ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,212
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ญี่ปุ่นยุคนายกหญิง: “เรื่องราชบัลลังก์เป็นของเรา คุณไม่เกี่ยว”

    เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2568 รัฐบาลญี่ปุ่นภายใต้นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศ (สมมติชื่อ Fumiko Ishiba หรือตัวแทนผู้นำหญิงสายอนุรักษนิยมที่ขึ้นมาแทน Ishiba ในบริบทสมมติปี 2569) ได้ออกมาตรการตอบโต้อย่างแข็งกร้าวต่อคณะกรรมการว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรี (CEDAW) ของสหประชาชาติ โดยระงับเงินสนับสนุนสมัครใจทั้งหมดที่เคยให้ CEDAW ทันที

    เหตุผล? CEDAW แนะนำให้ญี่ปุ่น
    “ทบทวนกฎหมายราชวงศ์”
    เพื่อเปิดทางให้ผู้หญิงในราชวงศ์ขึ้นเป็นจักรพรรดินีได้ ซึ่งรัฐบาลญี่ปุ่นมองว่าเป็นการ “แทรกแซงวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ชาติ” อย่างไม่เหมาะสม

    ญี่ปุ่นในยุคนี้ (หลังการขึ้นสู่อำนาจของผู้นำหญิงสายแข็งกร้าว) แสดงท่าทีชัดเจนว่า
    “ราชบัลลังก์จักรพรรดิเป็นเรื่องภายในของชาติญี่ปุ่น ไม่ใช่ประเด็นสิทธิสตรีสากล และยิ่งไม่ใช่เรื่องที่องค์กรระหว่างประเทศจะมาวินิจฉัย”

    โฆษกรัฐบาล (ในที่นี้คือตัวแทนของนายกฯ หญิง) กล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า
    > “ญี่ปุ่นเคารพพันธกรณีระหว่างประเทศ แต่การสืบราชบัลลังก์ไม่ใช่ ‘สิทธิพื้นฐานของมนุษย์’ และไม่ใช่เรื่องที่ CEDAW จะมาสั่งสอนได้ เราจะไม่ยอมให้ใครมาบงการอัตลักษณ์ของชาติ”

    การระงับเงินสนับสนุน (ประมาณ 20–30 ล้านเยนต่อปี) จึงไม่ใช่แค่การประท้วง แต่เป็นสัญญาณชัดเจนว่า
    - ญี่ปุ่นยุคใหม่จะไม่ยอมให้ “องค์กรโลก” มาแทรกแซงประเพณีและสถาบันหลักของชาติ
    - แม้จะเป็นผู้หญิงที่เป็นนายกรัฐมนตรี แต่จุดยืนเรื่องราชวงศ์ยังคงแข็งกร้าวแบบอนุรักษนิยมเต็มขั้น
    - เงินจำนวนนี้ “น้อยนิด” ในงบประมาณ แต่การตัดออกเป็นการ “ส่งข้อความ” ทางการเมืองที่ดังและชัดเจน

    ทั้งนี้ การตัดสินใจครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนอย่างล้นหลามจากกลุ่มอนุรักษนิยมและประชาชนส่วนใหญ่ที่ยังยึดมั่นในระบบสืบราชบัลลังก์สายชาย (สำรวจล่าสุดพบกว่า 60–70% ไม่เห็นด้วยกับจักรพรรดินี) ทำให้รัฐบาลหญิงคนนี้ยิ่งมีพลังในการยืนกรานจุดยืนนี้

    ญี่ปุ่นยุคนายกหญิงไม่ได้อ่อนข้อกับข้อเรียกร้องจากองค์กรสหประชาชาติ แต่เลือกตอบโต้ด้วยการ “ตัดงบ” และยืนยันชัดว่า
    “ราชบัลลังก์เป็นของเรา ชาวญี่ปุ่นเท่านั้นที่ตัดสินใจได้ คุณไม่เกี่ยว”

    นี่ไม่ใช่แค่การปกป้องประเพณี แต่เป็นการแสดงออกถึงความแข็งกร้าวและความมั่นใจในอัตลักษณ์ชาติที่เพิ่มสูงขึ้นในยุคปัจจุบัน

    25 กุมภาพันธ์ 2569 : คัดข่าว / หาดใหญ่

    ที่มา : Kyodo News,Asahi Shimbun,The Japan Times,NHK,UN OHCHR,CEDAW Official Documents,Mainichi Shimbun,Nikkei

    #Japan #ImperialSuccession #CEDAW #GenderEquality #JapanesePolitics

    https://www.facebook.com/share/1Dk1TimsxL/
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,212
    ค่าพลัง:
    +97,153
    “สีหศักดิ์“ ตีแสกหน้าเขมร!!
    แจง ภาพ พร้อมหลักฐาน ฟ้อง UNESCO ทหารกัมพูชา ใช้ ปราสาทเขาพระวิหาร มรดกโลก เป็นฐานทหาร ที่ตั้งอาวุธ โจมตีไทย
    ชี้ มันจะไม่เกิดขึ้นเลยถ้าเขมรไม่ใช้ปราสาทเป็นที่ตั้งทางทหาร
    เผย UNESCO สนใจแต่ว่า จะซ่อมแซมปราสาท
    ส่วนสาเหตุเขาไม่ค่อยสนใจ ในเรื่องการสู้รบ เพราะต้องการเป็นกลาง
    พร้อม ขอ ขึ้นทะเบียน “ชุดไทย” เป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติต่อUNESCO ในปี 2569

    ——
    ขณะที่ฝ่าย ทหารไทย ได้ชี้แจงก้อนหน้านี้ ว่า ไทยไม่มีเป้าหมายโจมตี ตัวปราสาท แต่ทำลายที่ตั้งทางทหารเขมร ข้างปราสาทเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยของประชาชนคนไทยและทหารไทย
    ——

    นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พบหารือทวิภาคี กับนาย Khaled Ahmed El-Enany Ali Ezz ผู้อำนวยการใหญ่องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ที่สำนักงานใหญ่ยูเนสโก ในโอกาสที่รัฐมนตรีฯ เดินทางเยือนกรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส โดยเป็นการพบกันอย่างเป็นทางการครั้งแรกภายหลังทั้งสองฝ่ายเข้ารับตำแหน่ง

    โดย H.E. Mr. Khaled Ahmed El-Enany Ali Ezz, Director-General of the United Nations Educational, Scientific and Cultural Organization (UNESCO) ผู้อำนวยการใหญ่ฯ เพิ่งรับตำแหน่ง พร้อมทั้งเชิญเยือนไทยอย่างเป็นทางการ และแลกเปลี่ยนมุมมองต่อความท้าทายทางภูมิรัฐศาสตร์และผลกระทบต่อระบบพหุภาคี ตลอดจนแนวทางการบริหารและปฏิรูปองค์กรของยูเนสโก

    ที่สำคัญ นายสีหศักดิ์ ได้ชี้แจงพัฒนาการสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย - กัมพูชา

    โดยเฉพาะเรื่องปราสาทเขาพระวิหารที่เสียหายจากการสู้รบ เนื่องจาก ก่อนหน้านี้ทางกัมพูชาได้ทำรายงานถึงยูเนสโกอ้างว่าเสียหายเพราะถูกฝ่ายไทยยิ่งโจมตี

    นอกจากนี้ หารือการเสนอขึ้นทะเบียน “ชุดไทย” เป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติต่อยูเนสโกในปี 2569

    ขณะที่ฝ่ายยูเนสโกได้แลกเปลี่ยนมุมมองด้านนโยบายและวิสัยทัศน์การบริหารองค์กร

    พร้อมสอบถามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย - กัมพูชา

    นาย สีหศักดิ์ ได้ใช้โอกาสชี้แจงสถานการณ์ให้ฝ่ายยูเนสโกได้รับทราบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้านด้วย

    ไทยเข้าเป็นสมาชิกยูเนสโกตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2492 และมีบทบาทอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการจัดตั้งสำนักงานภูมิภาคของยูเนสโกในไทย เมื่อปี 2504 ทั้งนี้ ไทยมีแหล่งมรดกโลก 8 แหล่ง และรายการมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ 6 รายการ สะท้อนความร่วมมือที่เข้มแข็งและความมุ่งมั่นของไทยในการอนุรักษ์และส่งเสริมมรดกทางวัฒนธรรมในเวทีพหุภาคีอย่างต่อเนื่อง

    #UNESCO
    #worldheritagesite
    https://www.facebook.com/share/1Appzc7bvf/
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,212
    ค่าพลัง:
    +97,153
    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหภาพยุโรป (EU) มีมติจับ "เวียดนาม" และ "หมู่เกาะเติกส์และเคคอส" เข้าสู่บัญชีดำประเทศและดินแดนที่ไม่ให้ความร่วมมือด้านภาษีอย่างเป็นทางการ พร้อมไฟเขียวถอดชื่อ ฟิจิ ซามัว และตรินิแดดและโตเบโก ออกจากแบล็กลิสต์หลังผ่านมาตรฐานสากล

    ในการประชุมเมื่อวันสัปดาห์ที่ผ่านมา สหภาพยุโรปได้ประกาศปรับปรุงรายชื่อประเทศและดินแดนที่ไม่ให้ความร่วมมือด้านภาษี (Tax Blacklist) โดยในรอบนี้มีมติให้ถอดชื่อ ฟิจิ ซามัว และตรินิแดดและโตเบโก ออกจากรายชื่อดังกล่าว โดยคณะมนตรียุโรป (European Council) ระบุว่า ปัจจุบันทั้งสามประเทศได้ปรับปรุงการดำเนินงานจนสอดคล้องกับมาตรฐานด้านภาษีระหว่างประเทศตามที่ได้ตกลงกันไว้ทั้งหมดแล้ว

    การปรับปรุงรายชื่อล่าสุด ส่งผลให้ปัจจุบันมีเขตอำนาจศาล (Jurisdictions) จำนวน 10 แห่งที่ติดอยู่ในบัญชีดำของ EU ประกอบด้วย:

    1. อเมริกันซามัว (American Samoa)
    2. แองกวิลลา (Anguilla)
    3. กวม (Guam)
    4. ปาเลา (Palau)
    5. ปานามา (Panama)
    6. รัสเซีย (Russia)
    7. หมู่เกาะเติกส์และเคคอส (Turks and Caicos Islands)
    8. หมู่เกาะเวอร์จินของสหรัฐอเมริกา (US Virgin Islands)
    9. วานูอาตู (Vanuatu)
    10. เวียดนาม (Vietnam)

    สำหรับกรณีของเวียดนาม การถูกนำชื่อเข้าสู่บัญชีดำมีขึ้นหลังจากที่ OECD Global Forum ตรวจสอบพบว่า เวียดนามยังไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานที่จำเป็นในเรื่อง "การแลกเปลี่ยนข้อมูลทางภาษีเมื่อมีการร้องขอ" (Exchange of tax information upon request)

    ทั้งนี้ เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เวียดนามเพิ่งถูกถอดออกจาก "บัญชีสีเทา" (Grey List) ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศที่ให้คำมั่นว่าจะปฏิรูประบบภาษีของตน แต่สถานการณ์ล่าสุดกลับทำให้เวียดนามหลุดเข้ามาอยู่ในบัญชีดำแทน

    อนึ่ง บัญชีดำด้านภาษีของสหภาพยุโรป (EU Tax Blacklist) ถูกจัดทำขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อเดือนธันวาคม ปี 2017 เพื่อเป็นมาตรการจัดการกับปัญหาการหลีกเลี่ยงภาษีและการฟอกเงินระดับสากล โดยจะมีการทบทวนและอัปเดตรายชื่อเป็นประจำปีละ 2 ครั้ง

    #TheStructure
    #TheStructureNews
    #สหภาพยุโรป #เวียดนาม #การค้าระหว่างประเทศ

    https://www.facebook.com/share/1CRirHeKr2/
     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,212
    ค่าพลัง:
    +97,153
    “ถาวร เสนเนียม” จี้ ป.ป.ง.สอบเส้นเงิน “Spectre C” โยง กก.บห. พรรคประชาชน หรือไม่ เชื่อหลักฐานถึงตัว
    .
    17 กุมภาพันธ์ 2569 – นายถาวร เสนเนียม อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์กรณีการตรวจสอบความเชื่อมโยงระหว่างบริษัท Spectre C กับพรรคประชาชน โดยเรียกร้องให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) และหน่วยงานด้านความมั่นคง เร่งตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างละเอียด ว่ามีความเกี่ยวข้องกับคณะกรรมการบริหารพรรคหรือบุคคลใกล้ชิดหรือไม่
    .
    นายถาวร ระบุว่า ประเด็นสำคัญต้องพิจารณาตั้งแต่วัตถุประสงค์การจัดตั้งบริษัท โครงสร้างผู้ถือหุ้น และการดำเนินกิจกรรมของบริษัทว่าเข้าข่ายสนับสนุนหรือเกี่ยวข้องกับการกระทำที่อาจผิดกฎหมายหรือไม่ โดยเฉพาะกรณีการใช้ “นอมินี” หรือบุคคลอื่นถือหุ้นแทน เพื่ออำพรางตัวผู้มีอำนาจตัวจริงที่อยู่เบื้องหลัง
    .
    เขาเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น ป.ป.ง. สภาความมั่นคงแห่งชาติ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) และหน่วยงานข่าวกรอง เข้าตรวจสอบแหล่งที่มาของเงินลงทุน การถือหุ้น และสถานที่ตั้งบริษัท ว่ามีลักษณะเอื้อให้เกิดการประสานงานใกล้ชิดกับพรรคการเมืองหรือไม่ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าหากพบความเชื่อมโยง ก็อาจสะท้อนถึงบทบาทของกรรมการบริหารพรรคบางราย
    .
    ตั้งข้อสังเกตสอดคล้องวัตถุประสงค์บริษัท–พรรค
    .
    นายถาวร กล่าวเพิ่มเติมว่า การดำเนินการของบริษัทและทิศทางการสื่อสารทางการเมืองของพรรคดังกล่าวมีลักษณะ “ไปในทิศทางเดียวกัน” ซึ่งควรเป็นประเด็นให้ตรวจสอบอย่างจริงจัง โดยเฉพาะในช่วงที่พรรคกำลังเผชิญคดีสำคัญทางการเมืองที่อยู่ระหว่างการพิจารณา
    .
    เมื่อถูกถามว่ากรณีนี้เข้าข่ายผิดกฎหมายแล้วหรือไม่ นายถาวร ตอบว่า ขณะนี้ยังต้องอาศัยพยานหลักฐานเพิ่มเติม แต่การตรวจสอบเส้นทางการเงินถือเป็นหัวใจสำคัญ เพราะที่ผ่านมาเคยมีกรณีที่การสนับสนุนทางการเงินนำไปสู่การยุบพรรคการเมืองได้ หากพิสูจน์ได้ว่ามีการกระทำฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยพรรคการเมือง
    .
    นายถาวร ยังกล่าวด้วยว่า การกระทำที่เป็นการ “เซาะกร่อนบ่อนทำลายระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” อาจเกิดขึ้นได้ในหลายรูปแบบ โดยเฉพาะผ่านกลไกด้านข้อมูลข่าวสารหรือปฏิบัติการทางออนไลน์ จึงควรมีการติดตามตรวจสอบอย่างรอบด้าน
    .
    ทั้งนี้ จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีคำชี้แจงอย่างเป็นทางการจากบริษัท Spectre C หรือพรรคประชาชนต่อข้อกล่าวหาดังกล่าว ขณะที่ประเด็นยังอยู่ในขั้นตอนการตั้งข้อสังเกตและเรียกร้องให้หน่วยงานรัฐตรวจสอบต่อไป

    https://www.facebook.com/share/1GPjLs664e/
     

แชร์หน้านี้

Loading...