได้ไงว่าธรรมะอันไหน #ใช่ธรรมะดับทุกข์ อันไหน #ไม่ใช่ธรรมะดับทุกข์?
    หลวงปู่ดู่ #คว่ำถ้วยพริกกะเกลือลงที่พื้น
    สักครู่มดก็มาคาบน้ำตาลในพริกกะเกลือไปเป็นแถว
    หลวงปู่จึงพูดว่า
    " #มดมันยังรู้จักแยกน้ำตาลออกจากพริกจากเกลือ
    คนเราถ้าไม่รู้แยกธรรมะดับทุกข์ ออกจากธรรมะทั่วไป
    ก็อายมด"
    :
    โอวาทธรรมคำสอน หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ
     

แชร์หน้านี้

Loading...