วันนี้หลบมาขึ้นเวทีเพลงลูกทุ่งด้วยคนนะครับยังอยากร้องเพลงเก่าๆลูกทุ่งชื่อเพลงรอยไถแปร ของคุณก้าน แก้วสุพรรณ คำร้อง/ทำนอง คุณสุรพล สมบัติเจริญ ในเวอร์ชั่นเพี้ยนๆของ sam_sbcc อีกสไตล์นะครับ เพลง รอยไถแปร ก้าน แก้วสุพรรณ ขับร้อง สุรพล สมบัติเจริญ คำร้อง/ทำนอง ทุ่งนาแดนนี้ไม่มีความหมาย เหลือเพียงกลิ่นโคลนสาบควาย เห็นซากคันไถแล้วเศร้า เห็นนาที่ร้าง นั้นมีแต่ฟาง แทนรวงข้าว เห็นเคียวที่เกี่ยวเหน็บติดเสา เล่นเอาใจเรา สะท้อน ทุ่งนาแดนนี้ ข้าเคยไถทำ สองมือ ข้าเคยหว่านดำ ฤดู ฝนพร่ำ หน้าก่อน แต่มาปีนี้ ฤดี ข้าแสนจะสะท้อน เพราะมาไร้คู่ กอดเคียงหมอน ทิ้งให้เรานอน ระกำ รอย ไถเอย ข้าเคยไถถาก เดี๋ยวนี้เจ้ามา คิดจาก ฝากให้ เป็นรอย ไถช้ำ เปลี่ยนรอย ไถใหม่ ทิ้งรอย ไถเก่าระกำ อกใคร ใครบ้าง ไม่ช้ำ เมื่อยาม เห็นรอย ไถแปร ทุ่งนาแดนนี้คงร้างไปอีกนาน ข้าเอง ก็เหลือ จะทาน เพราะมัน แสนสุด จะแก้ หมดกำลังใจแล้วเรียมเอ๋ยข้า คงตายแน่ จะไถไปอีก ก็กลัวแพ้ เพราะรอยมันแปร เสียแล้วเรียมเอย [MUSIC]http://palungjit.org/attachments/a.3275738/[/MUSIC] [AUDIOPLUS=]
เป็นเพลงอมตะที่คุ้นหูตั้งแต่แรกเกิด อิอิ...ตอนเด็กๆ เปิดวิทยุฟังเพลง ทุกเช้าจะได้ยินเพลงนี้เป็นเพลงแรกแทบจะทุกวัน วันนี้ได้ฟังในเวอร์ชั่นของ "แซม เมืองสุพรรณ" แล้วอยากกลับไปเป็นเด็กอีกครั้งครับ
ขอบคุณครับ เรามีวิถีชีวิตที่คล้ายๆกันนะครับยังมีอีกหลายเพลงที่ฟังก้านร้องแล้วอยากกลับไปเป็นเด็กอีก..อิอิไปด้วยกันมาด้วยกันเลือดสุพรรณเอ๋ย.... ก้าน แก้วสุพรรณ เป็นนักร้องลูกทุ่งชายเสียงดี มีน้ำเสียงหวานไพเราะ และได้ชื่อว่าเป็นนักร้องผู้เปิดตำนานนักร้องจากแดนสุพรรณ เมืองที่ผลิตนักร้องลูกทุ่งระดับตำนานประดับวงการเพลงลูกทุ่งมากมาย ก้าน แก้วสุพรรณ มีผลงานเพลงดังมากมาย แต่ที่สร้างชื่อเสียงอย่างมากให้กับขาก็คือเพลง ? น้ำตาลก้นแก้ว? ประวัติ ก้าน แก้วสุพรรณ มีชื่อจริงว่า มงคล หอมระรื่น มีชื่อเล่นว่า แดง เป็นชาว อ.สามชุก จ. สุพรรณบุรี ครอบครัวมีฐานะยากจน จึงถูกนำมาฝาก และต่อมาก็ได้เป็นบุตรบุญธรรมของ พระครูสุนทรานุกิจ (หลวงพ่อวัดสามชุก ) เพื่อให้มีโอกาสได้ศึกษาเล่าเรียน หลังจบการศึกษาชั้น ป.4 หลวงพ่อต้องการส่ง ก้าน แก้วสุพรรณมาศึกษาต่อที่ กรุงเทพฯ โดยให้มาอยู่ที่วัดปรินายก ย่านสะพานผ่านฟ้า แต่การที่จะมาอยู่ที่นี่ได้ เขาจะต้องบวชเป็นสามเณรเสียก่อน ในวัย 10 กว่าขวบ ก้าน แก้วสุพรรณจึงได้บวชเป็นสามเณร และศึกษาพระธรรมจนจบนักธรรมตรีเมื่ออายุ 17 จากนั้นก็ถูกส่งมาสอบนักธรรมโทที่กรุงเทพ โดยมาอยู่ที่วัดปรินายก หลังบวชอยู่ได้ไม่นาน ก้าน แก้วสุพรรณ ต้องการออกหางานทำ เพื่อหารายได้จุนเจือครอบครัว จึงสึกออกมาและมาทำงานเป็นกระเป๋ารถเมล์บริษัท รสพ. ประจำอยู่ที่อู่ศรีนคร แต่ก็ทำได้ไม่นาน เพราะทนกับการถูกรังแกของอันธพาลไม่ไหว จึงตัดสินใจกลับบ้านที่สุพรรณบุรี แต่หลังจากที่อยู่บ้านไม่นาน เขาก็ตัดสินใจกลับเข้ากรุงเทพฯอีกครั้ง โดยคราวนี้เข้ามาทำงานเป็นนักมวย ตระเวนชกตามงานต่างๆ ในยุคนั้น ใกล้ๆกับสังเวียนมวยที่เขาไปตระเวนขึ้นชกมักมีเวทีให้ประชันน้ำเสียงด้วย หลังชกมวยเสร็จ ก้าน แก้วสุพรรณและเพื่อนก็มักมาเที่ยวตามเวทีประกวดร้องเพลง และเขาก็มักถูกเพื่อนๆผลักดันให้ขึ้นประกวดแบบจำใจ เมื่อเพื่อนๆแอบมาลงชื่อสมัครไว้ก่อนแล้ว เมื่อถูกโฆษกเรียก ก็ต้องขึ้นไป แต่เขาก็สามารถคว้าชัยชนะและรางวัลมาครองได้หลายครั้ง และเมื่อเห็นว่า การร้องเพลงดีกว่าการชกมวยที่ไม่ต้องเหนื่อยและเจ็บตัว ก้าน แก้วสุพรรณ ก็จึงตระเวนร้องเพลงประกวดไปเรื่อย จนถูกกรรมการขอร้องไม่ให้เข้าประกวด เขาจึงถูกแมวมองมาทาบทามให้ไปเป็นนักร้องบันทึกแผ่น แต่หลังจากที่ถูกพาไปพบกับ บังเละ วงค์อาบู และ คำรณ สัมบุญนานนท์ และถูกปฏิเสธกลับมา ก้าน แก้วสุพรรณ เริ่มสูญเสียความมั่นใจในตัวเอง เข้าสู่วงการเพลง จากนั้นไม่นาน เขาได้ทราบข่าวว่า ครู ป. ชื่นประโยชน์ เปิดโรงเรียนสอนดนตรีและขับร้อง เขาจึงไปลองสมัครดู งานนี้ผู้ที่มาสมัครต้องมีการเทสต์เสียงด้วย ถ้าคนไหนเสียงเข้าขั้น ก็จะถูกเรียกตัวมาในภายหลัง งานนี้ ก้าน แก้วสุพรรณไม่ผิดหวังเมื่อถูกเรียกตัว และเมื่อมาเป็นนักเรียนร้องเพลง เขาก็สร้างความประทับใจให้กับครู ด้วยการอาสาช่วยงานสารพัดทั้งเก็บกวาดปัดถู จนครู ป. เห็นใจ และได้เป็นศิษย์เอก และบุตรบุญธรรม ตอนมีงานแสดงก็มักถูกเรียกตัวไปร่วมในวงด้วย เมื่ออยู่ที่นี่ ก้าน แก้วสุพรรณ หัดสีไวโอลิน และแซ็กโซโฟน แต่ครูเห็นว่าเขาน่าจะเอาดีได้ทางกลอง จึงให้ฝึกกลอง แต่ครูก็สอนโน้ตดนตรีและการร้องให้ ในที่สุด ก็แต่งเพลงให้เพลงหนึ่งชื่อ ? คนชาวนา ? พร้อมกับพาไปบันทึกเสียง และเปลี่ยนชื่อเป็นก้าน แก้วสุพรรณ จากนั้นก็ได้บันทึกเสียงอีก 2 เพลง แต่ก็ยังไม่เป็นที่รู้จักในหมู่แฟนเพลง เขามาเป็นที่รู้จักของแฟนเพลงจากเพลง ? หลงกรุง ? ซึ่งแต่งโดย ต่อชัย ภู่ชมภู แต่เสียชีวิตก่อนที่จะแต่งเสร็จ ครู ป. จึงนำมาแต่งต่อ เขาจึงได้เข้ามาเป็นนักร้องแนวหน้าของวงร่วมกับ สุรพล สมบัติเจริญ , ผ่องศรี วรนุช ก่อนที่จะตอกย้ำความดังด้วยเพลงแก่งคอย ขณะก้าน แก้วสุพรรณกำลังดัง ครู .ได้หยุดวง ก้าน แก้วสุพรรณ และเพื่อนในวงได้ขอเข้ามาทำวงต่อ และเปลี่ยนชื่อวงเป็นวง ? ประกายดาว ? โดยได้รวบรวมเอานักร้องดังในยุคนั้นมาอยู่ในวงมากมาย ทั้ง สุรพล สมบัติเจริญ , ผ่องศรี วรนุช , ทูล ทองใจ , และคำรณ สัมบุณนานนท์ วงของเขาจึงมีงานเข้ามาไม่ขาดสาย และรับไม่ไหว เขาจึงส่งเสริมให้ สุรพล สมบัติเจริญ แยกไปตั้งวงเพื่อแบ่งงานไปบ้าง ต่อมาวง ? ประกายดาว ? เปลี่ยนชื่อมาเป็นวง ? ก้าน แก้วสุพรรณ ? และทั้งวงของเขาและของสุรพล ก็ยังคงมีงานเข้ามามากมาย หลังจากที่สุรพล สมบัติเจริญ เพื่อนรักเสียชีวิต เมื่อ 16 ส.ค.2511 ก้าน แก้วสุพรรณเศร้าใจมาก ก็ได้ตัดสินใจยุบวง หลังเลิกราจากวงการลูกทุ่ง ก้าน แก้วสุพรรณก็หันมาจับกิจการด้านร้านอาหาร จัดสรรที่ดิน และปลูกบ้านจัดสรร แต่ก็ไม่ค่อยประสบความสำเร็จนัก จึงเลิกราไป นอกจากนั้นเขาก็ยังปลุกปั้นนักร้องลูกทุ่งประดับวงการด้วยหลายคน เช่น เพชร พนมรุ้ง กลอย มิ่งขวัญ ขวัญ เอื้อเฟื้อ และ ชุติกาญจน์ แก้วสุพรรณ หรือ ชื่อจริงว่า นางสาวโชติก หอมระรื่น ซึ่งเป็นบุตรสาวของเขาเอง ก้าน แก้วสุพรรณ เสียชีวิต ด้วยโรคมะเร็งลำไส้ เมื่ออายุ 75 ปี เมื่อเวลา 06.50 น. วันที่ 6 ต.ค. พ.ศ. 2556 บำเพ็ญกุศลศพที่วัดไร่ขิง
ขอบคุณครับ เพลงลูกทุ่งคุณธานินทร์นำมาร้องเพราะๆทุกเพลงเลยนะครับ จริงๆผมอยากร้องเพลงลูกทุ่งสนุกๆแต่เสียงไม่ไหวครับ...อิอิ ทุ่งนาแดนนี้ไม่มีความหมาย เหลือเพียงกลิ่นโคลนสาบควาย เห็นซากคันไถแล้วเศร้า
ขอบคุณครับ รอยไถแปรนิดหน่อยแสดงว่าพอซ่อมได้นะครับ...อิอิ นึกว่าต้องเปลี่ยนรอยไถใหม่..คิคิ เห็นนาที่ร้าง นั้นมีแต่ฟาง แทนรวงข้าว เห็นเคียวที่เกี่ยวเหน็บติดเสา เล่นเอาใจเรา สะท้อน
ขอบคุณครับ เพลงนี้ร้องยังไงๆก็เป็นแนวลูกกรุง...อิอิ เปลี่ยนรอย ไถใหม่ ทิ้งรอย ไถเก่าระกำ อกใคร ใครบ้าง ไม่ช้ำ เมื่อยาม เห็นรอย ไถแปร