ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    187,397
    ค่าพลัง:
    +97,139
    ‘บิล เกตส์’ ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทด้านเทคโนโลยีชั้นนำอย่าง Microsoft รวมไปถึงการเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดอันดับ 4 ของโลก กล่าวว่าเขาไม่ได้ลงทุนกับคริปโตเคอร์เรนซีเลยเพราะ ‘มันไม่เพิ่มมูลค่าให้สังคม’
    .
    “ผมไม่ถือ (เหรียญคริปโต) เลย” เกตส์กล่าว “ผมมักจะลงทุนในสิ่งที่มีมูลค่า โดยมูลค่าของบริษัทขึ้นอยู่กับวิธีสรรค์สร้างผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยมของพวกเขา แต่คุณค่าของคริปโตมาจากสิ่งที่คนอื่นตัดสินว่าอีกคนต้องจ่ายเท่าไร ดังนั้นมันจึงไม่มีมูลค่าเท่ากับการลงทุนแบบอื่น”
    .
    นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกตส์แสดงความไม่ชอบใจของตนต่อสกุลเงินดิจิทัล โดยครั้งหนึ่งเขาเคยเตือนนักลงทุนคริปโตให้ระมัดระวังเกี่ยวกับการซื้อเหรียญตามกระแส โดยเฉพาะคนที่ไม่ได้รวยเท่า ‘อีลอน มัสก์’ ผู้ก่อตั้งบริษัท Tesla และ SpaceX
    .
    อ่านต่อ https://thestandard.co/bill-gates-crypto-currency-isnt.../
    .
    #TheStandardWealth

     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    187,397
    ค่าพลัง:
    +97,139
    UPDATE: ตาลีบันมีคำสั่ง ผู้ประกาศข่าวหญิงต้องสวมผ้าคลุมปิดบังใบหน้า ขณะออกอากาศ
    .
    วานนี้ (22 พฤษภาคม) รัฐบาลตาลีบันของอัฟกานิสถานมีคำสั่งให้ผู้ประกาศข่าวหญิงต้องสวมผ้าคลุมปิดบังใบหน้าขณะกำลังออกอากาศ ซึ่งคำสั่งดังกล่าวนี้มีขึ้นตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ผ่านมา แต่มีผู้ประกาศข่าวเพียงไม่กี่สำนักเท่านั้นที่ปฏิบัติตาม ก่อนที่กลุ่มตาลีบันจะบังคับใช้กฎดังกล่าวอย่างจริงจัง
    .
    ทางด้านกระทรวงวัฒนธรรมและข้อมูลสารสนเทศระบุ นโยบายดังกล่าวถือเป็นที่สิ้นสุดและไม่สามารถต่อรองได้ ขณะที่ผู้ประกาศข่าวหญิงจำนวนมากรู้สึกไม่สบายใจ อีกทั้งยังระบุว่า คำสั่งดังกล่าวเป็นสิ่งที่ไม่สามารถคาดเดาได้ และศาสนาอิสลามไม่ได้บังคับให้เราต้องปิดบังใบหน้า
    .
    นอกจากนี้ตาลีบันยังชี้ว่าพรีเซ็นเตอร์ผู้หญิงในอัฟกานิสถานเองก็ควรสวมหน้ากากอนามัย ข้อบังคับต่างๆ ที่บังคับใช้กับผู้หญิงอัฟกันเริ่มลดทอนสิทธิและเสรีภาพในการใช้ชีวิตของพวกเธอในประเทศแห่งนี้ นับตั้งแต่กลุ่มตาลีบันบุกยึดกรุงคาบูล ยึดอำนาจประธานาธิบดีและคณะรัฐบาลชุดเดิมลง ภายหลังจากที่กองทัพสหรัฐฯ ตัดสินใจถอนทัพออกจากอัฟกานิสถานในช่วงปลายเดือนสิงหาคม ปี 2021
    .
    หนึ่งในหญิงอัฟกันที่ได้รับผลกระทบเผยว่า “หากคำสั่งเหล่านี้ถูกบังคับใช้ ผู้หญิงทั่วอัฟกานิสถานจะถูกตัดสิทธิต่างๆ หลายประการ อย่างที่เห็นในขณะนี้ ผู้หญิงอัฟกันกำลังค่อยๆ ถูกจำกัดสิทธิของตนมากยิ่งขึ้นทุกขณะ”
    .
    ก่อนหน้านี้กลุ่มตาลีบันก้าวขึ้นมาปกครองและบริหารประเทศในช่วงปี 1996-2001 นับเป็นยุคมืดของบรรดาผู้หญิงและเด็กผู้หญิง พวกเธอถูกจำกัดสิทธิและพื้นที่ในการใช้ชีวิต โดยเฉพาะในมิติของการศึกษาและการใช้ชีวิตในพื้นที่สาธารณะ
    .
    ทางด้าน ฟาวเซอย โคฟี อดีตรองประธานรัฐสภาอัฟกัน ชี้ให้เห็นถึงความพยายามในการจำกัดสิทธิเสรีภาพและพื้นที่ของผู้หญิงในอัฟกานิสถาน การออกกฎข้อบังคับเหล่านี้ส่วนหนึ่งเป็นไปเพื่อให้ความสนใจของสาธารณชนมุ่งเป้าไปยังประเด็นด้านการจำกัดสิทธิที่เกิดขึ้น หันเหไปจากประเด็นหลักประเด็นสำคัญอย่างปัญหาปากท้อง ปัญหาเศรษฐกิจ ที่แม้แต่ตาลีบันเองก็ไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้
    .
    ภาพ: Wakil Kohsar / AFP
    .
    #TheStandardNews

     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    187,397
    ค่าพลัง:
    +97,139
    วันนี้ลดลงอีกแล้วติดกัน4 วัน

    ผู้ติดเชื้อในประเทศ 66,247 ราย
    (แต่ทางcdc กล่าวว่า ตัวเลขยังไม่นิ่งเพราะ 2 วันที่ผ่านมาติดเสาร์-อาทิตย์ ยังมีผลรอตรวจอีกมาก)

    เสียชีวิต 40ราย

     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    187,397
    ค่าพลัง:
    +97,139
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    187,397
    ค่าพลัง:
    +97,139
    กบน. ต่ออายุตรึงดีเซล 32 บาท อีก 1 สัปดาห์ถึง 29 พ.ค.นี้ หวังลดผลกระทบประชาชนช่วงเปิดเทอม หวั่นราคาน้ำมันโลกพุ่งต่อเนื่องหลังจีนเปิดประเทศ 1 มิ.ย. ปีนี้่ทำดีมานด์พุ่ง ดันราคาแตะ 150 เหรียญฯ
    .
    นายวิศักดิ์ วัฒนศัพท์ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ว่าที่ประชุมมีติเห็นชอบให้คงราคาจำหน่ายน้ำมันดีเซลในประเทศที่ 32 บาทต่อลิตรไปอีก 1 สัปดาห์ จนถึงวันอาทิตย์ที่ 29 พ.ค. 2565 เพื่อบรรเทาผลกระทบประชาชน และเป็นช่วงเวลาของการเปิดภาคเรียน
    .
    โดยการพิจารณาดังกล่าว จากปัจจัยตลาดโลกราคาน้ำมันในปัจจุบันยังไม่ได้มีการปรับเพิ่มขึ้น โดยราคาน้ำมันดิบดูไบอยู่ที่ประมาณ 108 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
    .
    ขณะที่สถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกยังคงอยู่ในเกณฑ์สูง แต่ไม่สูงมากนักเมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว โดยราคาน้ำมันดีเซล (Gas Oil) 138.48 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล (เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2565)
    .
    สำหรับการพิจารณาของ กบน. ดังกล่าว เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2565 เรื่อง 10 มาตรการลดค่าครองชีพประชาชน โดยรัฐบาลจะเข้าไปช่วยเหลือส่วนที่ราคาน้ำมันดีเซลปรับเพิ่มขึ้นครึ่งหนึ่ง ซึ่ง กบน.ได้พิจารณาปรับราคาน้ำมันดีเซลครั้งแรกมีผลตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2565 เป็นต้นมา
    .
    โดยปรับขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 32 บาทต่อลิตร และจะทยอยปรับขึ้นลงดูสถานการณ์เป็นรายสัปดาห์ โดยกำหนดเพดานไว้ไม่เกิน 35 บาทต่อลิตร รวมทั้งรัฐบาลยังขยายมาตรการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลต่ออีก 2 เดือน เดิมสิ้นสุด 20 พฤษภาคม 2565 เป็นสิ้นสุด 20 กรกฎาคม 2565 โดยปรับลดอัตราภาษีลง 5 บาทต่อลิตร
    .
    อย่างไรก็ดี อัตราภาษีที่ลดลง 5 บาทต่อลิตร คิดเป็นฐานภาษีที่ลดจริงสำหรับดีเซล B5 อยู่ที่ 4.65 บาทต่อลิตร และการลดภาษีนี้ไม่ได้ลดราคาหน้าสถานีน้ำมันทันที เพราะต้องนำมาช่วยกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงพยุงราคาดีเซลให้อยู่ในอัตราไม่เกิน 35 บาทต่อลิตรให้ได้นานขึ้น
    .
    สำหรับประมาณการฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงปัจจุบัน ยืนยันว่ายังมีสภาพคล่องที่ยังดำเนินการได้ถึงเดือนมิถุนายน โดยแบ่งเป็นบัญชีน้ำมันติดลบ 41,419 ล้านบาท และบัญชีก๊าซ LPG ติดลบ 34,872 ล้านบาท
    .
    “ประเมินสัปดาห์หน้าแนวโน้มราคาน้ำมันน่าจะปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากจีนจะเปิดประเทศวันที่ 1 มิ.ย. ปีนี้ อาจจะส่งผลทำให้มีความต้องการใช้น้ำมันมากขึ้น โดยคาดว่าราคาน่าจะอยู่ที่ประมาณ 140-150 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล แต่ต้องประเมินรายวัน
    .
    ว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรเข้ามากระทบราคาพลังงานอีกหรือไม่ ส่วนความกังวลกองทุนยังต้องพิจารณาราคาน้ำมันเป็นรายวัน หากมีการปรับเพิ่มขึ้นของตลาดโลก ก็อาจจะปรับราคาขายในประเทศตามสถานการณ์ โดยการตรึงไว้เป็นเวลา 1 สัปดาห์เป็นเพียงกรอบเบื้องต้นเท่านั้น”
    .
    นอกจากนี้ นายวิศักดิ์กล่าวอีกว่า วันนี้ (23 พ.ค.) จะประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่กระทรวงการคลังในเรื่องของการปล่อยเงินกู้ หารือข้อกังวล เงื่อนไขต่าง ๆ อาทิ รูปแบบประเภทเงินกู้ หากมีเงินส่วนนี้ก็จะมาช่วยเสริมได้อีกทั้งสามารถช่วยชำระหนี้ได้ด้วย และขอยืนยันว่ายังอยู่ระหว่างหารือธนาคารทุกแห่ง ซึ่งยังไม่มีธนาคารออมสิน หรือแห่งไหนปฏิเสธตามข่าวย้ำว่าจะเร่งรัดหารือ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนประชาชน
    .
    #ดีเซล #กองทุนน้ำมัน #กบน #ตรึงน้ำมัน
    ----------------------------------------------------------------
    ติดตามข้อมูล ด้านเศรษฐกิจ ธุรกิจการเงิน ของ #Spotlight เพิ่มเติมได้ที่
    เว็บไซต์ https://www.amarintv.com/spotlight
    ยูทูป : https://bit.ly/31rtDUM
    TikTok : https://www.tiktok.com/@spotlightbiz
    Blockdit : https://www.blockdit.com/spotlightbiz

     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    187,397
    ค่าพลัง:
    +97,139
    นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ แถลงภาวะสังคมไทยไตรมาส 1/65 พบว่า การจ้างงานเพิ่มขึ้นทั้งในภาคเกษตรกรรมและนอกภาคเกษตรกรรม ขณะที่อัตราการว่างงาน ลดลงต่ำสุดในช่วงที่มีการระบาดของโควิด ส่วนหนี้ครัวเรือนขยายตัวในอัตราที่ชะลอลง
    .

    โดยสถานการณ์แรงงานไตรมาส 1/65 ภาพรวมการจ้างงานมีจำนวนทั้งสิ้น 38.7 ล้านคน เพิ่มขึ้น 3.0% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นการเพิ่มขึ้นทั้งในและนอกภาคเกษตรกรรม โดยการจ้างงานภาคเกษตรกรรม มีจำนวน 11.4 ล้านคน เพิ่มขึ้น 3.0% ส่วนนอกภาคเกษตรกรรมมีการจ้างงาน 27.3 ล้านคน เพิ่มขึ้น 3.0% เช่นกัน สาขาที่มีการจ้างงานเพิ่มขึ้น อาทิ สาขาการผลิต เพิ่มขึ้น 2.6% จากอัตราการใช้กำลังการผลิตที่สูงสุดในช่วงโควิด-19 และการส่งออกที่ขยายตัวได้ดีต่อเนื่อง สำหรับสาขาการขายส่ง/ขายปลีก และสาขาการขนส่ง/เก็บสินค้า ขยายตัวได้ 5.8% และ 16.2% ตามลำดับ
    .

    ส่วนสาขาก่อสร้าง และสาขาโรงแรม/ภัตตาคาร มีการจ้างงานลดลงที่ 1.1% โดยการลดลงของจ้างงานสาขาโรงแรม/ภัตตาคาร ส่วนหนึ่งเกิดจากการระบาดของโควิด-19 ที่รุนแรงขึ้นในไตรมาส 1/65 ประกอบกับนักท่องเที่ยวต่างชาติยังมีจำนวนไม่มาก โดยมีเพียง 5.0 แสนคน จากปกติที่มี 9-10 ล้านคน
    .

    ด้านการว่างงานปรับตัวดีขึ้น โดยผู้ว่างงานมีจำนวนทั้งสิ้น 6.1 แสนคน ลดลงจาก 7.6 แสนคนในช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลงจาก 6.3 แสนคนในไตรมาสก่อนหน้า หรือคิดเป็นอัตราการว่างงานที่ 1.53% ต่ำที่สุดในช่วงโควิด-19 เช่นเดียวกับการว่างงานในระบบที่ลดลงต่อเนื่อง โดยผู้รับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน มีจำนวน 305,765 คน คิดเป็นอัตราการว่างงานในระบบที่ 2.7%
    .

    ****แต่มีประเด็นที่น่าสนใจ คือ
    1. ผู้ว่างงานที่ไม่เคยทำงานมาก่อนยังคงเพิ่มขึ้น โดยมีจำนวน 2.6 แสนคน เพิ่มสูงขึ้น 5.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สวนทางกับผู้ว่างงานที่มีประสบการณ์ทำงานที่เริ่มปรับตัวลดลง
    .

    2. ผู้ว่างงานระยะยาว ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยมีจำนวนถึง 1.7 แสนคน และ
    .

    3. การว่างงานในกลุ่มแรงงานที่จบการศึกษาสูงยังอยู่ในระดับสูง โดยอัตราการว่างงานของผู้จบการศึกษาระดับอุดมศึกษาอยู่ที่ 3.10%
    .

    เลขาธิการสภาพัฒน์ กล่าวถึงประเด็นที่ต้องติดตามในระยะถัดไป ได้แก่
    .

    1. การฟื้นตัวของการจ้างงานภาคท่องเที่ยว โดยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติยังมีจำนวนไม่มาก เมื่อเทียบกับก่อนโควิด-19 จึงต้องให้ความสำคัญกับการเปิดประเทศ และดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศให้มากที่สุด
    .

    2. ผลกระทบของการเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าต่อค่าครองชีพของแรงงาน และการจ้างงาน ส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของแรงงาน รวมทั้งอาจกระทบต่อการจ้างงานในภาคเกษตรกรรมจากราคาปุ๋ยที่แพงขึ้น และการจ้างงานสาขาขนส่งจากต้นทุนราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น
    .

    3. การหามาตรการแก้ไขปัญหาการว่างงานระยะยาว และการว่างงานของผู้จบการศึกษาใหม่ ที่ยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
    .

    อ่านรายละเอียดทั้งหมดในเว็บไซต์ได้ที่ลิงค์นี้
    https://www.amarintv.com/spotlight/economy/detail/24676
    ---------------------------------------------
    ติดตามข้อมูล ด้านเศรษฐกิจ ธุรกิจการเงิน ของ #Spotlight เพิ่มเติมได้ที่
    เว็บไซต์ https://www.amarintv.com/spotlight
    ยูทูป : https://bit.ly/31rtDUM
    TikTok : https://www.tiktok.com/@spotlightbiz
    Blockdit : https://www.blockdit.com/spotlightbiz
     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    187,397
    ค่าพลัง:
    +97,139
    ECB ย้ำ "คริปโทไม่มีค่า" ห่วงรายย่อยไม่เข้าใจความเสี่ยงหมดตัว
    .
    เว็บไซต์ Politico รายงานข่าวว่า คริสติน ลาการ์ด ประธานธนาคารกลางยุโรป ได้ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ในเนเธอร์แลนดถึงประเด็นคริปโทเคอร์เรนซี หลังจากในช่วงที่ผ่านมาราคาของคริปโทเคอร์เรนซี รวมถึงเหรียญคริปโทฯ ที่มีการตรึงมูลค่าไว้กับสินทรัพย์อื่นเพื่อรักษามูลค่าให้คงที่ หรือที่เรารู้จักกันดีว่า Stablecoin มีราคาลดลงอย่างมาก และทำให้หลายคนหมดตัว
    .
    ประธานธนาคารกลางยุโรปมองว่า คริปโทเคอร์เรนซีนั้นเป็นสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง ขณะเดียวกันก็มีการเก็งกำไรสูง ควรจะมีมาตรการกำกับดูแล นอกจากนี้เธอยังมองว่าคริปโทเคอร์เรนซีนั้นไม่มีค่าอะไรเลย เนื่องจากไม่มีสินทรัพย์ปลอดภัยหนุนหลัง
    .
    เธอยังกังวลในประเด็นของคริปโทเคอร์เรนซี เช่น ประชาชนที่ไม่มีความรู้ความเข้าใจเรื่องความเสี่ยง (แล้วนำเงินไปลงทุน) ต่อมาได้สูญเสียเงินกับคริปโทเคอร์เรนซีทั้งหมด ซึ่งจะสร้างความผิดหวังให้กับผู้ที่ลงทุน ทำให้เธอมองว่าควรที่จะมีมาตรการกำกับดูแลออกมา
    .
    ก่อนหน้าที่เธอจะให้ความเห็นเรื่องดังกล่าวนี้ ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา Francois Villeroy de Galhau เจ้าหน้าที่ของธนาคารกลางยุโรปได้ออกมากล่าวถึงตลาดคริปโทเคอร์เรนซีเปรียบได้กับบ้านป่าเมืองเถื่อนในอดีต และยังมองว่าผลกระทบของคริปโทเคอร์เรนซีอาจเหมือนวิกฤติซับไพรม์ ที่สร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลกในปี 2008
    .
    นอกจากนี้ในการสัมภาษณ์ เธอยังกล่าวว่าสกุลเงินดิจิทัลยูโร (Digital Euro) ที่จะออกมาอีก 4 ปีข้างหน้านี้จะมีความแตกต่างอย่างมากอีกด้วย แต่เธอไม่ได้ให้รายละเอียดอย่างอื่นแต่อย่างใด
    .
    ประธานธนาคารกลางยุโรปยังกล่าวว่าเธอไม่ได้ถือครองคริปโทเคอร์เรนซี แต่ติดตามดูอย่างระมัดระวัง อย่างไรก็ดีเธอกล่าวว่าลูกชายของเธอนั้นได้ลงทุนในคริปโทเคอร์เรนซี แม้ว่าเธอจะเตือนลูกชายแล้วก็ตาม
    .
    ความเห็นของเธอสอดคล้องกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและประธานธนาคารกลางของกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนํา 7 ประเทศ (กลุ่ม G7) ที่ประชุมในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาว่าคริปโทเคอร์เรนซีควรจะมีการกำกับดูแล และจะมีการเฝ้าจับตามองหลังเหตุการณ์ที่คริปโทเคอร์เรนซีราคาตกลงอย่างหนักนั้นจะมีความเสี่ยงหรือผลกระทบต่อภาคการเงินหรือไม่
    .
    #ECB #Digitalasset #สินทรัพย์ดิจิทัล
    ----------------------------------------------------------------
    ติดตามข้อมูล ด้านเศรษฐกิจ ธุรกิจการเงิน ของ #Spotlight เพิ่มเติมได้ที่
    เว็บไซต์ https://www.amarintv.com/spotlight
    ยูทูป : https://bit.ly/31rtDUM
    TikTok : https://www.tiktok.com/@spotlightbiz
    Blockdit : https://www.blockdit.com/spotlightbiz

     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    187,397
    ค่าพลัง:
    +97,139
    ผู้เลี้ยงไก่ไข่รายย่อยฯ ส่งหนังสือร้องกรมปศุสัตว์ฯ สั่งให้ผู้เลี้ยงรายใหญ่ปลดไก่ยืนกรงใช้แรงงานเกินอายุ นำไข่ราคาถูกมาขายตัดราคา กดราคาหน้าฟาร์มต่ำกว่า 3.20 บาท/ฟอง ทำไข่ลดตลาดกกระทบคนเลี้ยรายย่อย
    .

    นางพเยาว์ อริกุล นายกสมาคมการค้าผู้เลี้ยงไก่ไข่รายย่อยภาคกลาง ได้ส่งหนังสือถึง นายสัตว์แพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เรื่อง ขอความอนุเคราะห์เร่งรัดผู้เลี้ยงรายใหญ่ปลดไก่เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาไข่ไก่
    .

    โดยระบุว่า ตามที่กรมปศุสัตว์ได้ขอความร่วมมือให้ผู้เลี้ยงไก่ไข่รายใหญ่ปลดแม่ไก่ยืนกรง เพื่อป้องกันไม่ให้มีไข่ไก่สะสมในระบบจนทำให้ไข่ไก่ล้นตลาด และกระทบกับเกษตรกรผู้เลี้ยงรายย่อยนั้น
    .

    สำหรับในปัจจุบันสถานการณ์ไข่ไก่มีการสะสมในระบบมากขึ้น ส่งผลให้แนวโน้มราคาไข่ไก่ปรับลดลง โดยยังปรากฏข้อเท็จจริงว่า ผู้เลี้ยงไก่ไข่รายใหญ่บางรายที่มีไก่ยืนกรง และปริมาณผลผลิตไข่ไก่จำนวนมาก นำไข่ราคาถูกออกมาขายในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาด โดยขายจริงไข่คละใหญ่ขายอยู่ที่ 3.20 บาท/ฟอง หรือต่ำกว่านั้นในบางพื้นที่
    .

    ทั้งนี้ทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่รายย่อยทั่วประเทศ ได้รับความเดือดร้อนประสบปัญหาในการขายไข่ไก่ เนื่องจากต้นทุนปัจจุบันที่ได้แก่ ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง และค่าอาหารสัตว์ ที่สูงเป็นเงาตามตัวใกล้เคียงราคาขาย ซึ่งจะส่งผลให้เกษตรกรรายย่อยที่ไม่มีข้อต่อรองทางการค้าใด ๆ ขาดทุนได้
    .

    ขณะที่เกษตรกรรายย่อยจึงใคร่ขอความอนุเคราะห์ กรมปศุสัตว์ในการเข้มงวดให้มีการปลดไก่ตามเวลา พร้อมพิจารณาออกตรวจสอบฟาร์มรายใหญ่ หากมีฟาร์มไหนที่ไม่ให้ความร่วมมือ ขอให้พิจารณาลงโทษตามมาตรการทางบริหารที่สามารถทำได้ต่อไปด้วย
    .

    ล่าสุด สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่สุพรรณบุรี ได้ประกาศลดราคาแนะนำไข่ไก่คละหน้าฟาร์มเกษตรลง 20 สตางค์/ฟอง คือปรับจาก จาก 3.50 บาท/ฟอง เป็น 3.30 บาท/ฟอง โดยมีผลตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เพื่อให้สามารถแข่งขันด้านราคาในการจำหน่ายได้
    .

    #ไข่ไก่ #สมาคมการค้าผู้เลี้ยงไก่ไข่ #กรมปศุสัตว์ #ผู้เลี้ยงไก่ไข่
    ----------------------------------------------------------------
    ติดตามข้อมูล ด้านเศรษฐกิจ ธุรกิจการเงิน ของ #Spotlight เพิ่มเติมได้ที่
    เว็บไซต์ https://www.amarintv.com/spotlight
    ยูทูป : https://bit.ly/31rtDUM
    TikTok : https://www.tiktok.com/@spotlightbiz
    Blockdit : https://www.blockdit.com/spotlightbiz

     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    187,397
    ค่าพลัง:
    +97,139
    ทนไม่ไหวเหมือนกัน Apple เตรียมเพิ่มกำลังการผลิตนอกประเทศจีน หลังรัฐบาลยังล็อกดาวน์เข้ม
    .
    Wall Street Journal รายงานข่าวโดยอ้างอิงแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องว่า Apple ได้พูดคุยกับซัพพลายเออร์หลายรายว่าบริษัทจะเพิ่มกำลังการผลิตนอกประเทศจีน หลังจากที่ประเทศจีนยังล็อกดาวน์อย่างเข้มข้น ส่งผลต่อการผลิตสินค้าของบริษัทอย่างมาก
    .
    กำลังการผลิตมากกว่า 90% ของ Apple อยู่ในประเทศจีน โดยยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีนั้นได้จ้าง บริษัทผู้ประกอบสินค้ารายใหญ่อย่าง Foxconn รวมถึง Wistron ซึ่งมีโรงงานนอกประเทศจีน เช่น เวียดนาม หรือแม้แต่อินเดีย ซึ่ง 2 ประเทศดังกล่าวเริ่มมีบทบาทในการผลิตสินค้าของ Apple เพิ่มมากขึ้น เช่น ในประเทศอินเดียเริ่มมีการผลิตสินค้าของ Apple ตัวใหม่ ไม่ว่าจะเป็น iPhone 13 บ้างแล้ว
    .
    นอกจากนี้ Apple เองยังกล่าวกับผู้ประกอบสินค้าบางรายให้เตรียมสร้างโรงงานเพื่อที่จะเพิ่มกำลังการผลิตนอกประเทศจีนให้มากกว่านี้ด้วย
    .
    การเพิ่มกำลังการผลิตนอกประเทศจีนนั้น สาเหตุสำคัญมาจากนโยบายโควิดเป็นศูนย์ และล่าสุดมาตรการดังกล่าวนั้นก็ยังใช้ในเมืองใหญ่อย่างเช่น เซี่ยงไฮ้ ส่งผลทำให้ห่วงโซ่การผลิตที่ต้องพึ่งพาภาคการผลิตในประเทศจีนได้รับผลกระทบอย่างมาก ซึ่ง Apple เป็นหนึ่งในบริษัทที่ได้รับผลกระทบดังกล่าว
    .
    นอกจากนี้ปัญหาด้านพลังงานในประเทศจีนก็ยังเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้บริษัทมีแผนต้องย้ายกำลังการผลิตออกมาด้วย
    .
    บริษัทวิจัยอย่าง Counterpoint ได้วิเคราะห์ว่ากำลังการผลิต iPhone จากอินเดียในปี 2022 นี้จะมีสัดส่วนมากถึง 7% จากเดิมอยู่ที่ 3.1%
    .
    ก่อนหน้านี้ Apple เองมีแผนทยอยโยกย้ายกำลังการผลิตออกนอกประเทศจีนนับตั้งแต่สงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีน อย่างไรก็ดีแผนการดังกล่าวกลับทำได้ช้าลงกว่าที่คาด โดยสื่ออย่าง Nikkei Asia รายงานว่าการย้ายกำลังการผลิตนั้นได้รับผลกระทบจากโควิด เนื่องจากมาตรการล็อกดาวน์ รวมถึงการคุมเข้มชายแดนของหลายๆ ประเทศ
    .
    #Apple #จีน
    ----------------------------------------------------------------
    ติดตามข้อมูล ด้านเศรษฐกิจ ธุรกิจการเงิน ของ #Spotlight เพิ่มเติมได้ที่
    เว็บไซต์ https://www.amarintv.com/spotlight
    ยูทูป : https://bit.ly/31rtDUM
    TikTok : https://www.tiktok.com/@spotlightbiz
    Blockdit : https://www.blockdit.com/spotlightbiz

     
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    187,397
    ค่าพลัง:
    +97,139
    ใกล้เข้าไปอีกนิด ชิดๆเข้าไปอีกหน่อย

    เพนตากอนกำลังถกแผนการที่จะส่งทหารอเมริกันเข้าไปในยูเครน เพื่อปกป้องสถานทูตอเมริกันในกรุงเคียฟ

    ส่งเข้าไปสัก50,000นายกำลังเหมาะ
    23/5/2022

     
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    187,397
    ค่าพลัง:
    +97,139
    Stapnavatr Vajira

    จุดเริ่มที่น่าสงสัยของฝีดาษรอบนี้ (ภาพที่ 1) ประวัติการป่วยด้วยฝีดาษครั้งสำคัญ เมื่อ ค.ศ.1900 มีคนตายไป 300 ล้านคน (ภาพที่ 2)

    ตอนนั้นประชากรโลก 1000ล้านคน
    ...
    จำนวนประมาณห้าพันล้านคนในโลกที่ยังไม่มีภูมิคุ้มกัน เพราะยังไม่เคยปลูกฝี ในขณะที่คนปลูกฝี จะป้องกันได้ประมาณ 85%

    ตอนนี้ประชากรโลก 7000 ล้านคน
    ...
    สภาพของผู้ป่วยฝีดาษในอดีต (ภาพที่ 4-5) และผิวหนังหลังหายป่วย (ภาพที่ 6-7)
    ...
    ช่วงนี้เปิดเมืองแล้ว เห็นคนไทยเดินทางไป ตปท. เห็นไปประเทศที่มีรายงานแล้วด้วย และเมืองไทยก็เปิดรับนักท่องเที่ยวเต็มรูปแบบแล้ว
    ...
    คงอีกไม่นานล่ะครับ คนเข้า-ออกกันมากมายขนาดนี้
    ...
    เร็วๆ นี้ครับ
    ……………

    องค์การอนามัยโลก หรือ WHO เตือนโลกกำลังเผชิญปัญหาท้าทายที่บริหารจัดการยาก รวมทั้งไวรัสโควิด-19 วิกฤติด้านมนุษยธรรมที่เป็นผลจากปฏิบัติการทางทหารของรัสเซียในยูเครน และ ฝีดาษลิง

    #โควิด19 #ฝีดาษลิง #ฐานเศรษฐกิจ #WHO #องค์การอนามัยโลก

     
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    187,397
    ค่าพลัง:
    +97,139
    “อู ส่อเธ” โฆษกส่วนตัว “ซูจี” หัวใจวายเสียชีวิตเช้าวันนี้
    .
    .
    MGR Online - อู ส่อเธ อดีตโฆษกส่วนตัวอองซาน ซูจี และโฆษกรัฐบาลพรรค NLD หัวใจวายเสียชีวิตในตอนเช้าวันนี้ SAC เตรียมช่วยจัดงานศพ
    .
    วันนี้ (23 พ.ค.) พล.ต.ส่อมินทูน โฆษกสภาบริหารแห่งรัฐ (SAC) กล่าวยืนยันข่าวดังกล่าวกับสื่อมวลชนในพม่า โดยให้รายละเอียดว่า อู ส่อเธ เกิดอาการหัวใจวายกะทันหัน และถูกนำตัวออย่างเร่งด่วนออกจากบ้านพัก เพื่อส่งไปรักษายังโรงพยาบาลขนาด 1,000 เตียง ในกรุงเนปิด เมื่อเวลาประมาณ 8.30 น. แต่เขาได้เสียชีวิตลงในเวลา 9.00 น.(เวลาในพม่า)
    .
    โฆษก SAC ระบุว่า สำนักงานประธาน SAC จะให้ความช่วยเหลือในการจัดพิธีศพให้ อู ส่อเธ ด้วย
    .
    อู ส่อเธ เป็นอดีตนายทหารยศพันตรี เรียนจบจากโรงเรียนนายร้อยปินอูลวิน ภาคมัณฑะเลย์ รุ่นที่ 37 ได้เข้าทำงานในสำนักนายกรัฐมนตรี พล.อ.โซวิน ในยุคที่พม่ามีสภาเพื่อสันติภาพและพัฒนาแห่งรัฐ (SPCD) ควบคุมการบริหารงานเบ็ดเสร็จ หลัง พล.อ.โซวิน เสียชีวิตจากโรคลูคีเมีย เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2550 อู ส่อเธ ลาออกจากกองทัพและเบนเข็มสู่ถนนการเมืองเต็มตัวในฐานะสมาชิกพรรคสหสามัคคีและการพัฒนา (USDP) ซึ่งเป็นพรรคการเมืองของทหาร
    .
    ในยุคประธานาธิบดีเต็งเส่ง อู ส่อเธ ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ สำนักงานทำเนียบประธานาธิบดี
    .
    เมื่อพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) ชนะการเลือกตั้งใหญ่ ได้จัดตั้งรัฐบาลในปี 2559 อองซาน ซูจี ผู้นำพรรค NLD ได้ดึงตัว อู ส่อเธ มาทำงานในฐานะโฆษกส่วนตัว ในตำแหน่งผู้อำนวยการ สำนักงานที่ปรึกษาแห่งรัฐพม่า และยังทำหน้าที่เป็นโฆษกรัฐบาลอีกด้วย
    .
    หลัง พล.อ.อาวุโส มินอ่องหล่าย ทำรัฐประหารเมื่อวัน 1 กุมภาพันธ์ 2564 อู ส่อเธไม่ได้ถูกจับหรือถูกดำเนินคดี แต่เขาหายหน้าไปจากสังคม ไม่มีการรายงานข่าวความเคลื่อนไหวของเขาปรากฏออกมาอีกเลย กระทั่งเขาได้เสียชีวิตในตอนเช้าวันนี้.

     
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    187,397
    ค่าพลัง:
    +97,139
    แพงหูฉี่! เครมลินใช้เงินถึง 15.5 ล้านดอลลาร์ต่อชั่วโมงในงบทำสงครามยูเครน ข่าวกรองอังกฤษแฉ รัสเซียสูญเสียทหารหนักเหมือนตอนโซเวียตบุกอัฟกานิสถาน
    .
    .
    .
    .
    เอเจนซีส์/MGRออนไลน์ – เครมลินใช้เงินทำสงครามยูเครนทำสถิติสูงถึง 15.5 ล้านดอลลาร์ต่อชั่วโมงนับตั้งแต่เริ่มเปิดฉากปฎิบัติการ 3 สัปดาห์ก่อนหน้า ค่าทำสงครามแพงหูฉี่จ่ายเพิ่ม 6.6 พันล้านดอลลาร์ในมีนาคมจาก 5.4 พันล้านดอลลาร์เมื่อเมษายน ด้านกระทรวงกลาโหมอังกฤษเปิดเผยยอดตัวเลขทหารรัสเซียสูญเสียใกล้เคียงตัวเลขในสมัยอดีตสหภาพโซเวียตทำสงครามในอัฟกานิสถาน ส่วนผู้นำยูเครนประกาศฝ่ายเคียฟเสียชีวิต 100 คนต่อวันในภาคตะวันออก
    .
    เดอะการ์เดียน สื่ออังกฤษรายงานวันนี้(23 พ.ค)ว่า รัสเซียในเวลานี้ให้ความสำคัญต่อการสู้รบที่เมืองซีเวอโรโดเนตสค์( Siverodonetsk )และเมืองตอชคิฟคา(Toshkivka )ที่อยู่ใกล้เคียง อ้างอิงจากการรายงานปฎิบัติการล่าสุดจากกองทัพยูเครน
    .
    กระทรวงกลาโหมอังกฤษเผยแพร่รายงานข่าวกรองล่าสุดชี้ว่า ในระยะเวลา 3 เดือนของปฎิบัติการทหารรัสเซียในยูเครน เชื่อว่าฝ่ายรัสเซียสูญเสียในจำนวนตัวเลขใกล้เคียงกับเมื่อครั้งอดีตสหภาพโซเวียตสูญเสียในสงคราม 9 ปีที่อัฟกานิสถานเป็นผลมาจากยุทธวิธีประสิทธิภาพต่ำ การใช้โจมตีทางอากาศอย่างจำกัด ขาดความคล่องตัว ความล้มเหลวจากฝ่ายบัญชาการสำหรับการเตรียมพร้อมเพื่อการเข้าสนับสนุน
    .
    “สาธารณะในรัสเซียในอดีตได้พิสูจน์ถึงความอ่อนไหวต่อความสูญเสียจำนวนมากในช่วงเวลาสงครามแห่งทางเลือก ขณะที่ยอดการสูญเสียในยูเครนยังคงเพิ่มมากขึ้น พวกเขาเหล่านั้นจะรู้สึกสยดสยองเพิ่มมากขึ้น และความไม่เห็นชอบทางสาธารณะต่อสงครามและความต้องการที่จะแสดงความเห็นอาจจะมีมากขึ้น”
    .
    อ้างอิงจากบริเทนนิกาพบว่าอดีตสหภาพโซเวียตเริ่มต้นบุกอัฟกานิสถานในปลายเดือนธันวาคม ปี1979 และทำสงครามสู้รบนาน 9 ปีเพื่อให้การสนับสนุนต่อรัฐบาลคอมมิวนิสต์ของอัฟกานิสถานที่ทำสงครามสู้รบกับกลุ่มกองโจรอิสลามิสต์ต่อต้านคอมมูนิสต์ในสงครามอัฟกานิสถานช่วงระหว่างปี 1978 – 1992 กองกำลังอดีตสหภาพโซเวียตอยู่ในอัฟกานิสถานจนกระทั่งกลางเดือนกุมภาพันธ์ปี 1989
    .
    นิวสวีครายงานว่า ระหว่างสงครามอัฟกานิสถานพบว่าอดีตสหภาพโซเวียตสูญเสียกำลังพลไปราว 14,000 - 15,000 นาย ซึ่งในรายงานข่าวกรองของกระทรวงกลาโหมอังกฤษในเดือนเมษายนพบว่า ฝ่ายอังกฤษประเมินตัวเลขการสูญเสียของฝ่ายรัสเซียตั้งแต่เริ่มสงครามเมื่อวันที่ 24 ก.พ ที่ราว 7,000 คน - 15,000 คนและเป็นจำนวนประเมินที่นาโตเห็นด้วย
    .
    ทั้งนี้ก่อนหน้าหนังสือพิมพ์รัสเซีย คอมโซโมลสกายา พราฟดา( Komsomolskaya Pravda )รายงานในเดือนมีนาคมอ้างตัวเลขสูญเสียของรัสเซียในสงครามยูเครนที่ 10,000 คนแต่ในภายหลังกลับพบว่า ข่าวนี้ถูกลบไปพร้อมกับการออกมาปฎิเสธความรับผิดชอบจากทางหนังสือพิมพ์
    .
    เดอะการ์เดียนรายงานต่อว่าในขณะเดียวกันประธานาธิบดียูเครน โวโลดิมีร์ เซเลนสกี สั่งขยายกฎอัยการศึกออกไปอีก 3 เดือนจนถึงวันที่ 23 สิงหาคมนี้และเขายังเปิดเผยว่า ฝ่ายเคียฟเสียชีวิตในภาคตะวันออกวันละ 50 -100 คน ด้านรัฐสภายูเครนสั่งแบนสัญลักษณ์ Z และ V ในประเทศแต่อนุญาตให้สามารถอ้างอิงได้สำหรับการศึกษาและประวัติศาสตร์
    .
    ซึ่งการรุกรานยูเครนเกิดขึ้นเป็นระยะเวลา 3 เดือนแล้วพบว่ารัฐบาลเครมลินต้องใช้เงินในการทำสงครามถึงชั่วโมงละ 1 พันล้านรูเบิลหรือราว 15.5 ล้านดอลลาร์ อ้างอิงจากนิวส์วีค สื่อสหรัฐฯรายงานในวันพุธ(18)โดยอ้างอิงข้อมูลที่เผยแพร่จากกระทรวงการคลังรัสเซียวันอังคาร(17) ในการรายงานของหนังสือพิมพ์รัสเซีย มอสโกไทม์สทีได้ชี้ว่าตลอดระยะเวลาตั้งแต่มกราคมไปจนถึงเมษายน กระทรวงกลาโหมรัสเซียใช้เงินทางการทหารไปทั้งหมด 1.681 ล้านล้านรูเบิล
    .
    ทั้งนี้งบประมาณกลางของรัสเซียประจำเดือนเมษายนด้านกลาโหมมีจำนวน 628 พันล้านรูเบิล หรือราว 9.2 พันล้านดอลลาร์ ถือว่าเป็นเดือนที่มีการใช้งบทางการทหารสูงที่สุด หนังสือพิมพ์มอสโกไทม์สรายงาน และชี้ว่าเมื่อเทียบกับงบกลาโหมเดือนมีนาคมที่มีราว 450 พันล้านรูเบิลหรือ 6.6 พันล้านดอลลาร์ ส่วนงบกลาโหมในเดือนกุมภาพันธ์พบว่าอยู่ที่ 369 พันล้านรูเบิลหรือราว 5.4 พันล้านดอลลาร์
    .
    จากตัวเลขที่เผยแพร่จากกระทรวงการคลังรัสเซียล่าสุดดูเหมือนกระทรวงกลาโหมรัสเซียใช้กว่า 300 ล้านดอลลาร์ต่อวันในเดือนที่ผ่านมาท่ามกลางสงครามในยูเครนที่ยังคงลากยาวต่อไป เป็นจำนวนที่มากกว่า 2 เท่าของตัวเลขปีที่แล้วในช่วงเวลาเดียวกันระหว่างมกราคม-เมษายนปี 2022
    .
    นิวสวีครายงานว่า งบประมาณกลาโหมจำนวน 1.681 ล้านล้านรูเบิลที่ว่านี้สูงกว่า 3 เท่าของเงินที่ใช้ในด้านการศึกษา มากกว่า 2 เท่าของจำนวนเงินสำหรับสาธารณสุขในรัสเซีย และสูงกว่า 10 เท่าของงบประมาณที่เจียดให้กับการจัดการทางด้านสิ่งแวดล้อม
    .
    และเมื่อปลายเดือนเมษายน รัฐมนตรีการคลังรัสเซีย อองตวน ซิลัวนอฟ(Anton Siluanov)เคยออกมาแสดงความวิตกว่า ท่ามกลางการคว่ำบาตรอย่างหนักจากชาติตะวันตกและการปิดล้อมทางเชื้อเพลิงเริ่มที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจรัสเซียเป็นเพราะรัสเซียได้เปลี่ยนจากแต่เดิมที่มีงบประมาณเกินดุลมาการขาดดุลราว 1.6 ล้านล้านรูเบิลแทน
    .
    นอกจากนี้ยังกล่าวว่า กองทุนมั่งคั่งแห่งชาติรัสเซีย NWF (National Wealth Fund)จะถูกใช้เป็นแหล่งการเงินหลักในการทำงบประมาณขาดดุล อ้างอิงการรายงานจากรอยเตอร์
    .
    .
     
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    187,397
    ค่าพลัง:
    +97,139
    เกิดเหตุเพลิงไหม้เรือเฟอร์รีฟิลิปปินส์ซึ่งกำลังพาผู้โดยสารกว่าร้อยชีวิตข้ามฟากไปยังเกาะลูซอน ทำให้ผู้โดยสารส่วนใหญ่ต้องกระโดดหนีลงทะเลเพื่อเอาชีวิตรอด เบื้องต้นมีรายงานผู้เสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 7 ราย
    .
    เหตุเพลิงไหม้ดังกล่าวเกิดขึ้นบนเรือ Mercraft 2 ซึ่งกำลังพาผู้โดยสาร 134 คนเดินทางจากเกาะโปลิลโล (Polillo Island) ไปยังเมืองรีอัล (Real) ในจังหวัดเกซอน เมื่อเวลาราว 6.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น
    .
    คอมโมโดเร บาลิโล โฆษกยามฝั่งฟิลิปปินส์ ยืนยันตัวเลขผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 7 คน และเจ้าหน้าที่สามารถช่วยชีวิตผู้โดยสารไว้ได้ทันอีก 120 คน ส่วนอีก 7 คนยังคงสูญหาย และอยู่ระหว่างปฏิบัติการค้นหา
    .
    เหตุการณ์นี้ยังทำให้มีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 23 คน รวมถึงตัวกัปตันเรือ
    .
    รายงานข่าวระบุว่า เรือ Mercraft 2 สามารถบรรทุกผู้โดยสารได้สูงสุดถึง 186 คน
    .
    คีเซล พิเนดา นักศึกษาวัย 18 ปี ซึ่งเดินทางมากับเรือเฟอร์รีอีกลำ เล่าว่า “เราได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้น พอหันไปดูที่เรือลำนั้นก็เห็นว่าเกิดไฟไหม้ และผู้โดยสารหลายคนลงไปลอยคออยู่กลางทะเล”
    .
    บาลิโล ระบุว่า ต้นเพลิงน่าจะเกิดที่ห้องเครื่องยนต์ และทีมสืบสวนกำลังเร่งตรวจสอบสาเหตุที่แท้จริงของเพลิงไหม้ครั้งนี้ ส่วนเจ้าหน้าที่บรรเทาภัยพิบัติประจำเมืองรีอัลให้ข้อมูลว่า เรือ Mercraft 2 อยู่ห่างจากท่าเรือราวๆ 7 กิโลเมตรขณะที่เกิดเพลิงไหม้ขึ้น
    .
    ฟิลิปปินส์ซึ่งประกอบไปด้วยเกาะใหญ่น้อยกว่า 7,000 เกาะมีอุบัติเหตุทางน้ำเกิดขึ้นเป็นประจำ เนื่องจากเรือส่วนใหญ่ยังมีมาตรฐานความปลอดภัยที่หละหลวม และมักจะรับผู้โดยสารเกินอัตราที่กำหนดจนเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ
    .
    ที่มา: เอเอฟพี

     
  15. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    187,397
    ค่าพลัง:
    +97,139
    องค์การอนามัยโลก (WHO) คาดการณ์ว่าจะพบผู้ติดเชื้อฝีดาษลิงเพิ่มขึ้นในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก พร้อมยกระดับการเฝ้าระวังในประเทศต่างๆ ที่ยังไม่พบผู้ป่วย หลังมีรายงานเมื่อวันเสาร์ (21 พ.ค.) ว่าพบผู้ติดเชื้อยืนยัน 92 ราย และผู้ต้องสงสัยติดเชื้อฝีดาษลิงอีก 28 ราย ใน 12 ประเทศที่ไม่ใช่ถิ่นการระบาด
    .
    WHO เตรียมจะเผยแพร่คำแนะนำและแนวทางปฏิบัติสำหรับประเทศต่างๆ เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายของฝีดาษลิง ภายในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
    .
    “จากข้อมูลที่มีอยู่บ่งชี้ว่า การแพร่เชื้อระหว่างคนสู่คนจะเกิดขึ้นเฉพาะในผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดทางกายกับผู้ป่วยที่แสดงอาการ” WHO ระบุในถ้อยแถลง
    .
    ฝีดาษลิงเป็นโรคติดเชื้อที่ส่วนใหญ่อาการไม่รุนแรง และพบได้บ่อยในภูมิภาคแอฟริกากลางและตะวันตก และเนื่องจากเป็นโรคที่ติดต่อผ่านการสัมผัสใกล้ชิด หากใช้มาตรการกักตัวและการรักษาสุขอนามัยที่ดีก็จะสามารถควบคุมโรคได้ไม่ยาก
    .
    เดวิด เฮย์มานน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อของ WHO ให้ข้อมูลกับรอยเตอร์ว่า สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้คือการที่เชื้อจะแพร่สู่ประชากรผ่านการมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งเป็นปัจจัยทำให้เกิดการแพร่กระจายไปทั่วโลก
    .
    เฮย์มานน์ ย้ำว่า “การสัมผัสใกล้ชิด” คือช่องทางหลักในการแพร่กระจายของฝีดาษลิง เนื่องจากแผลบนร่างกายผู้ป่วยสามารถแพร่เชื้อได้ง่ายมาก ตัวอย่างเช่น พ่อแม่ซึ่งดูแลลูกที่ป่วยมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อ รวมไปถึงบุคลากรด้านสาธารณสุข และด้วยเหตุนี้บางประเทศจึงเริ่มมีการฉีดวัคซีนป้องกันไข้ทรพิษ (smallpox) ซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัสในตระกูลเดียวกันให้แก่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่จะต้องดูแลผู้ป่วยฝีดาษลิง
    .
    อย่างไรก็ดี เฮย์มานน์ ยืนยันว่าการระบาดของฝีดาษลิงครั้งนี้ “แตกต่าง” จากโควิด-19 ซึ่งแพร่กระจายได้ง่ายกว่ากันมาก และผู้ที่สงสัยว่าตนเองอาจจะเคยสัมผัสกับผู้ป่วยฝีดาษลิง หรือเริ่มแสดงอาการไข้และมีผื่นขึ้นตามตัว ก็ควรหลีกเลี่ยงการใกล้ชิดบุคคลอื่น
    .
    “เรามีวัคซีนที่สามารถสู้กับมันได้ แต่สิ่งสำคัญยิ่งกว่านั้นก็คือ คุณสามารถปกป้องตัวเองจากโรคนี้ได้” เขากล่าว
    .
    ด้านประธานาธิบดี โจ ไบเดน แห่งสหรัฐฯ ระบุวานนี้ (22) ว่า การพบผู้ป่วยฝีดาษลิงเพิ่มขึ้นทั้งในยุโรปและสหรัฐฯ เป็นเรื่องที่ “น่ากังวล” และตนยังไม่ได้รับรายงานอย่างละเอียดจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเกี่ยวกับระดับการแพร่กระจายของโรคในสหรัฐฯ
    .
    “มันเป็นสิ่งที่ทุกคนควรต้องกังวล” ไบเดน ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว ก่อนจะขึ้นเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันจากเกาหลีใต้มุ่งหน้าไปยังกรุงโตเกียว
    .
    “มันน่ากังวลตรงที่ว่า ถ้าโรคนี้แพร่กระจายออกไปก็ย่อมจะเกิดผลกระทบตามมา เรากำลังทำงานอย่างหนักเพื่อหาวิธีรับมือและดูว่าจะมีวัคซีนตัวไหนบ้างที่สามารถป้องกันมันได้”
    .
    สหรัฐฯ พบผู้ติดเชื้อฝีดาษลิง 2 รายแรกของปีนี้เมื่อวันที่ 18 พ.ค. ในรัฐแมสซาชูเซตส์ และล่าสุดเพิ่งจะพบผู้ป่วยใหม่เพิ่มอีก 1 รายที่รัฐฟลอริดาเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (22)
    .
    ที่มา: รอยเตอร์, เอเอฟพี

     
  16. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    187,397
    ค่าพลัง:
    +97,139
    รัสเซียอาจทำรายได้จากการขายแก๊สไปยังประเทศต่างๆในยุโรป แตะระดับ 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ในปี 2022 สืบเนื่องจากราคาพลังงานที่พุ่งสูงอย่างมาก รายงานข่าวของ Les Echos หนังสือพิมพ์สัญชาติฝรั่งเศสเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว อ้างอิงความคิดเห็นจากบรรดานักวิเคราะห์ของซิตี้แบงค์ ธนาคารข้ามชาติยักษ์ใหญ่สัญชาติอเมริกัน

    หนังสือพิมพ์ Les Echos ระบุว่าตัวเลขประมาณการรายได้ดังกล่าว มาจากยอดขายแก๊สที่จะเพิ่มขึ้นสูงสุดเกือบเท่าตัวจากปีที่แล้ว ยิ่งไปกว่านั้นพวกนักวิเคราะห์ยังไม่ได้นับรวมรายได้จากขายสินค้าโภคภัณฑ์อื่นๆของรัสเซีย อาทิน้ำมัน ถ่านหินและแร่ธาตุอื่นๆ

    Les Echos รายงานว่าแม้ถูกคว่ำบาตร และมีคำเตือนอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับการห้ามนำเข้าพลังงานรัสเซีย แต่พบว่าบรรดาสมาชิก 27 ชาติอียู ยังคงชำระเงินแก่ก๊าซพรอม รัฐวิสาหกิจพลังงานรายใหญ่ของรัสเซีย ราวๆ 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯต่อวัน

    กระนั้นก็ตาม บรรดานักวิเคราะห์ของซิตี้แบงค์ มองว่าอนาคตการส่งออกพลังงานของรัสเซียอาจได้รับความเสียหายจากมาตรการคว่ำบาตร ทั้งที่บังคับใช้อยู่ก่อนแล้ว เช่นเดียวกับว่าที่ข้อจำกัดใหม่ๆ ที่ทางสหรัฐฯและพันธมิตรจะกำหนดออกมาเล่นงานมอสโก ตอบโต้กรณีรุกรานยูเครน

    รัสเซียได้กำหนดมาตรการต่างๆนานาเพื่อเป็นการตอบโต้ ในนั้นรวมถึงกลไกการชำระค่าแก๊สเป็นสกุลเงินรูเบิล ซึ่งทำให้บรรดาประเทศที่กำหนดมาตรการคว่ำบาตรเล่นงานมอสโกแตกแยกออกเป็น 2 ฝ่าย ทั้งฝายที่ยอมรับเงื่อนไขใหม่กับฝ่ายที่ไม่ยอมรับ

    เวลานี้ รัสเซีย ได้หยุดส่งออกแก๊สไปยังโปแลนด์ บัลแกเรียและฟินแลนด์แล้ว สืบเนื่องจากพวกเขาปฏิเสธปฏิบัติตามเงื่อนไขการชำระเงินแบบใหม่ อย่างไรก็ตาม อเล็กซานเดอร์ โนวัค รองนายกรัฐมนตรีรัสเซีย ระบุเมื่อวันพฤหัสบดี(19พ.ค.) ว่าราวครึ่งหนึ่งของผู้ซื้อแก๊สรัสเซียทั้งหมด 54 ราย ได้ปฏิบัติตามกลไกการชำระเงินด้วยรูเบิลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

    (ที่มา:อาร์ทีนิวส์/ Les Echos)

     
  17. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    187,397
    ค่าพลัง:
    +97,139
    วิกเตอร์ ออร์บาน นายกรัฐมนตรีฮังการี คัดค้านมาตรการคว่ำบาตรหนักหน่วงของอียูที่กำหนดเล่นงานรัสเซีย เปรียบเทียบมาตรการดังกล่าวกับระเบิดนิวเคลียร์ที่ย้อนมาเล่นงานยุโรปเอง ทั้งในด้านวิกฤตทางอาหารและระลอกคลื่นผู้อพยพ

    ระหว่างพบปะกับ อเล็กซานเดอร์ วูชิช ประธานาธิบดีเซอร์เบีย ที่นิทรรศการการเกษตรนานาชาติ ในเมืองโนวีซาด เมื่อวันเสาร์(21พ.ค.) ออร์บาน แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่า บูดาเปสต์ ไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจของอียู ในเรื่องมาตรการคว่ำบาตรต่อต้านรัสเซีย โดยนายกรัฐมนตรีรายนี้บอกว่ามาตรการลงโทษมีความเป็นไปได้ที่จะก่อความเสียหายแก่ฮังการี นำมาซึ่งราคาที่พุ่งทะยานและบ่อนทำลายเศรษฐกิจ

    นายกรัฐมตรีฮังการีกล่าวต่อว่า "การบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรเล่นงานรัสเซีย เทียบเท่ากับระเบิดปรมาณู เนื่องจากมันอาจนำมาซึ่งสถานการณ์หนึ่งๆซึ่งฮังการีไม่สามารถเลี้ยงดูประชาชนของเรา ยิ่งไปกว่านั้น พัฒนาการของสถานการณ์เมื่อเร็วๆนี้ อาจก่อวิกฤตผู้อพยพรอบใหม่"

    ผู้นำฮังการีเตือนว่า "ฤดูหนาวที่ยากลำบากกำลังรออยู่เบื้องหน้า เพราะว่าเรากำลังเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อ ราคาที่พุ่งสูง ภาวะข้าวยากหมากแพงเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วโลก และเรามีสงครามในยูเครน"

    ออร์บาน ระบุต่อว่าทั้งฮังการีและเซอร์เบีย มีปัญหาเหมือนกัน โดยฮังการีเป็นเพราะเป็นสมาชิกอียู ส่วนเซอร์เบีย เป็นเพราะไม่ได้เป็นสมาชิกอียู พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของภาคเกษตรกรรม ในการป้องกันวิกฤตผู้อพยพ และคาดการณ์เกษตรกรจะเป็น "วีรบุรุษและวีรสตรี" ในปี 2022

    ประธานาธิบดีเซอร์เบีย มีความเห็นสอดคล้องกับ ออร์บาน เกี่ยวกับฤดูหนาวที่กำลังมาถึง และความสำคัญของการผลิตภายในประเทศและการสำรองอาหาร โดยระบุว่า "เกษตรกรจะช่วยปกป้องหลายชีวิตในเซอร์เบียและที่อื่นๆ ในช่วงเวลาที่ยากลำบากเช่นนี้"

    วูชิช ยังได้ขอบคุณ ฮังการี สำหรับอนุญาตให้ เซอร์เบีย มีคลังสำรองทางพลังงานในประเทศ

    นอกจากนี้แล้วทั้ง 2 ผู้นำยังประกาศปล่อยกู้หากอีกฝ่ายต้องการความช่วยเหลือ โดยประธานาธิบดีวูชิช ระบุว่า "ถ้าฮังการีขาดสิ่งใด เซอร์เบียจะอยู่ตรงนั้น ถ้าเราขาดบางอย่าง คนแรกที่เราจะโทรศัพท์หาก็คือบูดาเปตส์"

    แม้จะประณามรัสเซียต่อปฏิบัติการทางทหารรุกรานยูเครน แต่ ฮังการี ต่างจากประเทศยุโรปอื่นๆ พวกเขาไม่ได้มอบความช่วยเหลือด้านอาวุธแก่เคียฟและอนุญาตให้ขนส่งอาวุธจากประเทศที่ 3 ผ่านดินแดนของพวกเขา โดยนายกรัฐมนตรีออร์บาน ยืนยันว่าเขาไม่ต้องการเห็นฮังการีถูกลากเข้าสู่ความขัดแย้ง

    ในเรื่องมาตรการคว่ำบาตรต่อต้านรัสเซีย ผู้นำฮังการีเน้นย้ำคำเตือนถึงอียู ว่าการห้ามนำเข้าน้ำมันและแก๊สรัสเซียจะเป็นเส้นตายสำหรับบูดาเปสต์ เนื่องจาก ฮังการี ต้องพึ่งพิงการนำเข้าพลังงานจากรัสเซียเป็นอย่างมาก

    ออร์บาน ขัดขวางแพ็คเกจมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียรอบ 6 เมื่อช่วงกลางเดือนที่ผานมา ในขณะที่อียูหวังบังคับรัฐสมาชิกห้ามซื้อน้ำมันรัสเซีย บูดาเปสต์ยืนกรานว่าไม่สามารถทำตามข้อกำหนดดังกล่าวได้เพียงค่ำคืน เนื่องจากมันจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างแสนสาหัส ยิ่งไปกว่านั้นการเปลี่ยนผ่านสู่แหล่งพลังงานทางเลือกก็จะมีค่าใช้จ่ายสูง ซึ่งในเรื่องนี้ ออร์บาน เรียกร้องให้อียูจ่ายชดเชยค่าความเสียหายแก่ฮังการี เป็นเงินหลายร้อยล้านดอลลาร์

    (ที่มา:อาร์ทีนิวส์)

     
  18. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    187,397
    ค่าพลัง:
    +97,139
    May 23, 2022 หยุดส่งออก! มาเลเซียห้ามส่งออกไก่นาน 3 เดือน หวังแก้ไก่แพงในประเทศ
    .
    นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เปิดเผยว่า รัฐบาลมาเลเซียมีมติให้ยกเลิกการส่งออกไก่เดือนละ 3.6 ล้านตันไปต่างประเทศโดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนนี้เป็นต้นไปจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงในอนาคต นอกจากนี้ รัฐบาลมาเลเซียจะสร้างคลังเก็บสินค้าไก่ และตรวจสอบห้องเย็นเก็บสินค้าไก่ทั่วประเทศ เพื่อสร้างความมั่นใจในการบริการจัดการสต็อกไก่ในประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ
    .
    สาเหตุจากมาเลเซียเผชิญปัญหาทั้งกำลังการผลิตและราคาขายปลีกไก่ในประเทศ ส่งผลให้ประชาชนชาวมาเลเซียต้องซื้อไก่ในราคาแพง ท่ามกลางสถานการณ์เงินเฟ้อในประเทศมาเลเซียที่มีสถิติสูงสุดในรอบหลายปี

    #มาเลเซีย #ส่งออก #ไก่ #เงินเฟ้อ #เศรษฐกิจ #BTimes

     
  19. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    187,397
    ค่าพลัง:
    +97,139
    May 23, 2022 ตรวจถี่ยับ! รัฐบาลจีนสั่งทุก 2 วันต้องตรวจโควิด-19 นับ 100 ล้านคน
    .
    ทางการท้องถิ่นของมณฑลเหอหนาน ซึ่งมีประชากรเกือบ 100 ล้านคน ประกาศผ่านเว็บไซต์เมื่อวันอาทิตย์ว่า ชาวมณฑลเหอหนานและผู้พำนักอาศัยควรเข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิดทุก 48 ชั่วโมง หรือ 2 วัน โดยจะเริ่มต้นจากนครเจิ้งโจว ซึ่งเป็นเมืองเอกของมณฑลเหอหนาน ภายในสิ้นเดือนนี้ เพื่อค้นหาผู้ที่เสี่ยงติดเชื้อโควิดได้อย่างรวดเร็ว ผู้ที่ไม่ยอมปฏิบัติตามแนวทางดังกล่าวจะมีปัญหาในการสแกนรหัสที่จำเป็นต่อการเข้าสถานที่สาธารณะหรือใช้บริการรถขนส่งสาธารณะ
    .
    ในขณะเดียวกัน เมืองเอกของมณฑลอื่นๆ ของจีน เช่น นครฉือเจียจวง เมืองเอกของมณฑลเหอเป่ย์ ทางตอนเหนือของจีนก็ได้ประกาศใช้มาตรการคล้ายกับมณฑลเหอหนาน โดยจะสั่งให้ประชาชน 11 ล้านคนเข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิดเป็นประจำทุกสัปดาห์นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์หลายรายได้ออกมาเตือนว่า การตรวจหาเชื้อโควิดเป็นวงกว้างบ่อยเกินไปอาจทำให้เกิดภาระค่าใช้จ่ายสูงท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ข้อมูลขององค์การอนามัยโลกระบุว่า นับตั้งแต่ต้นเดือนมกราคม 2563 จีนมียอดผู้ป่วยติดเชื้อสะสมกว่า 2 ล้านคน และผู้เสียชีวิตกว่า 15,800 คน

    #มณฑลเหอหนาน #จีน #การตรวจหาเชื้อ #โควิด19 #COVID19 #BTimes

     
  20. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    187,397
    ค่าพลัง:
    +97,139
    May 23, 2022 บิ๊กตู่โอเค! นายกฯ นำเศรษฐกิจไทยเข้าเขตร่วมมือการค้าใหม่อินโด-แปซิฟิกกับสหรัฐ
    .
    พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เข้าร่วมกิจกรรมการเปิดตัวกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจอินโด-แปซิฟิก (Indo-Pacific Economic Framework: IPEF) ซึ่งจัดขึ้น ณ Tokyo Izumi Garden Gallery กรุงโตเกียว ญี่ปุ่น ผ่านระบบการประชุมทางไกล ตามคำเชิญของนายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา โดยนายกรัฐมนตรีร่วมกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ และนายฟูมิโอะ คิชิดะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น รวมทั้งผู้นำของออสเตรเลีย อินเดีย มาเลเซีย นิวซีแลนด์ ฟิลิปปินส์ สาธารณรัฐเกาหลี สิงคโปร์ เวียดนาม อินโดนีเซีย และบรูไน ได้ร่วมกันประกาศถ้อยแถลงว่าด้วยกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจอินโด-แปซิฟิกเพื่อความเจริญรุ่งเรือง (Statement on Indo-Pacific Economic Framework for Prosperity) เพื่อแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันที่จะพัฒนาความร่วมมือด้านเศรษฐกิจภายใต้กรอบความร่วมมือ IPEF
    .
    

ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวเน้นย้ำถึงความสำคัญของการส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจอย่างสร้างสรรค์และครอบคลุมในระดับภูมิภาค โดยมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของประเทศต่างๆ เพื่อเสริมสร้างความเจริญรุ่งเรือง มั่งคั่ง ยั่งยืน ร่วมกัน ซึ่งจะเกิดประโยชน์สูงสุดได้โดยไม่ควรนำมาเป็นเรื่องทางการเมืองระหว่างประเทศที่จะนำไปสู่ความไม่ปรองดองในภูมิภาค และย้ำถึงความสำคัญของการดำเนินความร่วมมืออย่างเปิดกว้างและครอบคลุม (open and inclusive)

กรอบความร่วมมือ IPEF เป็นแนวคิดริเริ่มของสหรัฐฯ ร่วมกับประเทศหุ้นส่วนในภูมิภาค เพื่อเป็นกรอบความร่วมมือระดับพหุภาคี โดยมีเป้าประสงค์หลักในการยกระดับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจร่วมกัน และเสริมสร้างความร่วมมือเพื่อรับมือกับประเด็นท้าทายรูปแบบใหม่ต่างๆ ในบริบทภายหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 อาทิ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบเศรษฐกิจดิจิทัล และการเสริมสร้างความเข้มแข็งและความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทาน โดยขณะนี้ มีประเทศในภูมิภาคที่เข้าร่วม IPEF แล้วจำนวน 13 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย บรูไน อินเดีย อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น สาธารณรัฐเกาหลี มาเลเซีย นิวซีแลนด์ ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย สหรัฐฯ และเวียดนาม ซึ่งรวมถึงประเทศสมาชิกอาเซียน 7 ประเทศ และยังคงเปิดกว้างเชิญชวนให้ประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเข้าร่วมมือกันเพิ่มเติม

กรอบ IPEF จะประกอบด้วยความร่วมมือ ๔ เสาหลัก ได้แก่ การค้า ห่วงโซ่อุปทาน พลังงานสะอาด การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน และโครงสร้างพื้นฐาน และภาษีและการต่อต้านการทุจริต ซึ่งมีความสอดคล้องกับนโยบายด้านเศรษฐกิจและการพัฒนาของไทย รวมทั้งนโยบายโมเดลเศรษฐกิจชีวภาพ – หมุนเวียน – เขียว หรือ BCG Economy ซึ่งรวมถึงการเร่งการเปลี่ยนผ่านทางพลังงานไปสู่การใช้พลังงานสะอาด การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน การส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล และการสร้างมูลค่าเพิ่มโดยใช้องค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อเตรียมรับมือกับประเด็นท้าทายรูปแบบใหม่ต่างๆ โดยในชั้นนี้ ความร่วมมือ 4 เสาหลักของกรอบ IPEF
    .
    
ข้างต้นยังเป็นเพียงแนวคิดกว้างๆ และยังไม่ได้ก่อให้เกิดภาระผูกพันใดๆ โดยภายหลังจากนี้ ประเทศหุ้นส่วนจะหารือเจรจากันในรายละเอียดต่อไป โดยแต่ละประเทศ รวมทั้งประเทศไทย สามารถพิจารณาเลือกที่จะเข้าร่วมแต่ละเสาความร่วมมือตามความพร้อมและความสมัครใจ

คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบการเข้าร่วมถ้อยแถลงว่าด้วยกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจอินโด-แปซิฟิกเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2565 ซึ่งสะท้อนถึงเจตนารมณ์ของไทยในการเสริมสร้างความร่วมมือกับประเทศหุ้นส่วนต่างๆ เพื่อขับเคลื่อนและกระชับความร่วมมือด้านเศรษฐกิจในระดับภูมิภาคอย่างสร้างสรรค์ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศและประชาชนไทยในการส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจที่มีความสมดุลและยั่งยืน โดยเฉพาะการส่งเสริมโอกาสทางการค้าและการลงทุน การพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปสู่อนาคตในบริบทของการเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 อีกทั้งมีส่วนช่วยยกระดับมาตรฐานทางเศรษฐกิจของไทย เสริมสร้างพลวัตทางเศรษฐกิจและการลงทุนภายในประเทศ และเป็นปัจจัยขยายการค้าระหว่างประเทศและดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ เพื่อสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจและการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระยะยาว
    .
    โดยกระทรวงการต่างประเทศจะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหารืออย่างใกล้ชิดกับภาคส่วนต่างๆ ของไทยรวมทั้งกับประเทศหุ้นส่วน เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางและแนวทาง การขับเคลื่อนกรอบความร่วมมือดังกล่าวให้เกิดผลประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมสำหรับประชาชนไทยต่อไป

การเข้าร่วมมีบทบาทอย่างสร้างสรรค์ในกรอบความร่วมมือ IPEF จะทำให้ไทยไม่เสียโอกาสในการหารือกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจใหม่ในภูมิภาคที่มีประเทศหุ้นส่วนที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจและเป็นมิตรที่มีความสัมพันธ์อันดีกับไทย รวมทั้งทำให้ไทยสามารถเข้าไปต่อรองและรักษาผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประเทศให้ได้รับประโยชน์สูงสุดและได้รับผลกระทบน้อยที่สุดด้วย นอกจากนี้ ยังสอดคล้องกับนโยบายการต่างประเทศในการรักษาสมดุลเชิงรุกและเสริมสร้างบรรยากาศระหว่างประเทศที่เอื้อต่อ
การพัฒนาเศรษฐกิจของภูมิภาค โดยตั้งอยู่บนผลประโยชน์แห่งชาติเป็นสำคัญ

    #ประยุทธ์ #นายก #เศรษฐกิจ #เอเชียแปซิฟิก #การค้า #IPEF #BTimes

     

แชร์หน้านี้

Loading...