หุ่นพยนต์ พอจ ทิน,พระไภษัชยคุรุฯลพจิ๊,พาลีลปศิลา,ตะกรุดดอกไม้ทอง,ขุนแผนสากหัก...............

ในห้อง 'พระเครื่อง วัตถุมงคล' ตั้งกระทู้โดย kiati_sak, 29 สิงหาคม 2022.

  1. kiati_sak

    kiati_sak เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 ธันวาคม 2009
    โพสต์:
    7,596
    ค่าพลัง:
    +13,266
    ปิดครับ
     
  2. kiati_sak

    kiati_sak เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 ธันวาคม 2009
    โพสต์:
    7,596
    ค่าพลัง:
    +13,266
    ปิดรายการนี้แล้ว
     
  3. kiati_sak

    kiati_sak เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 ธันวาคม 2009
    โพสต์:
    7,596
    ค่าพลัง:
    +13,266
    ปิดครับ
     
  4. kiati_sak

    kiati_sak เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 ธันวาคม 2009
    โพสต์:
    7,596
    ค่าพลัง:
    +13,266
    ปิดครับ
     
  5. kiati_sak

    kiati_sak เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 ธันวาคม 2009
    โพสต์:
    7,596
    ค่าพลัง:
    +13,266
    343. พระสมเด็จหินหยกแม่น้ำโขงศักดิ์สิทธิ์ ลพ วิชัย เขมิโย วัดถ้ำผาจม เชียงราย
    #หินเขียวหยกน้ำโขง เป็นธาตุกายสิทธิ์จากลุ่มแม่น้ำโขง ซึ่งหินเขียวหยกน้ำโขงที่นำมาแกะพระนี้ จะมีพญานาครักษาทุกองค์ ยังมีคุณลักษณะพิเศษ ๓ ประการ คือ
    ๑. #แคล้วคลาดปลอดภัย อานุภาพชุ่มเข็นจากอาโปธาตุ (ธาตุน้ำ) ที่สั่งสมสัมผัสกับปฐวีธาตุ (ธาตุดิน) มานานนักหนา ถือเป็นธาตุฝ่ายกุศล หรือติดตัวก็จะแสดงอิทธิคุณปกป้องจากอาถรรพ์มนต์ดำต่าง ๆ
    ๒. #โภคทรัพย์ ดูดทรัพย์นำมาซึ่งความมั่งคั่ง ขอเพียงเราศรัทธายึดมั่นก็สามารถใช้พลังลี้ลับจากหินนำโชคชนิดนี้ได้
    ๓. #รักษาโรค เมื่อใส่ลงในน้ำอธิษฐานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่รักษาศิลาน้ำนี้ก็จะทำให้น้ำนั้นแปรสภาพเป็นน้ำมนต์
    ที่มีอิทธิคุณสูง
    #ก้อนหินแต่ละก้อน ล้วนมีอายุยืนนานพอ ๆ กับโลกใบนี้
    เชื่อกันมานานนับหมื่นปี หินแต่ละก้อนต่างมีความเป็นมา
    ที่แตกแต่งกันจากรูปลักษณะ และแหล่งที่หินนั้นไปอยู่
    โดยมันจะซึมซับพลังงานธรรมชาติไว้ อย่างมากมาย
    #สำหรับหินแม่น้ำโขง ในบางสถานที่ก็ถือว่าได้รับพลังอำนาจจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่รักษาแหล่งน้ำนั้นด้วย โดยเฉพาะหินที่แม่น้ำโขงซึ่งถือว่าเป็นแม่น้ำที่มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองอยู่ คือ พญานาค ตามตำนานท้องถิ่นที่ผูกพันกับพญานาค หินหยกน้ำโขงจะมีหลายสี หลายวรรณะตั้งแต่ ขาวใส ขาว
    สีน้ำผึ้ง สีส้ม สีแดง สีเขียว สีดำมัน ด้วยหินอยู่ในน้ำโขง
    มานานจึงแปรสภาพเป็นหยก มีแกร่งและเย็น
    #การปลุกเสกหินหยกน้ำโขงก็จะเป็นการจัดระบบพลังงาน เพื่อเสริมธาตุพลังที่มีอย่างล้นเหลือในหินแต่ละก้อนนั้น
    ให้แสดงพลานุภาพที่ซ่อนเร้นภายในออกสู่ภายนอก
    ครูบาอาจารย์กล่าวว่าหากหาหินน้ำโขงมาไว้ ก็จะทำให้อาถรรพ์อาคมที่ทำให้รุ่มร้อน สงบเย็นลง เป็นของดีจริง ๆ ที่ผู้ทรงจิตตานุภาพต่างยอมรับจนเป็นตำนานของค้ำของคูณของชาวสยามเลยทีเดียว
    #เมตตาอธิษฐานจิตโดย
    ๑. หลวงพ่อวิชัย เขมิโย วัดถ้ำผาจม จ.เชียงราย อธิษฐานจิตเดี่ยว
    ๒. พิธีเจริญพุทธมนต์ งานเจริญอายุวัฒมงคล หลวงปู่เจริญ ญาณวุฑโฒ วัดถ้ำปากเปียง จ.เชียงใหม่

    ให้บูชา 1200 รส
    5455049_0.jpg
    5455048_0.jpg

     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • 5455047_0.jpg
      5455047_0.jpg
      ขนาดไฟล์:
      51.7 KB
      เปิดดู:
      146
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 5 ธันวาคม 2025
  6. kiati_sak

    kiati_sak เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 ธันวาคม 2009
    โพสต์:
    7,596
    ค่าพลัง:
    +13,266
    344. รูปหล่อพญาพาลี หลวงปู่มหาศิลา เนื้อสำริด แดงแรงฤทธิ์ ซีลเดิม กล่องเดิม
    ให้บูชา 1250 รส
    119416_0.jpg
    119415_0.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • 119418_0.jpg
      119418_0.jpg
      ขนาดไฟล์:
      41.1 KB
      เปิดดู:
      150
    • 119419_0.jpg
      119419_0.jpg
      ขนาดไฟล์:
      188.5 KB
      เปิดดู:
      158
    • 119420_0.jpg
      119420_0.jpg
      ขนาดไฟล์:
      104.2 KB
      เปิดดู:
      154
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 26 ธันวาคม 2025
  7. kiati_sak

    kiati_sak เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 ธันวาคม 2009
    โพสต์:
    7,596
    ค่าพลัง:
    +13,266
    345. รูปหล่อพระกษิติครรภ์มหาโพธิสัตว์พิมพ์นั่งบัว หลวงพ่อจิ๊ ฐานสีโล วัดคังคาว ชัยนาท เนื้อเงิน ซีลเดิม กล่องเดิม สวยเดิม หายาก
    หลวงพ่อท่านกล่าวไว้ว่า
    "พกพระกษิติครรภ์ติดตัวไว้นะเป็นใบเบิกทาง" ขนาดพญายมนี่ปกติท่านก็ไม่เกรงใครนะแต่กับพระกษิติครรภ์นี่ท่านเกรงมาก ถึงบอกว่าให้พกท่านติดตัวไว้เป็นใบเบิกทาง หมายถึงว่าใครก็ไม่กล้ายุ่ง ผีสางก็ไม่กล้ายุ่ง ยมบาลก็ไม่กล้ายุ่ง ถ้าได้เป็นลูกหลานศรัทธาท่านแล้วไม่มีใครกล้ายุ่งเลย"
    พระกษิติครรภโพธิสัตว์ประทานความมั่งคั่ง
    ในกษิติครรภโพธิสัตว์ปูรวปณิธานสูตรอ้างว่า
    "หากแม้สาธุชนชายหญิงวาดรูปพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ หรือสร้างพระรูปของพระองค์ด้วยดินก็ดี แกะสลักด้วยหินก็ดี ไม้ก็ดี หล่อเป็นทองคำก็ดี เงินก็ดี ทองเหลืองก็ดี หรือแม้ด้วยเหล็กก็ดี และถวายสักการะแม้เพียงครั้งเดียว หรือได้มองภาพเหมือนของพระองค์สักครั้ง สรรพสัตว์ทั้งหลายก็จะได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์เป็นเวลา 100 ชาติ“
    ”และว่าด้วยการถวายสักการะต่อพระรูปของพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์หรือสวดพระสูตรแล้ว พวกเขามิใช่จะได้รับความคุ้มครองจากทวยเทพ แต่ยังเป็นอิสระจากทะเลแห่งความทุกข์และท้ายสุดก็จะได้เข้าถึงพระนิพพาน”
    “หากได้เห็นพระรูปของพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ท่องบ่นถึงพระนามของท่าน ยึดถือพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์เป็นที่พึ่ง ถวายสักการะต่อพระองค์ จะได้สมปรารถนาในทุกสิ่งโดยปราศจากอุปสรรค และยังกล่าวว่า
    "สรรพสัตว์ทั้งหลายทั้งในปัจจุบันและอนาคต อาจจะสร้างรูปพระกษิติครรภ์โพธิสัตต์หล่อจากเหล็ก ทองเหลือง เงิน ทองคำ หรือเป็นภาพเขียนบูชาไว้ในห้องที่ทำด้วยดิน ด้วยหิน ไม้ไผ่ หรือไม้ในสถานที่สะอาดสะอ้างเชิญสถิตไว้ทางทิศใต้ของที่พัก และถวายสักการะแก่พระโพธิสัตว์ด้วยความเคารพนอบน้อมสเป็นอย่างยิ่ง บูชาด้วยของหอม บุคคลผู้มีจิตตั้งมั่นในกุศลเช่นนี้ย่อมเข้าถึงประโยชน์สุข ทั้ง 10 ประการในอาณาบริเวณที่อยู่ ประโยชน์ 10 ประการนี้คืออะไร
    1 ดินดีและได้ผลผลิตอุดมสมบูรณ์
    2 ทั้งครอบครัวจะอยู่กันอย่างสันติสุข
    3 ญาติที่ตายไปแล้วย่อมไปสู่สรวงสวรรค์
    4 ญาติที่ยังมีชีวิตอยู่จะมีอายุยืนยาว
    5 ตั้งความปรารถนาสิ่งใดจะได้สมปรารถนา
    6 จะไม่ต้องประสบภัยพิบัติจากน้ำท่วมหรือไฟไหม้
    7 จะพ้นจากอกุศลสิ่งชั่วทั้งปวง
    8 จะไม่มีวันฝันร้าย
    9 ไม่ว่าจะไปที่ใดจะมีผู้คุ้มครอง
    10 จะพบแต่สิ่งที่เป็นกุศล
    #พระคาถาบูชาพระกษิติครรภ์
    นะโม กษิติครรภายะ มหาโพธิสัตวายะ โอม หะ หะ หะ วิสะมะเย สวาหา(3 จบ)
    "นำโม ตี่ จ่าง อ๊วง ผ่อ สัก"

    ให้บูชา 3000 รส
    119421_0.jpg 119422_0.jpg
    119425_0.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • 119423_0.jpg
      119423_0.jpg
      ขนาดไฟล์:
      52.2 KB
      เปิดดู:
      156
    • 119424_0.jpg
      119424_0.jpg
      ขนาดไฟล์:
      73.6 KB
      เปิดดู:
      144
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 26 ธันวาคม 2025
  8. kiati_sak

    kiati_sak เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 ธันวาคม 2009
    โพสต์:
    7,596
    ค่าพลัง:
    +13,266
    346. รูปหล่อพระกษิติครรภ์มหาโพธิสัตว์พิมพ์นั่งบัว หลวงพ่อจิ๊ ฐานสีโล วัดคังคาว ชัยนาท เนื้อทองทิพย์ ซีลเดิม กล่องเดิม สวยเดิม หายาก
    (ปิดรายการนี้แล้ว)
    119428_0.jpg
    119429_0.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • 119430_0.jpg
      119430_0.jpg
      ขนาดไฟล์:
      37.6 KB
      เปิดดู:
      153
    • 119431_0.jpg
      119431_0.jpg
      ขนาดไฟล์:
      61.1 KB
      เปิดดู:
      158
    • 119432_0.jpg
      119432_0.jpg
      ขนาดไฟล์:
      81.5 KB
      เปิดดู:
      149
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 28 พฤศจิกายน 2025
  9. kiati_sak

    kiati_sak เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 ธันวาคม 2009
    โพสต์:
    7,596
    ค่าพลัง:
    +13,266
    ปิดครับ
     
  10. พื้นทราย

    พื้นทราย เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 มกราคม 2015
    โพสต์:
    788
    ค่าพลัง:
    +667
    ขอจองครับ
     
  11. kiati_sak

    kiati_sak เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 ธันวาคม 2009
    โพสต์:
    7,596
    ค่าพลัง:
    +13,266
    รับทราบครับท่าน
     
  12. kiati_sak

    kiati_sak เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 ธันวาคม 2009
    โพสต์:
    7,596
    ค่าพลัง:
    +13,266
    347. พระขุนแผนสากหักพิมพ์ใหญ่ ปี 46 จัดสร้างโดยคุณชินพร สุขสถิตย์ ศิษย์ครอบครูหลวงปู่ทิม อิสริโกเทพเจ้าแห่งภาคตะวันออก หลังฝังพลอยเสก สวยเดิม องค์นี้กดมือซึ่งหายากกว่ากดจากโรงงาน หลายท่านอาจคิดว่า เนื้อขุนแผนสากหักไม่สวย ผิวดูไม่เหมือนบล็อกมาตรฐาน ดูยับๆหยุ่นๆ
    ขออธิบายดังนี้ครับ ว่าพิมพ์นี้ได้ทำการกดกันในมูลนิธิ ไม่ได้จ้างโรงงานกดครับ
    ทำให้เนื้อหามวลสารมีความแก่ผงเพราะกดกันเองในหมู่ลูกศิษย์มูลนิธิหลวงปู่ทิม
    ที่โรงงานกดออกมาสวย เนื่องด้วยมีความเข้มข้นของปูนและผงที่ลงตัว
    แต่กดมือในมูลนิธิที่ออกมาแบบนี้เพราะใส่พวกผงพรายกุมารและมวลสารอื่นๆมากกว่าปูน
    เลยทำให้เนื้อดูออกมาไม่แกร่งและแบบสวยตามของโรงงานครับ
    จำนวนการสร้างก็ทำได้น้อยครับ เพราะต้องตำผงเองกดเอง
    ข้อมูลบางส่วนในการสร้างขุนแผนสากหัก(จากคุณชินพร)
    พระขุนแผนผงพรายกุมาร "รุ่นสากหัก" แต่คนมักจะนิยมเรียกว่า "พระขุนแผนสากหัก" จัดสร้างปี 2546 จัดสร้างในนามมูลนิธิหลวงปู่ทิม อิสริโก โดยคุณชินพร สุขสถิตย์ เช่นกัน เพื่อมอบให้แก่ผู้ที่ร่วมทำบุญทอดกฐินสามัคคี ณ.วัดพงเสลี่ยง บ้านห้วยโป ต.แม่สิน อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย ตามคำชักชวนของลุงแมง (หนึ่งในศิษย์ผู้รับใช้ใกล้ชิดลป.ทิม และเป็นผู้กดพิมพ์พระขุนแผนผงพรายกุมารฯ ในยุคนั้น) เมื่อวันเสาร์ที่ 25 ตุลาคม 2546 เพื่อนำเงินที่ได้สมทบทุนสร้างศาลาอเนกประสงค์ ชื่อ "ศาลาศิษย์หลวงปู่ทิม ร่วมใจ" แบ่งออกเป็นพิมพ์ใหญ่และพิมพ์เล็กคราวนี้เราจะมาลงรายละเอียดถึงประวัติการ สร้างกันครับ
    สำหรับชื่อ รุ่นสากหัก นั้นมาจากการที่ขณะตำผงครกแรกเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2546 พอผงกำลังเข้าที่พร้อมจะนำมากดพิมพ์ได้สากหินที่กำลังใช้ตำผงนั้นเกิดหัก กลางอย่างมหัศจรรย์ทันทีมีผู้เห็นกันหลายคน ผงพรายกุมารที่ใช้ทำพระขุนแผนรุ่นนี้ได้มาจากบรรดาศิษย์อาวุโสของหลวงปู่ทิม ซึ่งต่างเก็บไว้คนละเล็กคนละน้อยเพราะทุกคนรู้ดีว่าผงพรายกุมาร ของ หลวงปู่ทิม อาจารย์ของพวกตนนั้นเป็นผงที่หาผู้ทำให้ขลังและศักสิทธิ์จริง ๆ นั้นหายากมาก แต่หลวงปู่ทิมท่านก็ทำสำเร็จจนพระขุนแผนผงพรายของท่านโด่งดังไม่แพ้พระขุน แผนเก่า ๆ ที่ขุดออกมาจากกรุทั้งในด้านราคาและความศักสิทธิ์ พระขุนแผนสากหัก ถอดแบบจากเค้าโครงเดิมของพระขุนแผนรุ่นแรกของหลวงปู่ทิม แต่มีการแต่งพิมพ์เพิ่มเติม เพื่อให้เกิดความแตกต่าง และมีเอกลักษณ์ในตัวเอง โดยมีทั้งพิมพ์ใหญ่และพิมพ์เล็ก แบ่งตามวรรณะของสีเนื้อออกเป็น 3 สี คือ สีขาว สีแดง และสีดำ
    การอธิษฐานจิตนั้นได้รับการปลุกเสกเดี่ยวโดยพระครูธรรมรังษี (หลวงปู่ธรรมรังษี ) วัดพระบาทเขาพนมดิน จ.สุรินทร์ แล้วยังได้นำพระชุดนี้ทั้งหมดในส่วนที่เหลือจากการแจกผู้ร่วมงานทอดกฐินใน วันดังกล่าวแล้วเข้าพิธีพุทธาภิเษกในงานเททองหล่อพระกริ่งชินบัญชร มหาปราบ ที่วัดละหารไร่ จ.ระยอง เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2546 อีกวาระหนึ่ง เพื่อให้พระเกจิฯผู้ทรงคุณประจุพลังพุทธาคมให้เพิ่มขึ้นอีก โดยมีพระเกจิอาจารย์ผู้เรืองวิทยาคม นั่งปรกปลุกเสก คุมทิศทั้งสี่ มีดังนี้
    1.หลวงปู่ธรรมรังษี วัดพระบาทเขาพนมดิน จ.สุรินทร์ พระผู้ทรงอภิญญาแห่งเมืองอีสานใต้
    2.หลวงพ่อฟู วัดบางสมัคร จ.ฉะเชิงเทรา พระเกจิชื่อดังแห่งลุ่มน้ำบางปะกง
    3.หลวงพ่อแจ่ม วัดเขาสำเภาทอง จ.ระยอง พระเกจิชื่อดังแห่งเมืองระยอง
    4.หลวงพ่อสาคร วัดหนองกรับ จ.ระยอง พระเกจิชื่อดัง ศิษย์เอกรูปเดียวของหลวงปู่ทิม อิสริโก
    และนำขึ้นไปทำพิธีพุทธาภิเษกในพระอุโบสถ วัดตาอี จังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมพุทธาภิเษกรูปหล่อพระเจ้าสุริยชัยวรมันซึ่งหลวงพ่อชื่น วัดตาอี สร้างขึ้น โดยมีพระที่แก่กล้าวิทยาคมอย่างเอกอุ ๓ องค์ร่วมปลุกเสก คือ หลวงปู่ผาด วัดบ้านกรวด จิตแก่กล้าถึงขนาดเรียกนก เรียกปลาได้, หลวงพ่อชื่น วัดตาอี ยอดเกจิสายเขมรต่ำผู้เชี่ยวชาญทางวิชาเชมรโบราณ และ หลวงพ่อธีร เทพเจ้า แห่งลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ มีตบะเดชะกระแสจิตกล้า ภายในบริสุทธิ์เป็นแก้ว เกศาที่ปลงไว้ขดกันเป็นก้อนคล้ายก้นหอย ท่านมีสมญานาม อีกอย่างว่า หลวงพ่อย่ามบิน
    และเมื่อพระจันทร์เต็มดวงโคจรมาอยู่ตรงประตูพระอุโบสถวัดตาอี ก็ได้อาราธนา หลวงปู่ธรรมรังษี วัดพระพุทธบาทเขาพนมดิน มาปลุกเสกเดี่ยวเป็นองค์สุดท้ายในเทวีฤกษ์ ฤกษ์เดียวกับการสร้างพระกริ่งชินบัญชรเมื่อ ๓๔ ปีมาแล้ว พร้อมทั้งอาราธนาอัญเชิญ หลวงปู่ทิม อิสริโก มาร่วมพิธีปลุกเสกเดี่ยวของธรรมรังษีด้วย
    (ขอขอบคุณท่านเจ้าของข้อมูลมา ณ ที่นี้ด้วยครับ)

    สอบถามครับ
    123952.jpg
    123953.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • 123954.jpg
      123954.jpg
      ขนาดไฟล์:
      36.8 KB
      เปิดดู:
      144
    • 123956.jpg
      123956.jpg
      ขนาดไฟล์:
      28 KB
      เปิดดู:
      146
    • 123957.jpg
      123957.jpg
      ขนาดไฟล์:
      28.1 KB
      เปิดดู:
      152
    • 123955.jpg
      123955.jpg
      ขนาดไฟล์:
      30.7 KB
      เปิดดู:
      149
  13. kiati_sak

    kiati_sak เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 ธันวาคม 2009
    โพสต์:
    7,596
    ค่าพลัง:
    +13,266
    348. พระขุนแผนสากหักพิมพ์ใหญ่ ปี 46 จัดสร้างโดยคุณชินพร สุขสถิตย์ ศิษย์ครอบครูหลวงปู่ทิม อิสริโกเทพเจ้าแห่งภาคตะวันออก เนื้อมวลสารผงพรายกุมารอย่างเข้มข้น สวยเดิม องค์นี้กดมือซึ่งหายากกว่ากดจากโรงงานเพราะต้องใส่มวลสารผงพุทธคุณต่างๆอย่างเข้มข้นเช่นผงพรายกุมารของหลวงปู่ทิม ตามที่ท่านผู้สร้างต้องการ กดพิมพ์กันเองที่มูลนิธิหลวงปู่ทิมกันเลยทีเดียว
    ประสบการณ์บางส่วนของผู้ที่มีศรัทธาบูชาพระขุนแผนสากหักครับ (โปรดใช้วิจารณญาน)
    - ผมเองเคยได้ยินมานานแล้วเกี่ยวกับประวัติพระขุนแผนหลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ ส่วนใหญ่จะเน้นเรื่องเสน่ห์เมตตามหานิยมเป้นส่วนใหญ่ จึงเป็นสิ่งที่ผมใฝ่หามานานแต่พระของหลวงปู่ทิมนั้นนับวันจะสูงค่าเรื่อยๆนักศึกษาอย่างผมก็สุดเอื้อม แม้จะมีพระขุนแผนที่มีผงพรายผสมอยู่หลายอาจารย์แต่สิ่งที่ หลวงปู่ขวัญ ปวโร วัดบ้านใร่ จ.พิจิตร ครูบาอาจารย์ของผมท่านมักจะว่าขุนแผนที่ผสมผงพรายที่มีแต่คุณไม่มีโทษก็เห็นแต่ในแผ่นดินนี้จะมีของท่านวัดละหารไร่เท่านั้น นั่นคือคำของครูบาอาจารย์ที่ทำให้ผมต้องค้นหาพระขุนแผนสายหลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ให้ได้ จนวันหนึ่งพี่ที่ทำงานได้แนะนำให้ไปหาที่มูลนิธิหลวงปู่ทิม ผมจึงไปได้พบและพูดคุยกับท่านอาจารย์ชินพร รู้สึกศรัทธาและเคารพในองค์ความรู้และความใจดีของท่านผมและเพื่อนอีก2คนได้บูชาพระขุนแผนรุ่นสากหักไปโดยผมได้บูชาสีแดง และเพื่อนผมได้บูชาสีขาวและสีดำเมื่อนำไปใช้จึงมีปาฏิหาริย์ดังนี้
    เพื่อนคนแรกอกหักโดนผู้หญิงหลอกงานก็ตกต่ำได้บูชาสีดำไปปรากฏว่า ชีวิตของเขาดีขึ้นทันตาจู่ก็พบกับรักใหม่และต่อมาก็ได้งานคุมไซด์ก่อสร้างของบริษัทฝรั่งแห่งหนึ่ง เขายังเล่าว่าอีกว่าเจ้านายฝรั่งทีแรกไม่ชอบเขา เขาเลยอาราธนาพระขุนแผนรวมทั้งองค์หลวงปู่ทิมให้ช่วยปรากฏว่าหลังจากนั้นนายฝรั่งรู้สึกดีกับเขามากไว้วางใจให้คุมงานแทนและเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมานายฝรั่งก็ทำเรื่องขอผู้บริหารขึ้นเงินเดือนอีก2เท่าตัวทั้งที่ทำงานมาเพียง1ปี3เดือน ตอนนี้ชีวิตเขาดีขึ้นมากในคอจะแขวนรุ่นสากหักเดี่ยวไม่แขวนพระอื่นเลย
    เพื่อนคนที่สองผมได้บูชาองค์สีขาวไปได้ไม่นาน ปรากฏว่าเมื่อวานแม่ของเพื่อนผมฝันว่าท้องได้ลูกแฝด2คน(ทั้งที่ท่านอายุ58แล้ว)และเจ้าเพื่อนผมบอกว่าก่อนหน้านี้สมัครงานไว้หลายที่ไม่มีวี่แววที่จะได้เรียกไปทำงานพออธิษฐานกับพระขุนแผนปรากฏว่ามีที่ททำงานหลายบริษัทโทรมาเรียกเขาไปสัมภาษณ์งานตลอด2สัปดาห์นี้เลย และประสพการณ์สุดท้ายเขาเล่าว่าแฟนที่ทิ้งเขาไปกว่า3ปีได้โทรกลับมาหาว่าเลิกกับชายคนปัจจุบันแล้วอยากกลับมาคบกับเจ้าเพื่อนผมอีก มันงงมากเมื่อเช้ามันโทรมาเล่ามันกล่าวทิ้งท้ายว่าตั้งแต่ได้บูชาพระขุนแผนสากหักมีแต่สิ่งดีๆในชีวิต
    ส่วนของผมพระขุนแผนสีแดงคืนแรกที่ได้ไปฝันว่าหลวงปู่ทิมกับหลวงปู่ขวัญเดินมาเอามือลูบหัวผม และผมไปงานที่เชียงรายปรากฏว่าเรื่องงานที่ว่ายากก็กลับกลายเป็นเรื่องง่าย ก็คงเป็นบารมีขององค์พระขุนแผนสากหักนั่นเองครับ
    (ขอขอบคุณท่านเจ้าของข้อมูลมา ณ ที่นี้ด้วยครับ)

    ให้บูชา 2000 รส
    123945.jpg
    123946.jpg 123950.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • 123948.jpg
      123948.jpg
      ขนาดไฟล์:
      34.6 KB
      เปิดดู:
      146
    • 123947.jpg
      123947.jpg
      ขนาดไฟล์:
      41.4 KB
      เปิดดู:
      145
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 2 กุมภาพันธ์ 2026
  14. kiati_sak

    kiati_sak เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 ธันวาคม 2009
    โพสต์:
    7,596
    ค่าพลัง:
    +13,266
    349. ตะกรุดดอกไม้ทอง หลวงพ่อพูน วัดบ้านแพน อยุธยา เชือกขาวยุคต้น เก่าเก็บ (เพิ่งค้นเจอ)
    ให้บูชา 1500 รส
    123915.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 26 ธันวาคม 2025
  15. kiati_sak

    kiati_sak เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 ธันวาคม 2009
    โพสต์:
    7,596
    ค่าพลัง:
    +13,266
    350. หุ่นพยนต์ตนใหญ่ พระอาจารย์ทิน วรจัตโต (พระครูสารธรรมนิเทศ) วัดชายนา เพชรบูรี ศิษย์เอกผู้เดียวที่ได้รับการถ่ายทอดสรรพวิชาต่างๆ จากหลวงพ่อตัด วัดชายนา อดีตพระเกจิชื่อดังแห่งเมืองเพชรบุรี ปัจจุบันท่านดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดชายนาต่อจากหลวงพ่อตัดด้วย
    หุ่นพยนต์ตนนี้ท่านสร้างชุดแรก เพียง 9 ตน ทำจากว่านพระตะบะ พันด้วยจีวรจารยันต์ต่างๆของท่านแล้วพันด้วยสายสิญจน์ ตนใหญ่ สูงประมาณ 6 ซม.ฐาน 3 ซม.

    ให้บูชา 1550 รส
    124478.jpg
    124479.jpg
    124482.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • 124481.jpg
      124481.jpg
      ขนาดไฟล์:
      25.3 KB
      เปิดดู:
      152
    • 124480.jpg
      124480.jpg
      ขนาดไฟล์:
      22 KB
      เปิดดู:
      140
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 17 ธันวาคม 2025
  16. kiati_sak

    kiati_sak เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 ธันวาคม 2009
    โพสต์:
    7,596
    ค่าพลัง:
    +13,266
  17. kiati_sak

    kiati_sak เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 ธันวาคม 2009
    โพสต์:
    7,596
    ค่าพลัง:
    +13,266
    351. เหรียญปรมาจารย์เตียวเทียนซือ เนื้ออัลปาก้าแจกทาน..
    : ในพิธีขอพรฟ้า 8 พิธีใหญ่
    ชื่อ "สี่ทงโป๊ยตั๊ก " "ตัดผ่านทุกทิศทาง"..
    (ตัดผ่านทุกทิศ=ไม่ติดขัดทุกทิศทาง)
    รุ่นสี่ทงรุ่นประสบการณ์มาก
    อาจารย์แนะนำให้ลูกศิษย์ นำวัตถุมงคลปรมาจารย์ รุ่นสี่ทงโป้ยตักติดตัวตลอดนำมาใช้เพราะได้เตือนถึงวิกฤตการครั้งนี้ตั้งแต่ปีก่อน เพื่อที่จะผ่าฟันอุปสรรคทั้งหลาย วัตถุมงคลรุ่นตัดผ่านทุกทางในพิธีขอพรฟ้านี้จะสามารถผ่าวิกฤตไปได้***..
    บทสวดบูชาขอพรเหรียญองค์เตียวเทียนซือทุกรุ่น
    張天師保護
    เตียเทียงซือปอห่อ
    消災消惡除礙滅衰
    เซียวไจเซียวอัก ตื้อไหงมิกชวย
    (แล้วอธิษฐานป็นภาษาไทยตามความปรารถนา)
    ประวัติความเป็นมาของเหรียญปรมาจารย์เตียวเทียนซือ
    ความประสงค์ของอาจารย์ผู้สร้างตั้งแต่ครั้งแรกที่มีการสร้างรูปเคารพองค์ปรมาจารย์นั้น เพื่อต้องการเผยแพร่บารมี กิตติคุณ คุณวิเศษขององค์ปรมาจารย์เตียวเทียนซือ (มีการบันทึกไว้ในคัมภีร์ทงปี่ ซึ่งมีทั้งสิ้น 49 เล่ม เป็นบันทึกของปรมาจารย์ห่อเล่งทง ซึ่งท่านได้อธิบายเรื่องการคำนวณฤกษ์ยามระบบ 6 บน 6 ล่าง (วิชาฤกษ์ยามโบราณที่องค์กิวเทียงเฮี่ยงนึ่งประทานให้ ซึ่งปรากฏมีการกล่าวถึงในคัมภีร์ไคเภ็ก อันมีรูปแบบของรูปฤกษ์ถึง 298,598,400 รูปแบบ)) ฤกษ์ยามระบบดังกล่าวนี้เป็นฤกษ์ยามเพียงระบบเดียวที่ใช้สำหรับติดต่อเทพเจ้า ขอพรเทพเจ้า และเชื่อมฟ้าเชื่อมดิน ให้เกิดผลสำเร็จตามความปรารถนาอย่างอัศจรรย์ รวมถึงการกำหนดพิธีกรรม และวิธีการไคกวง เพื่อให้รูปเคารพเกิดอำนาจทิพยสภาวะของเหล่าบรรพจารย์เข้ามาประจุอยู่ จึงทำให้รูปเคารพปรมาจารย์ทุกๆรุ่นที่ผ่านมาเกิดประสบการณ์ต่างๆ นานา (โปรดระวังผู้แอบอ้างว่าบรรลุวิชาฤกษ์ยามระบบ 6 บน 6 ล่าง เนื่องจากวิธีการคำนวณฤกษ์ยามระบบนี้ มีวิธีการสลับซับซ้อน และไม่ปรากฏในหนังสือหรือตำราที่วางขายทั่วไป หากมีผู้หนึ่งผู้ใดอ้างว่าสามารถคำนวณรูปฤกษ์ระบบนี้ได้ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า เป็นการแอบอ้าง) และขอให้พึงทราบว่า การนำรูปเคารพของเหล่าบรรพจารย์ผู้บรรลุทิพยสภาวะชั้นสูงชั้นวิสุทธิ์ไปเข้าพิธีปลุกเสกจากพระสงฆ์ หรือการประกอบพิธีกรรมโดยการทรงเจ้า ไม่ใช่แนวทางอันเหล่าปรมาจารย์แต่โบราณทั้งหลายกำหนดไว้ การประกอบพิธีโดยขาดความรู้ความเข้าใจในระบบฤกษ์ยามชั้นสูงทำให้ไม่สามารถเชื่อมฟ้าเชื่อมดินได้ การประจุทิพยสภาวะลงไปในรูปเคารพนั้นจะไม่มีผลใดๆ ทั้งสิ้น
    สำหรับการสร้างรูปเคารพปรมาจารย์ขึ้นมานั้น ตัวอาจารย์ผู้สร้างมิได้มีเจตนาทำเพื่อการค้าใดๆ ทั้งสิ้น เป็นไปเพื่อการสงเคราะห์ แจกจ่ายแก่ผู้เคารพนับถือ ที่เดือดร้อนด้วยใจบริสุทธิ์ โดยไม่มีเจตนาอื่นใดแอบแฝง การซื้อขายแลกเปลี่ยนกันเป็นความพึงพอใจของผู้ซื้อและผู้ขาย ไม่เกี่ยวข้องกับอาจารย์ผู้สร้างและสำนัก ทั้งนี้ตัวอาจารย์ผู้สร้างและคณะศิษย์นั้นได้ประสบอภินิหาร และประสบการณ์ ทางเกื้อหนุนดวงชะตา ขจัดอุปสรรค เรื่องร้าย กำจัดพลังงานลบ ภัยพิบัติต่างๆ ปกป้องคุ้มครองจากภยันตรายทั้งปวง และอีกมากมายนับไม่ถ้วน ผู้ที่ได้รับและนำไปสักการะบูชาแล้ว ขอให้บูชากราบไหว้ ร้องขอด้วยความเชื่อมั่นเถิด ชีวิตจะเจริญรุ่งเรือง เรื่องยากจะกลายเป็นเรื่องง่าย มีความคล่องตัว มีโชคลาภ เงินทองไหลมาเทมา จะสำเร็จในชีวิตหน้าที่การงานทุกประการ
    และการสร้างรูปเคารพบรรพจารย์ชั้นวิสุทธิ์ใดๆ ซึ่งมีเจตนาเป็นไปเพื่อการค้า ทางพาณิชย์ การเก็งกำไร เจตนาแอบแฝงเพื่อหาผลประโยชน์ย่อมส่งผลร้าย ในทางวิบัติแก่ตนเองและคณะ
    เหรียญปรมาจารย์เตียวเทียนซือแจกทาน ในพิธีขอพรฟ้า 8 พิธีใหญ่
    ชื่อ "สี่ทงโป๊ยตั๊ก "ตัดผ่านทุกทิศทาง" (ตัดผ่านทุกทิศ=ไม่ติดขัดทุกทิศทาง) เพราะโลหะที่นำมาปั้ม ใช้โลหะที่ผ่านพิธีไคกวงมามากพิธี มาหลอมรวมเพื่อทำการปั้มและได้เข้าพิธีขอพรฟ้า 8 ครั้ง
    รูปแบบเหรียญ: ปรมาจารย์ทรงเครื่องสังฆราชฝ่ายเต๋า ตำแหน่งเทียนซือ พระหัตถ์ซ้ายถือกระบี่ 7 ดาว มีตราประทับฟ้าลอยอยู่เหนือบ่าด้านขวา ประทับนั่งข่มบนเทียงโฮ่ว(เสือสวรรค์) ซึ่งเป็นเสือขาว เกิดจากปิศาจบำเพ็ญเพียรจนบรรลุเต๋า ซึ่งปวารณาเป็นพาหนะขององค์ปรมาจารย์ และเสือขาวยังหมายถึงการขัดแย้ง ปากเสียง การทะเลาะเบาะแว้ง โรคภัยไข้เจ็บ การเจ็บป่วย ออดแอดๆ ด้านหลังประทับฮู้แป๊ะโก้ยเซียวไจ สำหรับแก้ไขเรืองราวเลวร้าย 108 1000 ประการ และฮู้ทางสะกดข่มพลังงานลบ วิบากที่ทำให้เกิดอุปสรรค ความตกต่ำ ความเศร้าหมอง ความโชคร้าย
    ขนาดเหรียญ: ขนาดกลาง
    ขนาดสูง 2.5 cm
    ขนาดกว้าง 2 cm
    ใช้แบบของเหรียญรุ่น 2 ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง (ย่อส่วนลง)
    เหรียญปรมาจารย์หากทำเป็นเหรียญขนาดใหญ่ ก็มีผู้ติว่าเหรียญมีขนาดใหญ่เกิน หากทำเป็นเหรียญเล็กก็มีผู้ติว่าเหรียญมีขนาดเล็กไป จึงพิจารณาทำเป็นเหรียญขนาดกลางให้ใช้ได้ง่ายทั้งชายหญิง เป็นจริงอิมจริงเอี้ยง
    สำหรับโลหะที่นำมาปั้ม ได้ใช้โลหะที่ผ่านพิธีไคกวงตั้งแต่รุ่น 1-2-3 เหตุที่นำโลหะที่ไคกวงไปแล้วทั้ง 3 รุ่นมาหลอมรวมปั้มเพราะ (เต๋าให้กำเนิดหนึ่ง หนึ่งก่อกำเนิดสอง สองก่อกำเนิดสาม สามก่อกำเนิดสรรพสิ่ง จึงเป็นที่มาของเหรียญนี้)ทั้งเนื้อ เงิน นวะ ชนวน มาทำการหลอมรีดได้ทั้งสิ้น 12 กิโล แล้วนำมาทำปั้มเป็นเหรียญปรมาจารย์รุ่นนี้ ให้เรียกว่ารุ่น "สี่ทงโป๊ยตั๊ก"ตัดผ่านทุกทิศทาง" มีความหมายคือ ไม่มีอุปสรรค ไม่มีขวากหนาม ไม่มีวิบาก ไม่มีเรื่องร้าย พลังลบสลาย อันตรายไม่มี ทั้ง 4 ทิศใหญ่ และในทางแนวเฉียงอันได้แก่ เคี้ยง สุ่ง คุง กึ่ง ตามแนวของประตูฟ้า ดิน )
    เหรียญปรมาจารย์เตียวเทียนซือแจกทาน ในพิธีขอพรฟ้า 8 พิธีใหญ่
    ชื่อ "สี่ทงโป๊ยตั๊ก "ตัดผ่านทุกทิศทาง" (ตัดผ่านทุกทิศ=ไม่ติดขัดทุกทิศทาง) เพราะโลหะที่นำมาปั้ม ใช้โลหะที่ผ่านพิธีไคกวงมามากพิธี มาหลอมรวมเพื่อทำการปั้มและได้เข้าพิธีขอพรฟ้า 8 ครั้ง
    รูปแบบเหรียญ: ขนาดกลาง
    ขนาดสูง 2.5 cm
    ขนาดกว้าง 2 cm
    ใช้แบบของเหรียญรุ่น 2 ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง (ย่อส่วนลง)
    เหรียญปรมาจารย์หากทำเป็นเหรียญขนาดใหญ่ ก็มีผู้ติว่าเหรียญมีขนาดใหญ่เกิน หากทำเป็นเหรียญเล็กก็มีผู้ติว่าเหรียญมีขนาดเล็กไป จึงพิจารณาทำเป็นเหรียญขนาดกลางให้ใช้ได้ง่ายทั้งชายหญิง เป็นจริงอิมจริงเอี้ยง
    สำหรับโลหะที่นำมาปั้ม ได้ใช้โลหะที่ผ่านพิธีไคกวงตั้งแต่รุ่น 1-2-3 เหตุที่นำโลหะที่ไคกวงไปแล้วทั้ง 3 รุ่นมาหลอมรวมปั้มเพราะ (เต๋าให้กำเนิดหนึ่ง หนึ่งก่อกำเนิดสอง สองก่อกำเนิดสาม สามก่อกำเนิดสรรพสิ่ง จึงเป็นที่มาของเหรียญนี้)ทั้งเนื้อ เงิน นวะ ชนวน มาทำการหลอมรีดได้ทั้งสิ้น 12 กิโล แล้วนำมาทำปั้มเป็นเหรียญปรมาจารย์รุ่นนี้ ให้เรียกว่ารุ่น "สี่ทงโป๊ยตั๊ก"ตัดผ่านทุกทิศทาง" มีความหมายคือ ไม่มีอุปสรรค ไม่มีขวากหนาม ไม่มีวิบาก ไม่มีเรื่องร้าย พลังลบสลาย อันตรายไม่มี ทั้ง 4 ทิศใหญ่ และในทางแนวเฉียงอันได้แก่ เคี้ยง สุ่ง คุง กึ่ง ตามแนวของประตูฟ้า ดิน )
    เหรียญนี่ไม่ได้นำเข้าพิธีไคกวง เพราะตัวโลหะนั้นผ่านพิธีไคกวงมาเกินกว่า 8 พิธีแล้ว แต่จะนำเข้าไหว้ขอพรฟ้า พิธีบูชาตะเกียง 7 ดาว พิธีสวดปักเต้า จนกว่าจะครบ 8 พิธี ในวันที่ 22 เดือนธันวาคม
    ผู้นำเหรียญนี้ติดตัวและเคารพนับถือเชื่อมั่น จะได้รับพรจากฟ้า ซึ่งเหรียญมีคุณตามขอพรฟ้าดังนี้
    1.ชีวิตไม่มีอุปสรรคใดๆ ไม่อาภัพอับจน แม้นมีอุปสรรคก็จะพบทางออก พบแสงสว่าง
    2.ชีวิตไม่ตกต่ำ ถึงขนาดสิ้นเนื้อประดาตัว ล้มละลาย หมดตัว
    3.พลังงานลบใดๆ ที่เกิดจากสิ่งโดยรอบ อันจะทำให้เจ็บ ป่วยหนัก มีอุปสรรค มีปัญหา มีความวุ่นวาย เป็นวิบากของฝ่ายดิน จะสลายหายไป จะมีแต่พลังงานบวกแผ่ซ่านรอบตัว เป็นรัศมีรอบตัว 1 วา ดึงดูดแต่เรื่องดีๆ เรื่องมงคลเข้ามา
    4.ศัตรูหมู่มาร อมนุษย์ วิญญาณร้าย ภูตผีปิศาจ เสนียดจัญไร สัตว์ร้าย คนไม่ดี จะถอยออกไป ถูกกำจัดออกไป ไม่สามรถเข้ามาใกล้ได้ หากมีเข้ามาก็มีเหตุต้องถอยหนี จะดึงดูดคนดีๆ สิ่งดีๆเข้ามา
    5.มีกิน มีใช้ มีเก็บ มีทรัพย์เพิ่มพูน มีลาภผลในการกระทำทุกอย่าง การค้าการขาย ที่ลงมือทำ ได้ออกดอกออกผล มีลาภหลัก ลาภลอย
    6.มีความเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน ชีวิต ยิ่งๆ ขึ้นไป การตัดสินใจ ในการกระทำใดๆ
    ฟ้าจะดลบันดาล ชี้ทาง บอกเหตุไปในทางสำเร็จ ไม่ผิดพลาด ไม่วิบัติ
    7.เมื่อรูปดวงชะตาถูกกระทบ จากฟ้า เพราะถูกชง ถูกวิบาก หากยังมีเหรียญนี้ติดตัว ฟ้า หรือ ดิน จะช่วย ถ่ายเท ถ่ายเอาผลกระทบผลร้ายนั้นออกไปจากรูปดวงกึ่งหนึ่ง ไม่ให้ได้รับผลร้ายเต็มร้อย%
    8.ความมงคล ความมั่งคั่ง ความยืนยงเป็น ฮก เป็นลก เป็นสิ่ว จะมาสถิตย์ในเหรียญนี้ แผ่พลังแก่ตัวผู้มีเหรียญนี้ติดตัว ช่วยให้ชีวิตนี้จงสำเร็จสมหวังทุกสิ่งอย่าง ที่ใจปรารถนา เหนือคนทั่วไป ด้วยอานุภาพของฟ้าดิน
    (ขอขอบคุณท่านเจ้าของข้อมูลมา ณ ที่นี้ด้วยครับ)

    ให้บูชา 550 รส
    130687.jpg
    130689.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 26 ธันวาคม 2025
  18. kiati_sak

    kiati_sak เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 ธันวาคม 2009
    โพสต์:
    7,596
    ค่าพลัง:
    +13,266
  19. kiati_sak

    kiati_sak เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 ธันวาคม 2009
    โพสต์:
    7,596
    ค่าพลัง:
    +13,266
    352. พระผงขุนแผน รุ่นคุ้มภัย หนุนดวง เสาร์ห้า (เนื้อผงพุทธคุณรวมมวลสาร) ปี 2558 [​IMG]
    พระขุนแผนคุ้มภัยหนุนดวง ยันต์เกราะเพชร องค์นี้ติดจีวรหลวงพ่อด้านหน้าองค์พระ
    หลวงพ่อหนุน สุวิชโย ผงพุทธคุณ สร้างปี ๒๕๕๘ พิธีครอบฉัพรรณรังสี ครั้งที่ ๑ และ เสาร์ ๕ วัดท่าซุง มวลสาร ๙,๐๐๐ กว่าชนิดและผงมวลสารวัดพุทธโมกข์ ฯลฯ

    ให้บูชา 450 รส
    156125_0.jpg
    156126_0.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • 156127_0.jpg
      156127_0.jpg
      ขนาดไฟล์:
      57.4 KB
      เปิดดู:
      23
  20. kiati_sak

    kiati_sak เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 ธันวาคม 2009
    โพสต์:
    7,596
    ค่าพลัง:
    +13,266
    ประวัติพระแร่โคตรเศรษฐี คุณแม่ชีประทุม โชติอนันต์
    พระแร่โคตรเศรษฐี แม่ชีประทุม โชติอนันต์ # พระชุดนี้หลวงพ่อพระราชพรหมยาน(หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ) เคยให้การรับรองเมื่อครั้งแรกที่คุณแม่ชีประทุม สร้างและนำไปให้หลวงพ่อดูและจะขอให้หลวงพ่อปลุกเสกให้
    คุณแม่ชีประทุม โชติอนันต์ ได้สร้างพระโคตรเศรษฐีครั้งแรกจำนวน 285 องค์ โดยคุณแม่ชีประทุมท่านน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายองค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จำนวน 9 องค์ ส่วนที่เหลือนำออกให้ญาติโยมที่มีจิตศรัทธาร่วมทำบุญองค์ละ 10,000 บาท เพื่อหาเงินสร้างพระมหาวิหารโคตรเศรษฐีสุรนารีวรนาถ เพื่อเป็นที่ประทับแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า 28 พระองค์ และเมื่อทำเสร็จได้นำพระไปหาพระเดชพระคุณหลวงพ่อฤาษีลิงดำ บันทึกมีไว้ดังนี้.-
    .....ในฤดูฝน หลังคาที่มุงด้วยหญ้าคาผุเก่า ฝนตกครั้งไรทำให้แม่ชีมีความสลดใจมาก เพราะพระพุทธรูปทั้งหมดสามสิบสองรูป มีรูปหลวงพ่อปาน และรูปหลวงพระพ่อพระราชพรหมยานเปียกฝน แม่ชีเห็นสิ่งที่เคารพบูชาสูงสุด เป็นเช่นนี้จึงได้คิดแก้ไขว่า เราควรทำอย่างใดอย่างหนึ่งขึ้นในกาลครั้งนี้ เมื่อคิดได้เช่นนั้น อยู่มาในค่ำคืนนั้น แม่ชีจึงได้จัดเตรียมการขึ้นในค่ำคืนนั้นเอง จะลองว่า ตั้งแต่เราได้ปฏิบัติมาจนถึงขณะนี้จะมีบารมีมากน้อยแค่ไหน ถ้าบารมีของลูกสูงคงสมปรารถนา ถ้าบารมีของเราน้อยยังไม่ถึง คงจะไม่ได้สมความตั้งใจในครั้งนี้ แม่ชีนั่งบริกรรมเอาจิตน้อมถึงพระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า พระธรรม แลพระอริยะสงฆ์ พระอรหันตสาวกทั้งหมด ครูบาอาจารย์มี หลวงปู่ปาน และหลวงพ่อ และทั้งหมดซึ่งทรงด้วยคุณธรรม นึกถึงท่านปู่พระอินทร์ ท่านย่า ท่านแม่ และท่านท้าวมหาราชทั้งสี่พระองค์ และเทวดาทั้งหมดโลกธาตุ นึกถึงทานศีลบารมีสิบที่ได้บำเพ็ญเพียรมา นึกถึงเทวดาองค์ที่ท่านมาบอกชื่อไว้ว่า ถ้ามีอะไรที่จะให้ท่านช่วยละก็ให้นึกถึงชื่อท่าน แล้วท่านจะมาสงเคราะห์ และได้เล่าความเป็นมาขึ้นในจิตว่า
    "การขอของข้าพเจ้าครั้งนี้ ข้าพเจ้ามิได้มีความโลภเกิดขึ้นเฉพาะตัวเอง การขอครั้งนี้ เป็นไปเพื่อต้องการให้พระพุทธศาสนา เจริญรุ่งเรืองถวารสืบไปในภายภาคหน้า และขอได้มีวิหารถาวรสักหลังหนึ่ง ถ้าการขอของข้าพเจ้าครั้งนี้ ยังมีปัญหาเจือปนอยู่แล้วไซร้ ขอท่านทั้งหลายที่ข้าพเจ้ากล่าวมานี้ จงอย่าได้สงเคราะห์ข้าพเจ้าเลย ถ้ามาตรแม้นข้าพเจ้าบริสุทธิ์ใจจริง สะอาดจริงแล้ว ขอท่านทั้งหลายที่กล่าวนามมาก็ดี ที่มิได้กล่าวนามมาก็ดี จงได้โปรดรีบมาช่วยข้าพเจ้าโดยด่วน ตามคำปรารถนาของข้าพเจ้าครั้งนี้ด้วยเถิด" นั่งไปทำไปตามเรื่องตามราวตลอดมาจนกระทั่งอยู่มาวันหนึ่ง หลังจากที่ได้นั่งทำมาประมาณ สิบหรือยี่สิบวันดูจะไม่ถึงนี่แหละ ในเวลาบ่ายมีแม่ชีองค์หนึ่ง เดินเข้ามาในสำนัก แม่ชีเหลียวหน้าดูว่าเป็นใครก็รู้ทันทีว่า แม่ชีองค์นี้เราได้ไล่ให้เธอออกไปจากสำนัก เพราะมีความประพฤติไม่ค่อยดี ชอบเล่นหวย กินข้าวเย็น พอแม่ชีมาถึงก็ตรงลงกราบ แม่ชีจึงถามเธอว่า "เธอมีธุระอะไรกับแม่หรือ" แม่ชีเธอตอบว่า"มีค่ะแม่ (เธอพูดแล้วพร้อมกับหยิบของวางไว้ข้างหน้า) ของสิ่งนี้นะค่ะ มีคนฝากมาให้แม่เพื่อร่วมสร้างวิหาร" แม่ชีได้ฟังตามที่แม่ชีเธอเล่าบอก จึงได้ถามแม่ชีขึ้นว่า "ใครเป็นผู้ฝากของสิ่งนี้มาให้ ผู้ฝากเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย" เมื่อแม่ชีได้ฟังจึงตอบขึ้นว่า "เป็นผู้ชาย คืออย่างนี้นะคะคุณแม่ ในค่ำคืนหนึ่งดิฉันได้นั่งปฏิบัติอยู่ในถ้ำ คืนนั้นอยู่ในราวประมาณห้าทุ่มเห็นจะได้ เกิดนิมิตเห็นผู้ชายแต่งตัวสวยงาม อร่ามด้วยเครื่องทองมายืนอยู่ข้างหน้า และชายนั้นได้พูดขึ้นว่า "พรุ่งนี้ตอนสองโมงเช้า เธอจงแต่งขันธ์ห้าขึ้น และจงมานั่งที่ตรงนี้ใหม่ ฉันจะฝากของสิ่งหนึ่งให้เธอ เอาไปให้แม่ชีประทุม เพื่อร่วมสร้างวิหาร" ดิฉันรับคำท่านแล้ว ท่านก็หายไป พอรุ่งเช้าดิฉันได้จัดแต่งเครื่องขันธ์ห้า พอได้เวลาก็ไปนั่งตามเดิม ดิฉันนั่งสมาธิจนถึงสิบโมงกว่า จึงคลายออกมา พอลืมตาก็เห็นของสิ่งนี้วางอยู่ ดิฉันนึกได้ทันทีเลยว่าของวางข้างหน้านี้ เป็นของที่ฝากมาให้แม่ ฉันจึงนำมา เพราะที่ตรงที่ฉันนั่งปฏิบัติมา ฉันกวาดเตียนไม่เคยมีอะไร ฉันนั่งปฏิบัติมาสองเดือนกว่าแล้วค่ะคุณแม่ ฉันไม่เห็นมีก้อนอะไรเลย" แม่ชีแก้ห่อดูของ เห็นเหมือนก้อนหิน แต่มีร่องรอยถูกตัดแหว่งไป แม่ชีเห็นของมีรอยถูกตัดไป จึงถามแม่ชีเธอว่า "ของทำไมมีรอยถูกตัดเช่นนี้" แม่ชีมีสีหน้าไม่ค่อยดีตอบว่า เธอได้ของแล้ว เธอห่อของ ตั้งใจเดินทางเอาของมาให้คุณแม่ ตามคำสั่ง เมื่อเดินมาได้ครึ่งทาง ได้พบชายคนหนึ่ง เขาทำงานอยู่แถวนั้น เขาขอดู เธอให้เขาดู เมื่อเขาดูแล้ว เขาขอฉัน ฉันให้เขาคะ แม่ชีฟังเธอเล่าจบลง แม่ชีพูดว่า "เธอนี่ผิดอย่างหนักรู้ไหม เธอกล้าเอาของซึ่งเจ้าของไม่มีตัวตน ฝากมาให้ฉัน เอาแบ่งให้กับผู้อื่น ซึ่งของนี่มิใช่ของเธอ ทำผิดมาก เดี๋ยวเธอจะเดือดร้อน" ครั้นอยู่ต่อมา แม่ชีได้เดินทางมาหา แม่ชีเธอเล่าว่า "แม่ค่ะเดี๋ยวนี้ฉันทำสมาธิไม่ได้เลย ฌานที่เคยเห็นมาแต่ก่อนนั้น มันไม่เห็นเสียแล้ว" อยู่ต่อมาทราบว่าสึกไปแล้ว
    ครั้นต่อมา หลังจากที่ได้รับของแล้ว ในวันนั้น แม่ชีเอาผ้าขาวปูใส่พานบูชาไว้ตรงหน้าหลวงพ่อปาน พอตอนกลางคืนในเวลาเช้ามืด ตีห้าครึ่งออกจากสมาธิ แต่ยังนั่งเฉยอยู่ แม่ชีมีความรู้สึกว่า มีคนมายืนอยู่ใกล้ทางด้านซ้ายมือ แม่ชีเหลียวดู เห็นขาโต วัดดูคงได้ประมาณยี่สิบนิ้วเศษ ไม่เห็นเข่า คือ มองดูไม่มีเข่า เข่ามองไม่เห็น...แม่ชี..เห็นเช่นนั้น ท่านมายืนชะโงกดูของอยู่ แม่ชียกมือขึ้นพนม และพูดกับท่านว่า "ท่านผู้เจริญ ท่านมาดูของท่านหรือคะ เวลานี้แม่ชีได้รับของที่ท่านส่งมา ช่วยร่วมสร้างวิหารแล้ว เวลานี้ของใส่พานไว้ตรงหน้าหลวงพ่อปานนั่นแหละคะ ขอท่านจงช่วยดูแลรักษาของไว้ด้วย อย่าได้มีอันตราย เพราะสำนักนี้มีแต่ผู้หญิง ขอให้ท่านดูแลไว้ให้ดีด้วย จะได้สร้างวิมานแล้วคราวนี้ ท่านโปรดโมทนาแม่ชีนะคะ" แม่ชีพูดจบท่านเดินหายออกไป ครั้นต่อมา แม่ชีหยิบของมาดูนึกได้ว่า เราควรจะเอาของนี้ไปให้หลวงพ่อ เพื่อกราบเรียนให้ท่านทราบ แม่ชีเดินทางไปหาหลวงพ่อที่ซอยสายลม เมื่อเข้าพบเอาของให้หลวงพ่อดู หลวงพ่อถามแม่ชีว่า "นั่นอะไร ของเป็นมันวับเช่นนั้น หรือ โยมจะเอาของมาให้ฉันทำอะไร" แม่ชีกราบเรียนไปว่า "ของนี้ โยมได้มาจากการปฏิบัติ มันวาวเองคะหลวงพ่อ” "เออ ดีนะโยม" แม่ชีเห็นคนเอาเครื่องสังฆทาน เข้าไปถวายหลวงพ่อกันมาก จึงลาออกมาก่อน เมื่อนั่งแล้ว หลวงพ่อได้พูดขึ้นว่า "โยมที่เอาของมาให้ดูนั้นน่ะ เก็บของไว้ให้ดีนะ พันปีมีค่ามหาศาล โยมรักษาไว้นะ" หลังจากนั้นแล้ว จึงได้ลาหลวงพ่อกลับ และเดินทางกลับปากช่อง ครั้นต่อมาในวันหนึ่ง แม่ชีช่วงนี้ป่วยบ่อยๆ ไม่ค่อยสบาย นอนป่วย แต่เอาของมานอนดู คิดจะทำอะไรดี เพราะของนี้เราไม่เคยเห็น คิดมาคิดไป แหม น่าจะให้เป็นทองคำเราจะได้รู้จัก นี่เป็นของที่เราไม่รู้จัก จะเอาไปทำเป็นอะไรก็ไม่รู้จะทำอะไรดี นึกเช่นนี้ น่ากลัวจะไม่ได้สร้างเสียแล้ววิหาร ใครเขาก็ไม่รู้ จะไปซื้อขายก็ไม่กล้า เพราะกลัวคนเขาไม่รู้จัก เขาจะมองหน้าเอา เมื่อไม่ได้สร้าง ก็ไม่สร้าง ตัดขันธ์ห้าดีกว่า ขืนคิดถึงของไม่มีประโยชน์ ของสิ่งนี้พาไปนิพพานไม่ได้ ว่าแล้วก็นอนหลับปลดขันธ์ห้า แต่ของนั้นยังอยู่ข้างตัวแม่ชี พอพิจารณาขันธ์ห้า ย้อนมาย้อนไปอยู่เช่นนั้น จับพุทโธบ้าง จับอานาปานุสติบ้าง ได้ยินเสียงพูดขึ้นข้างหูขวาว่า "ของในห่อนั้นมีค่ามหาศาลนัก" พูดเน้นเสียงหนักมาก น่ากลัวท่านเคืองแม่ชีที่ว่า "ท่านน่าจะให้ทองคำ ให้อะไรมาไม่รู้จัก" น่ากลัวท่านคงเคืองจึงพูดเน้นเสียงหนักเช่นนี้ คงเห็นว่าให้มาแล้ว ยังแสดงความโง่มากนัก เมื่อแม่ชีได้ยินเสียงพูดอยู่ที่หู ตกใจลุกขึ้นเรียกแม่ชีเล็กให้เธอเข้ามาใกล้ๆ ฉันจะทดลองดู ให้แม่ชีตัด แต่ก่อนตัดได้ขอขมาโทษก่อน จึงตัดออกมาก้อนหนึ่ง เอาขึ้นตั้งไฟ กว่าจะละลายนานมาก พอละลายออกมาทั้งหมดเท่านั้น คือ ทองคำขาวไม่ผิด เนื้อสะอาดใสแจ๋ว เป็นรัศมีแวววาว หลายสีหลายแสง น่าอัศจรรย์จริงเมื่อแม่ชีเห็นแสงวาววับจับตา จิตก็น้อมไปว่า จะให้ทำเป็นสิ่งใดจงบอกมา พอดีจิตมีความรู้สึกว่า ไปทำพระขึ้น พอดีโยมมาจากจันทบุรี แม่ชีเห็นมีโอกาส จึงให้โยมขับรถไปส่งกรุงเทพฯ ทันที เมื่อถึงกรุงเทพฯ แล้วบอกให้หาตามร้านที่เขาทำพิมพ์พระ เมื่อติดต่อว่าจ้าง เขาทำพิมพ์พระเสร็จ จึงนำของไปเข้าที่โรงรีด เมื่อรีดเสร็จจะนำแผ่นของไปเข้าพิมพ์ ในระหว่างที่รีดอยู่นั้น แม่ชีเฝ้าอยู่ตลอด ได้ยินคนที่รีดพูดขึ้นว่า "เอ นี่มันมันอะไรเนื้อสวยจัง ทีแรกนึกว่าเป็นตะกั่วเสียอีก" แม่ชีเลยทำเป็นไม่ได้ยินเขาคุยกัน ในระหว่างที่เข้าเครื่องพิมพ์อยู่นั้น แม่ชีเอาจิตอาราธนาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ พระปัจเจกพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ พระธรรม พระอริยะสงฆ์ทั้งหมด ครูบาอาจารย์ หลวงปู่ปาน หลวงพ่อพระราชพรหมยาน ครูอาจารย์ทั้งหมด มีปู่พระอินทร์ แม่ย่า แม่ศรี ท่านท้าวมหาราชทั้งสี่ มี ท้าวธตรฐ เทวดาทั้งหมดเชิญมาร่วมในการทำพระในครั้งนี้ ครั้งนี้ได้ทำขึ้น 285 องค์
    เมื่อทำเสร็จ ข้าพเจ้านำพระเครื่อง 285 องค์นี้ไปหาพระเดชพระคุณหลวงพ่อ ( หลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง จังหวัด อุทัยธานี )
    เมื่อทุกคนไปกันหมดแล้วเหลือแต่คณะของข้าพเจ้า หลวงพ่อหันมาทางข้าพเจ้าถามว่า "โยมชีมีอะไรจะคุยกับฉันหรือ"
    ข้าพเจ้าตอบว่า "มีเจ้าค่ะหลวงพ่อ"
    หลวงพ่อพูดขึ้นว่า "นั่นเอาอะไรมาด้วยล่ะ เอาผ้าคลุมไว้นั่นน่ะ"
    เมื่อข้าพเจ้าได้ฟังพระเดชพระคุณหลวงพ่อจึงตอบว่า "คือโยมเคยนำของที่ได้จากการปฏิบัติไปให้หลวงพ่อดูครั้งหนึ่งที่บ้านสายลม แล้วเจ้าค่ะ ครั้นต่อมาหลังจากนั้นโยมได้จัดทำเป็นรูปพระขึ้น"
    หลวงพ่อว่า "เออ..ว่ามา"
    ข้าพเจ้ากราบเรียนให้ท่านทราบว่า "พระของโยมทำขึ้นครั้งนี้ไม่เหมือนใคร ทำเป็นสองหน้า หน้าหนึ่งทำเป็นพระทุ่งเศรษฐี อีกหน้าหนึ่งทำเป็นพระศิวลีค่ะหลวงพ่อ"
    หลวงพ่อเมื่อฟังข้าพเจ้าพูดจบลง หลวงพ่อได้เอ่ยขึ้นว่า"ไหนว่าไม่เหมือนของใคร ยกพานมาให้ฉันดูหน่อยซิ"
    ข้าพเจ้ากราบเรียนให้ท่านทราบว่า "โยมทำครั้งนี้ 285 องค์เจ้าค่ะหลวงพ่อ"
    เมื่อพระเดชพระคุณหลวงพ่อรับพานพระแล้ว หลวงพ่อได้หยิบพระดู ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง และได้กล่าวขึ้นว่า "เออ..เข้าใจ..เข้าใจ ข้างหนี่งเป็นทุ่งเศรษฐี ข้างหนึ่งพระสีวลี เข้าใจจริงๆ เข้าใจจริงๆโยมนี่"
    "นี่นะโยม พระของโยมนี่ ถ้าผู้ใดได้ไปบูชา จะเป็นเศรษฐี โคตรเศรษฐี จนไม่เป็น ดีมากนะโยมนี่ เป็นคนมีปัญญา เอาล่ะนะ ฉันจะบอกให้ พระของโยมที่ทำมาทั้งหมดนี้ ถึงแม้จะไม่มีรูปพระเลย ของๆโยมก็ขลัง เขาสำเร็จอยู่ในตัวเขาแล้ว ให้ใครเอาไปทำอะไรๆ ให้ยิ่งกว่าทำ คำว่าเสื่อมไม่มี ของๆโยมนี้ใช้ได้ทุกอย่างเลยครบหมด เนื้อเกลี้ยงๆก็ขลัง"
    พระเดชพระคุณหลวงพ่อถามต่อขึ้นว่า "เมื่อขณะที่ทำพระใครคุมอยู่"
    ข้าพเจ้ากราบเรียนพระเดชพระคุณหลวงพ่อขึ้นว่า "โยมขออาราธนาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหมดทุกๆพระองค์ ครูบาอาจารย์ทั้งหมด เทวดาทั้งหมด โยมคุมอยู่ด้วยเจ้าค่ะหลวงพ่อ"
    พระเดชพระคุณได้กล่าวขึ้น "เออ มันฉลาดอย่างนี้ เอาล่ะนะ ฉันจะถามโยมว่า ก่อนที่โยมจะได้ของสิ่งนี้มา โยมทำอย่างไรถึงได้ของ" ข้าพเจ้ากราบเรียนพระเดชพระคุณหลวงพ่อขึ้นด้วยความเคารพยิ่งขึ้นว่า "พระเดชพระคุณหลวงพ่อเป็นครูบาอาจารย์ของโยม โยมมีความเคารพเป็นที่สุด โยมขอกราบเรียนด้วยความจริงทุกประการด้วยเคารพเจ้าค่ะ หลังจากออกพรรษาในปี 2530 โยมได้มากราบเรียนพระเดชพระคุณหลวงพ่อ เรื่องคุณวิรัช มั่งเรืองสกุล ได้ถวายที่ดินให้เป็นสำนักปฏิบัติธรรมในปีนั้น พระเดชพระคุณหลวงพ่อได้อนุญาตให้โยมรับที่ดินไว้ จึงได้จัดการก่อสร้าง มีกุฏิ 4 หลัง ไว้เป็นที่พักสำหรับแม่ชีที่อยู่ประจำ มีห้องน้ำห้องส้วมเสร็จ ได้ต่อศาลาไว้ปฏิบัติธรรม ทำวัตรเช้า-เย็น 1 หลัง ห้องน้ำห้องส้วม โรงอาหาร เครื่องต่อใช้ไม่ป่า ต้นกระถินณรงค์เป็นเสา ต่อมาปลวกกินจนเสาขาด หลังคาทั้งหมดมุงด้วยหญ้าคาผุ เวลาฝนตกรั่วต้องเอาผ้าพลาสติกคอยกันกั้นไว้ ฝาศาลาสวดมนต์ใช้ผ้าเหลืองจีวรพระที่ท่านไม่ใช้ ขอมากั้นบังฝน พอลมตีมาลำบากมากทุลักทุเล พระพุทธรูปมี 28 พระองค์ มีโยมกรุงเทพฯ เขามาถวายไว้บูชาอีก 1 องค์ รูปเหมือนหลวงปู่ปานอีก 1 องค์ รูปเหมือนพระเดชพระคุณหลวงพ่ออีก 1 องค์ รวมทั้งหมด 31 องค์ค่ะ"
    โยมเห็นพระพุทธรูปเปียกฝน โยมเกิดสังเวชใจมากที่สุด โยมคิดขึ้นในตอนนั้นว่า จะต้องทำอย่างใดอย่างหนึ่งขึ้น ตั้งแต่ปฏิบัติมายังไม่เคยจะลองทำประโยชน์อะไรให้กับพระศาสนาเด่นชัดขึ้นมา เลย ในคืนนั้นเอง โยมตั้งใจเต็มกำลังการปฏิบัติจะได้ขั้นไหน ตอนไหนก็ตามจะไม่คำนึงถึง ตั้งใจมั่นคงเด็ดเดี่ยว เข้านั่งสมาธิแล้ว เจริญเมตตาไปในทิศทั้งปวง ทั่วโลกธาตุ ถึงหมู่สัตว์ทั้งหลายไม่มีที่ประมาณ จงถึงความสุขด้วยพระพุทธานุภาพ จงถึงความสุขด้วยพระธรรมานุภาพ จงถึงความสุขด้วยพระสังฆานุภาพ ด้วยบุญกุศลที่ข้าพเจ้าได้บำเพ็ญแต่อดีดถึงปัจจุบัน ขอท่านทั้งหลายจงโมทนาโดยทั่วกัน ตั้งจิตระลึกนึกน้อมถึงองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหมด พระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหมด พระธรรมคำสอนของพระองค์ที่ข้าพระพุทธเจ้าปฏิบัติตามอยู่ขณะนี้ นึกถึงพระอริยสงฆ์ทั้งหมด ครูบาอาจารย์ทั้งหมด มีหลวงปู่ปาน หลวงพ่อด้วย และสมเด็จโตพรหมรังสี และเทวดาทั้งหมด มีปู่พระอินทร์ ท่านย่า ท่านแม่ ท่านท้าวมหาราชทั้งสี่พระองค์ มีท่านท้าวธตรฐ คือท่านท้าวธตรฐองค์นี้ เมื่อสมัย พ.ศ. 2514 ท่านมาปรากฏให้โยมเห็นค่ะหลวงพ่อ ท่านบอกชื่อท่านให้โยมรู้จัก ท่านชื่อว่าท่านท้าวธตรฐ ถ้าโยมมีอะไรจะให้ท่านช่วยเหลือ ท่านให้โยมนึกถึงชื่อท่าน ตอนก่อนโยมไม่เชื่อเท่าไรนัก ครั้นโยมได้มาพบหลวงพ่อได้ฟังเทปสมาทานหลวงพ่อ และได้ฟังคำสอนของหลวงพ่อ โยมจึงได้เข้าใจ โยมจึงนึกถึงท่านให้ท่านมาช่วยในกิจของพระศาสนา โยมเอาจิตน้อมถึงทานบารมี นึกถึงทานที่ให้แล้ว ศีลบารมี นึกถึงศีลที่ได้สมาทานจะรักษาไว้ให้ดี ไม่ทำลายศีลจนตลอดชีวิต ปัญญาบารมี จะทำให้เกิดปัญญารู้แจ้งแห่งขันธ์ห้า ให้เข้าสู่พระนิพพานในชาตินี้ เนกขัมบารมี การถือบวชของข้าพเจ้าบวชครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย คำว่าสึกจะไม่มี จะช่วยกิจของพระศาสนาตลอดชีวิต วิริยะ บารมี จะขยันทำจิตให้เข้าถึงพระนิพพาน
    สัจจะ บารมี ข้าพเจ้าขอตั้งจิตจะพูดอย่างไหนทำอย่างนั้นตลอดชีวิต
    อธิษฐานบารมี คำอธิษฐานของข้าพเจ้าที่ตั้งใจมั่นคงครั้งนี้ ข้าพเจ้าจะไม่ถอยออกจนตลอดชีวิต ขันติบารมี ข้าพเจ้าจะอดทนในสิ่งจะเกิดขึ้นกับข้าพเจ้าทุกประการ
    เมตตาบารมี ข้าพเจ้าขอทรงเมตตาตลอดทั่วโลกธาตุ แม้แต่ผู้นั้นจะคิดทำร้ายข้าพเจ้าก็ตาม อุเบกขา บารมี ข้าพเจ้าจะวางเฉยด้วยประการทั้งปวง จะทำสติให้รู้เท่าทันต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จะดีหรือร้ายก็ตามจะไม่หวั่นไหวกับสิ่งทั้งหลายเหล่านั้น จะทำสติให้รู้ว่านั่นคืออนิจจัง นั่นคืออนัตตา จะทรงกำหนดจิตไม่คลอนแคลนไว้ด้วยความเคารพตลอดชีวิต บารมี 10 ทั้งหมดที่บำเพ็ญมาเพื่อความหลุดพ้นไม่ต้องกลับมาเกิด จงมาช่วยข้าพเจ้าด้วยเวลานี้ ข้าพเจ้ามีทุกข์เดือดร้อน
    แต่ทุกข์ของข้าพเจ้าในครั้งนี้ ไม่เหมือนผู้ครองเรือน ขณะนี้ข้าพเจ้ากำลังได้รับความทุกข์ เพราะศาลาที่ประดิษฐานองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและที่ปฏิบัติธรรมของ ข้าพเจ้าชำรุดทรุดโทรม ลมมาก็ต้องหาไม้มาค้ำไว้ ถ้าการขอครั้งนี้เห็นว่าข้าพเจ้ายังไม่หมดตัณหา และเป็นเรื่องประโยชน์ส่วนตัวของข้าพเจ้า ท่านทั้งหลายไม่ต้องช่วย ถ้าการขอของข้าพเจ้าในครั้งนี้ ถ้าท่านทั้งหลายเห็นว่าข้าพเจ้าเป็นผู้บริสุทธิ สะอาดจริงแล้ว ขอท่านทั้งหลายและท้าวธตรฐ จงช่วยข้าพเจ้าโดยด่วนด้วยเจ้าค่ะ
    ครั้นต่อมาโยมเข้านั่งสมาธิและเข้าฌานเต็มกำลัง จากฌานที่ 1 ขึ้นไปถึงฌานที่ 4 ถอยรองลงมาจนถึงฌานที่ 1 หยุดอยู่แค่อุปจารสมาธิ แล้วขอดังเช่นเดิม เข้าฌานต่อไปจนถึงที่สุด แล้วถอยลงมาแค่อุปจารสมาธิ แล้วขออีก ทำอยู่อย่างนี้ประมาณ 10 หรือ 20 วัน โยมไม่ได้นับ ถือว่าท่านให้ก็เอา ท่านไม่ให้ก็แสดงว่าโยมยังดีไม่พอ
    หลวงพ่อเมื่อได้ฟังข้าพเจ้าเล่าเรื่องให่ท่านฟังจบลง ท่านจึงได้เอ่ยขึ้นว่า "โยมรู้ไหมว่า ของที่โยมได้มานั้นเป็นของใคร ฉันจะบอกให้นะโยม ของที่โยมได้มานั้นเป็นของๆท่านผู้สำเร็จท่านทำไว้แล้ว ท่านก็ฝากกับเทวดา เมื่อท่านฝากกับเทวดา ท่านสั่งกับเทวดาไว้ว่า ถ้าผู้ใดมีบุญบารมีเห็นสมควรให้ ก็ขอเทวดาจงให้ของสิ่งนี้เถิด นี่โยมจึงได้มายังไงล่ะโยม"
    ข้าพเจ้า กราบเรียนพระเดชพระคุณหลวงพ่อ "ช่วยเมตตาปลุกเสกพระเครื่องของโยม เพื่อเป็นศิริมงคลด้วยเถิดเจ้าค่ะ"
    พระเดช พระคุณหลวงพ่อได้พูดขึ้นว่า "เสกทำไมอีกเล่าโยม ของเขาดีอยู่แล้วถ้าโยมจะให้ฉันปลุกเสกละก็เอาอย่างนี้ดีกว่า โยมนั่นแหละไปทำขึ้น เพราะอะไรๆโยมก็ทำได้หมดแล้ว จะเอาอะไรอีกเล่า "
    ข้าพเจ้ากราบเรียนถามพระเดชพระคุณหลวงพ่อขึ้นว่า "จะต้องใช้มนต์บทไหนสวดเล่าค่ะหลวงพ่อ"
    หลวง พ่อพูดแกมดุขึ้นว่า "ก็อีตอนได้ของมานั่นแหละสวดบทไหนเล่า"ข้าพเจ้ากราบขอขมาหลวงพ่อ จึงได้เข้าใจว่าใช้พลังจิตนี่เอง ไม่โดนดุเอาความโง่ออกไปปัญญาไม่เกิด หมดเวลาหลวงพ่อกลับเข้าที่พัก ท่านโอเดินย้อนกลับมาหาข้าพเจ้า ท่านพูดกับข้าพเจ้าขึ้นว่า "โยมชีเอาพระของโยมเก็บไว้ให้อาตมาสัก 10 องค์นะ" ข้าพเจ้าตอบ " ได้ค่ะ แต่พระของโยมไม่ใช่ราคาเดียวกับพระเดชพระคุณหลวงพ่อนะ เพราะโยมจะต้องการสร้างพระมหาวิหาร ต้องให้บูชาองค์ละ 10,000 บาทนะคะท่าน" เมื่อท่านโอได้ฟังข้าพเจ้าบอกราคา ท่านโอจึงได้พูดขึ้นว่า "งั้นฉันจอง 2 องค์นะ" เวลานี้ท่านโอยังมีชีวิตอยู่ที่วิหาร 100 เมตร ข้าพเจ้าขอย้อนรำลึกนึกถึงความศักดิ์สิทธิ์ของพระเดชพระคุณหลวงพ่อของเรา ทั้งหลาย หลวงพ่อรู้หมด หลวงพ่อรู้แจ้ง บริสุทธิ์โดยไม่ต้องสงสัย พระเดชพระคุณหลวงพ่อเป็นพระที่ควรกราบไหว้บูชา พระเดชพระคุณหลวงพ่อเป็นเนื้อนาบุญของโลก
    " นี่นะโยม พระของโยมนี่ ถ้าผู้ใดได้ไปบูชา จะเป็นเศรษฐี โคตรเศรษฐี จนไม่เป็นดีมากนะ โยมนี่เป็นคนมีปัญญา เอาล่ะนะฉันจะบอกให้ พระของโยมที่ทำมาทั้งหมดนี้ ถึงแม้จะไม่มีรูปพระเลย ของๆโยมก็ขลัง เขาสำเร็จอยู่ในตัวเขาแล้ว ให้ใครเอาไปทำอะไรๆ ให้ยิ่งกว่าทำ คำว่าเสื่อมไม่มี ของๆโยมนี้ใช้ได้ทุกอย่างเลยครบหมด เนื้อเกลี้ยงๆก็ขลัง " **************************************************************
    คุณแม่ชีประทุมได้นำแร่นี้ไปให้ทางกรมทรัพยากรธรณีวิทยาพิสูจน์ว่าเป็นโลหะชนิดใด ทางกรมทรัพฯได้รับของไว้พิสูจน์เป็นเวลา 9 วัน
    เมื่อครบกำหนดท่านแม่ประทุมก็ได้เดินทางไปรับของคืนและได้รับคำตอบว่าเป็น "ตะกั่ว" เมื่อทราบดังนั้นท่านก็ไม่ได้มีคำกล่าวใดๆ ในขณะที่รอท่านก็เดินดูตามตู้ตัวอย่างของแร่ธาตุต่างๆ ท่านจึงถามแก่เจ้าหน้าที่ว่าในตู้คล้ายๆของท่านเหมือนกันหลายตัวอย่าง น่าจะเป็นตะกั่วชนิดเดียวกันกับของท่านใช่หรือไม่
    เจ้าหน้าที่ตอบว่าไม่ใช่เพราะองค์ประกอบทางโลหะและโมเลกุลไม่เหมือนกัน ทางเจ้าหน้าที่เองก็ตอบไม่ได้เพราะไม่มีข้อมูลในสารบบ แต่เพราะเป็นโลหะและมีสีแบบนี้จึงต้องแจ้งว่าเป็นตะกั่ว เพราะไม่ทราบว่าจะเรียกว่าอะไร
    ****************************************
    *** สำหรับพระคาถาที่ใช้บูชาพระแร่โคตรเศรษฐี คือ พระคาถานมัสการพระพุทธเจ้า 28 พระองค์เหตุเพราะคุณแม่ชีได้กราบเรียนถามพระเดชพระคุณหลวงพ่อว่าให้ใช้พระคาถาใดปลุกเสกดี หลวงพ่อตอบว่า ตอนที่ได้แร่โคตรเศรษฐีมานี่ใช้คาถาบทไหนจึงได้มาก็ให้ใช้บทนั้น
    บทสวดนมัสการพระพุทธเจ้า 28 พระองค์
    นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ ( 3 จบ )
    นะโม เม สัพพะพุทธานัง อุปปันนานัง มะเหสินัง
    ตัณหังกะโร มะหาวีโร เมธังกะโร มะหายะโส
    สะระณังกะโร โลกะหิโต ทีปังกะโร ชุตินธะโร
    โกณฑัญโญ ชะนะปาโมกโข มังคะโล ปุริสาสะโภ
    สุมะโน สุมะโน ธีโร เรวะโต ระติวัฑฒะโน
    โสภีโต คุณะสัมปันโน อะโนมะทัสสี ชะนุตตะโม
    ปะทุโม โลกะปัชโชโต นาระโท วะระสาระถี
    ปะทุมุตตะโร สัตตะสาโร สุเมโธ อัปปะฏิปุคคะโล
    สุชาโต สัพพะโลกัคโค ปิยะทัสสี นะราสะโภ
    อัตถะทัสสี การุณิโก ธัมมะทัสสี ตะโมนุโท
    สิทธัตโถ อะสะโม โลเก ติสโส จะ วะทะตัง วะโร
    ปุสโส จะ วะระโท พุทโธ วิปัสสี จะ อะนูปะโม
    สิขี สัพพะหิโต สัตถา เวสสะภู สุขะทายะโก
    กะกุสันโธ สัตถะวาโห โกนาคะมะโน ระณัญชะโห
    กัสสะโป สิริสัมปันโน โคตะโม สักยะปุงคะโว ฯ
    เตสาหัง สิระสา ปาเท วันทามิ ปุริสุตตะเม วะจะสา มะนะสา เจวะ
    วันทาเมเต ตะถาคะเต สะยะเน อาสะเน ฐาเน คะมะเน จาปิ สัพพะทา
    ****************************
    แม่ชีประทุม โชติอนันต์ ผู้ก่อตั้งสำนักส่งเสริมปฏิบัติธรรม ศิษย์พระราชพรหมยาน จังหวัดนครราชสีมา เกิดเมื่อวันพุธที่ ๕ เมษายน ๒๔๖๙ ที่ตำบลบ้านแพน อำเภอเสนา จังหวัดอยุธยา เป็นบุตรคนที่ ๓ จากพี่น้อง ๖ คน บิดานามว่า นายโหร่ง กิจเหมาะ และมารดาคือ นางส้มจีน กิจเหมาะ ชีวิตในวัยเด็กกำเนิดในครอบครัวที่มีฐานะดี เป็นที่นับถือของผู้คนในหมู่บ้าน ต่อมาเมื่อสิ้นบุญคุณปู่ คุณย่า คุณตาไปแล้ว คุณยายของท่านได้ถูกโกงจากการทำสัญญากู้เงินเพราะความไม่รู้หนังสือ จึงทำให้ชีวิตต้องตกอับยากลำบาก ญาติพี่น้องไม่มีใครเหลียวแล ท่านจึงตัดสินใจเดินทางเข้ากรุงเทพฯ
    เมื่อเข้ากรุงเทพฯ ท่านได้มีโอกาสถวายงานกับสมเด็จพระนางอินทร์ และต่อมาได้สมรสกับ นายสว่าง โชติอนันต์ ฐานะครอบครัวช่วงนี้เริ่มดีขึ้น มีเงินซื้อที่ดินปลูกบ้านให้พ่อแม่พี่น้อง ชีวิตพอมีความสุขขึ้นบ้าง แต่ก็ยังไม่หมดเคราะห์ ถูกโจรขึ้นบ้านถึง ๒ ครั้ง
    เมื่อบิดามารดาของท่านสิ้นไป ท่านเริ่มรู้สึกปลงกับชีวิต รู้สึกว่าชีวิตมีแต่ทุกข์หนัก ทำอย่างไรจึงจะหมดจากทุกข์ได้ จึงเริ่มต้นแสวงหาธรรม ฝึกฝนตน สวดมนต์และบำเพ็ญภาวนา
    ท่านได้เดินทางไปทางตะวันออกจังหวัดชลบุรี ระยอง และจันทบุรีเพื่อแสวงหาครูบาอาจารย์ชี้แนะ แต่ต้องพบอุปสรรคนานาประการ อย่างไรก็ตามท่านยังคงตั้งมั่นในความเพียรไม่ท้อถอย
    ท่านได้ประสบนิมิตเห็นพระพุทธรูปมาชี้ทาง ฝันเห็น ท้าวธตรฐ หนึ่งในท้าวจาตุมหาราชประจำทิศตะวันออก และ ท่านปฎาจาราเถรี พระอรหันต์หญิงสมัยพุทธกาล ที่พระพุทธองค์ทรงยกย่องว่า เป็นเลิศด้านพระวินัย ปลายปี ๒๕๒๖ ขณะที่ท่านเจริญสมาธิได้นิมิตเห็น " หลวงพ่อฤาษี " แต่ขณะนั้นไม่รู้จักว่าพระรูปนี้เป็นใครอยู่ที่ไหน แต่ท่านมีความรู้สึกว่า ต้องตามหาให้พบ จึงได้ตั้งจิตอธิษฐานออกเดินทางติดตามหา ในที่สุดท่านได้เดินทางจากศรีราชาจนมาถึงวัดท่าซุง จังหวัดอุทัยธานี เมื่อได้พบหลวงพ่อฤาษีลิงดำ ท่านจำได้ว่าเป็นพระสงฆ์รูปที่มาปรากฏในนิมิต จึงได้กราบขออยู่ปฏิบัติธรรมกับหลวงพ่อเป็นเวลา ๗ วัน เมื่อครบกำหนดจึงกราบลาเดินทางไปยังวัดพระพุทธโคดมต่อไป แต่ท่านก็ยังหาโอกาสกลับมากราบนมัสการหลวงพ่ออีกหลายวาระ และได้รับความเมตตาจากหลวงพ่อช่วยสงเคราะห์ตอบคำถามให้ทางจิตอีกด้วย ปี พ.ศ. ๒๕๒๗ ท่านมีโอกาสไปกราบนมัสการหลวงพ่อฤาษีอีกครั้ง และนึกในใจว่า
    " ถ้าเราได้หลวงพ่อทำพิธีปลงผมให้ เราจะเอาผมออก " ในวันนั้นหลวงพ่อได้เมตตายกไม้เท้าของท่านขึ้นเขี่ยศีรษะแม่ชีประทุม วนไปวนมาเพื่อเป็นการทำพิธี ซึ่งสร้างความปิติยินดีให้กับท่านเป็นอย่างมาก เมื่อเดินทางกลับจึงได้ทำพิธีบวช ณ วัดมะทาย จังหวัดจันทบุรี โดยมีพระครูประสาทพัฒนกิจ หรือ หลวงพ่อฝ้าย เป็นผู้ประกอบพิธีโกนผม
    การบวชในครั้งนั้นท่านได้ตั้งจิตว่า " การบวชของฉันครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย คำว่าสึกจะไม่มีจากคำของฉัน " แม้จะมีอุปสรรคมากมาย แต่ท่านก็พิสูจน์ด้วยธรรมะและจิตที่ตั้งมั่นซึ่งสามารถเอาชนะอุปสรรคเหล่านั้นได้สำเร็จ
    ปี พ.ศ. ๒๕๓๐ ท่านได้เดินทางไปปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ได้จำพรรษา ณ วัดใหม่คลองยาง คุณวิรัช มั่งเรืองสกุล ผู้มีโอกาสได้รับฟังธรรมะจากท่านจนเกิดความเลื่อมใสศรัทธา จึงได้นิมนต์ท่านอยู่จำพรรษาถาวร โดยได้ถวายที่ดินเพื่อปลูกสร้างกุฏิและศาลาปฏิบัติธรรม หลังจากนั้นท่านแม่ชีจึงกราบเรียนให้หลวงพ่อฤาษีทราบในเรื่องนี้ เมื่อได้รับการอนุญาตจากหลวงพ่อ ท่านจึงรับที่ดินผืนนี้ไว้ ปี พ.ศ. ๒๕๓๑ สำนักส่งเสริมปฏิบัติธรรม ศิษย์พระราชพรหมยาน อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ได้ถือกำเนิดขึ้น
    แม่ชีประทุมได้มอบผลงานอันเป็นมรดกแก่พุทธศาสนามากมาย อาทิ วัตถุมงคลชื่อดัง พระเครื่อง โคตรเศรษฐี ซึ่งสร้างจากแร่พันปีของผู้สำเร็จ โดย ท่านท้าวธตรฐ หนึ่งในท้าวจาตุมหาราชประจำทิศตะวันออก ได้เก็บรักษาไว้มอบแก่ผู้มีบุญ เพื่อให้นำมาทำประโยชน์แก่พุทธศาสนาต่อไป ดังที่หลวงพ่อฤาษีได้กล่าวไว้ ปัจจัยจากการให้บูชาพระโคตรเศรษฐีในครั้งนั้น ได้นำมาเป็นทุนในการจัดสร้าง " พระมหาวิหารโคตรเศรษฐีสุรนารีวรนาถ "
    ภายในสำนักส่งเสริมปฏิบัติธรรม ศิษย์พระราชพรหมยาน ในวันที่ ๖ เมษายน ๒๕๓๔ เวลาต่อมา
    วันที่ ๒๓ เมษายน ๒๕๓๘ ท่านได้จัดพิธีเททองหล่อ สมเด็จองค์ปฐม หน้าตัก ๓ ศอก ๒ องค์ รูปเหมือนหลวงปู่ปาน และรูปเหมือนหลวงพ่อฤาษี แบบละ ๒ องค์ เพื่อประดิษฐาน ณ มหาวิหาร
    นอกจากนี้ท่านได้ดำริให้จัดสร้าง วิหารอรหันต์หญิง เพื่อประดิษฐานพระอรหันต์ภิกษุณี จำนวน ๑๓ พระองค์ภายในสำนักส่งเสริมปฏิบัติธรรมฯ แต่ได้สร้างสำเร็จภายหลังท่านละสังขารไปแล้ว และยังมีมรดกทางพุทธศาสนาอีกมากทั้งถาวรวัตถุสิ่งปลูกสร้างภายในสำนักส่งเสริมปฏิบัติธรรมฯ ตลอดจนธรรมะและแนวการปฏิบัติที่ท่านฝากไว้แก่ศิษยานุศิษย์ เพื่อให้ยึดถือเป็นแนวทางในการปฏิบัติต่อไป
    วันที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๓๘ แม่ชีประทุมได้ละสังขาร ท่านได้มอบสรีระของท่านฝากไว้แก่ศิษยานุศิษย์เพื่อเป็นอนุสติในการปฏิบัติของทุกคน ขันธ์ของท่านไม่เน่าเปื่อยสูญสลายไปตามกาล แต่ยังคงสภาพให้ลูกหลานได้กราบไหว้ และเป็นเครื่องเตือนใจให้รำลึกถึงการประกอบความดีจวบจนถึงปัจจุบันนี้
    แม่ชีประทุม ถือเป็นอริยะบุคคล ท่านเป็น " พระ " ก่อนละสังขาร และเมื่อละขันธ์ไปแล้ว จึงบังเกิดปาฏิหาริย์ปรากฏ " พระธรรมธาตุ " เสด็จมาประทับสรีระของท่านบริเวณศีรษะ และเพิ่มปริมาณขึ้นอยู่เสมอ ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันความบริสุทธิ์แห่งจิตที่สิ้นแล้วจากอาสวะทั้งปวง ท่านเป็นพระอรหันต์ของลูกหลาน และเป็นสรณะแก้วอันประเสริฐของเหล่าสานุศิษย์โดยแท้
    (ขอขอบคุณท่านเจ้าของข้อมูลมา ณ ที่นี้ด้วยครับ)

     

แชร์หน้านี้

Loading...