เรื่องเด่น เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันจันทร์ที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๖๙

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 26 มกราคม 2026 at 17:52.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    23,778
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,005
    ค่าพลัง:
    +26,841
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันจันทร์ที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๖๙


     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    23,778
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,005
    ค่าพลัง:
    +26,841
    วันนี้ตรงกับวันจันทร์ที่ ๒๖ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ หลังจากที่ไปหนาวที่เชียงรายและเชียงใหม่มาแล้ว พอเจออากาศ ๒๑ องศาเซลเซียสที่วัดอุทยานก็ออกอาการร้อน แต่โดยปกติกระผม/อาตมภาพเองนั้น ถ้าหากว่าต้องเปิดเครื่องปรับอากาศก็จะเปิดที่ ๒๗ องศาเซลเซียส ซึ่งผู้คนเข้ามาแล้วก็บ่นว่าร้อน บางคนถึงขนาดเหงื่อแตกพลั่กเลยก็มี แล้วถ้าเป็นฤดูกาลนี้ ก็มักจะเปิดประตูหน้าต่างรับลมธรรมชาติแทน

    เนื่องเพราะว่าอากาศจากเครื่องปรับอากาศนั้นมีออกซิเจนน้อยไปหน่อย ถ้าหากว่าใครที่อยู่ในห้องปรับอากาศนาน ๆ จนเคยชิน สภาพร่างกายจะขาดออกซิเจนในบางส่วน ซึ่งเนื้อเยื่อในบริเวณที่ออกซิเจนไปไม่ถึงนั้น ก็จะพยายามดิ้นรนรักษาตัวเองไม่ให้ต้องตายลง ก็จะทำการแบ่งเซลล์เพิ่มขึ้น เพื่อที่จะรักษาสภาพตนเองเอาไว้ให้ได้ ท้ายที่สุดวันร้ายคืนร้าย ถ้าหากว่าตรวจพบว่าเป็นเนื้อร้าย ก็เท่ากับเป็นแหล่งก่อเกิดมะเร็งดี ๆ นี่เอง..! จึงเป็นเรื่องที่ท่านทั้งหลายต้องพยายามหาทางแก้ไขกันเอาเอง

    ถ้าหากว่าทางวัดอุทยานนี้ หรือว่าทางวัดท่าขนุน อากาศยังไม่มากไปด้วยฝุ่น PM ๒.๕ ก็พอที่จะเปิดประตูหน้าต่างรับลมธรรมชาติได้ แต่ท่านทั้งหลายที่อยู่ใจกลางเมือง ซึ่งฝุ่นมากเสียจนอยู่ในระดับอันตราย ถ้าอย่างนั้นก็ยอมรับสภาพไปก็แล้วกัน หรือไม่ก็ใช้วิธีการอยู่ในห้องปรับอากาศ แต่ฝึกการหายใจเสียใหม่ ก็คือหายใจยาว ๆ เข้าไปจนสุด แล้วนับ ๑ - ๒ - ๓ จากนั้นค่อยหายใจออกจนสุด ทำแบบนี้บ่อย ๆ ร่างกายก็จะได้รับออกซิเจนเพียงพอที่จะดูแลตัวเองได้

    สำหรับวันนี้กระผม/อาตมภาพต้องรับการมาลาของพระวินัยธรจิตศิลป์ เหมรํสี, ดร. อดีตประธานที่พักสงฆ์เกาะพระฤๅษี ซึ่งไปเรียนพระธรรมทูต แล้วหลังจากนั้นก็วิ่งงานทั่วโลก จากที่ผ่านมาก็ทำให้ญาติโยมทั้งหลายอยากจะให้ท่านปักหลักอยู่ที่ใดที่หนึ่งเป็นประจำ แต่ท่านเองก็ขอหาประสบการณ์ก่อน วันนี้จึงมาลาเพื่อที่จะไปเป็นพระธรรมทูตที่เมืองลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งกระผม/อาตมภาพก็เห็นว่า คงมีโอกาสได้ใช้ภาษาอังกฤษน้อยมาก เนื่องเพราะว่าลอสแอนเจลิสนั้น ส่วนใหญ่แล้วก็เป็นคนไทยและคนลาวที่ไปเข้าวัดไทยที่นั่น
     
  3. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    23,778
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,005
    ค่าพลัง:
    +26,841
    บรรดาพระภิกษุวัดท่าขนุนนั้น ได้เรียนหลักสูตรพระธรรมทูตและจบมาหลายต่อหลายคนแล้ว ปัจจุบันนี้อย่างท่านชู้ต (พระชุติกานต์ อภินนฺโท) รองเจ้าอาวาสวัดตะเคียนงามลักคณานุกูล ซึ่งไปอยู่ช่วยงานหลวงพ่อสมคิด (พระครูบวรกาญจนธรรม) เจ้าอาวาสวัดตะเคียนงามลักคณานุกูล เจ้าคณะตำบลบ้านเก่า เขต ๒ ตอนนี้ก็ไปเป็นพระธรรมทูตอยู่ที่เดนมาร์ก

    หรือว่าท่านรัณย์ (พระนารัณย์ อํสุการี) ได้ยินว่าติดตามท่านชู้ตไปเช่นกัน แต่น่าจะเป็นพระธรรมทูตที่นอร์เวย์ ซึ่งถ้าหากว่าไปแล้วไม่เคยชิน ก็อาจจะเกิดอาการคิดถึงบ้านได้ เนื่องเพราะว่าบ้านเขานั้นบางทีก็มีกลางวันเป็นเดือน ๆ มีกลางคืนเป็นเดือน ๆ เหล่านี้เป็นต้น

    แต่ก็ได้แนะนำท่านให้ไปให้ถึง North Cape ไปดูลายพระหัตถ์ "จปร. 1907" ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จะได้รู้ว่าในยุคสมัยที่การเดินทางไปยากลำบากกว่าเราเป็นร้อย ๆ เท่านั้น องค์ในหลวงรัชกาลที่ ๕ อันเป็นที่รักยิ่งของพวกเรา ทรงเสด็จไปถึงที่นั่นมาแล้ว

    ในเรื่องของพระธรรมทูตนั้น ถ้าหากว่าจะนับพระอรหันต์ ๖๐ รูปแรกที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าส่งออกไปประกาศพระพุทธศาสนา ก็จะเห็นว่าพระองค์ท่านได้ตรัสว่า

    มุตตาหัง ภิกขะเว สัพพะปาเสหิ เย ทิพพา เย จะ มะนุสสา คือตัวเราพ้นแล้วจากบ่วงทั้งปวง ทั้งที่เป็นของทิพย์และของมนุษย์

    ตุมเหปิ ภิกขะเว มุตตา สัพพะปาเสหิ เย ทิพพา จะ เย มะนุสสา เธอทั้งหลายก็เช่นกันภิกษุ พ้นแล้วจากบ่วงทั้งปวง ทั้งที่เป็นของทิพย์และที่เป็นของมนุษย์

    จะระถะ ภิกขะเว จาริกัง ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ขอเธอทั้งหลายจงเที่ยวไป

    พะหุชะนะหิตายะ พะหุชะนะสุขายะ เพื่อประโยชน์ เพื่อความสุขแก่ชนเป็นอันมาก

    โลกานุกัมปายะ เพื่ออนุเคราะห์แก่โลก

    อัตถายะ หิตายะ สุขายะ เทวะมนุสสานัง เพื่อประโยชน์ เพื่อเกื้อกูลแก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย
     
  4. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    23,778
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,005
    ค่าพลัง:
    +26,841
    เราจะเห็นว่าพระธรรมทูตขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น พระองค์ท่านส่งผู้ที่บรรลุอรหัตผลแล้วออกไปประกาศพระพุทธศาสนา ดังนั้น..หลวงปู่หลวงพ่อพระธรรมทูตรุ่นแรก จึงเป็นผู้ที่เบาทั้งกาย เบาทั้งใจ ปราศจากภาระทางโลกที่ตนเองต้องทำแล้ว จึงได้ทำหน้าที่พระธรรมทูตของตนได้อย่างเต็มที่

    แต่ว่าพระธรรมทูตในยุคนี้สมัยนี้นั้น อยู่ในลักษณะที่ว่า ภาระการฝึกฝนตนเองก็ต้องเร่งกระทำ ภาระการสั่งสอนญาติโยมก็เป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้ ภาระในการก่อสร้างบูรณปฏิสังขรณ์วัดวาอาราม ก็ต้องทำให้เต็มที่ แล้วในขณะเดียวกัน ก็ยังต้องรับหน้าที่ในการต้อนรับ อำนวยความสะดวกแก่คนไทยทั้งหลาย ทั้งที่อยู่ในพื้นที่ และท่านที่เป็นนักท่องเที่ยวไปจากเมืองไทย จึงเป็นภาระหน้าที่ซึ่งหนักหนาสาหัสมาก และน่าเป็นห่วงมาก..!

    ตั้งแต่สมัยประมาณ ๓๐ ปีที่แล้ว ทางด้านโยมป้านิภา คงสุข ได้นิมนต์กระผม/อาตมภาพไปอยู่ที่วัดไทยซานดิเอโก้ แต่ปรากฏว่าต้องไปขออนุญาตประธานคณะธรรมทูตต่างประเทศ และแจ้งประธานผู้ดูแลพระธรรมทูตสายสหรัฐอเมริกา ซึ่งตอนนั้นก็คือหลวงพ่อพูนทรัพย์ ซึ่งนามเดิมของท่านก็คือหลวงพ่อสุพจน์ หรือว่าสมณศักดิ์ในตอนนั้นก็คือพระมงคลเทพโมลี วิ.

    เมื่อท่านถามว่ากระผม/อาตมภาพจบอะไรมาบ้าง ? ก็กราบเรียนท่านไปว่าเรียน "แค่นักธรรมเอกขอรับพระเดชพระคุณ" ท่านบอกว่า "คุณกลับไปเรียนบาลีอย่างน้อยให้ได้ประโยค ๕ และเรียนปริญญาตรีอย่างน้อยให้จบพุทธศาสตรบัณฑิตเสียก่อน แล้วค่อยมาหาผมใหม่"

    กระผม/อาตมภาพจึงถามเหตุผลว่า "ทำไมครับ ?" ท่านบอกว่า "ผมเองได้ส่งพระธรรมทูตไป ๒ รุ่น ๆ ละ ๔๐ รูป อย่างน้อยเป็นมหาเปรียญ ๕ ประโยค ตอนนี้สึกหาลาเพศเกือบหมด เหลืออยู่ ๔ รูปก็มีปัญหาเรื่องเงินกันทั้งนั้น..!" กระผม/อาตมภาพเองก็ได้แต่นึกในใจว่า "ถ้าหลวงพ่อกำหนดกติกาของพระธรรมทูตให้เป็นพระนักเรียน ไม่ใช่พระนักปฏิบัติ ก็จะมีเรื่องลักษณะอย่างนี้ตลอดไป..!"

    แต่ก็ไม่ได้งัดข้อถกเถียงอะไรนอกจากกราบลาท่านออกมา แล้วก็บอกกับคุณป้านิภา คงสุข ว่าไม่ได้ไปเป็นเจ้าอาวาสที่นั่นตามที่คุณป้าได้นิมนต์เอาไว้แล้ว เนื่องเพราะว่าคุณสมบัติไม่ครบตามที่ทางผู้ดูแลพระธรรมทูตสายต่างประเทศกำหนดเอาไว้
     
  5. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    23,778
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,005
    ค่าพลัง:
    +26,841
    หลังจากนั้นประเทศสหรัฐอเมริกาก็ดูเหมือนจะไม่มีบุญวาสนาร่วมกัน เนื่องเพราะว่าได้รับการนิมนต์จากคุณศุภกร เดิมคลัง เพื่อที่จะให้ไปสอนกรรมฐานทั่วอเมริกาเป็นเวลา ๑ เดือน ครั้นให้สัมภาษณ์ในเรื่องของการขอวีซ่า จนกระทั่งทุกอย่างเรียบร้อย เขาปริ๊นท์วีซ่าออกมากำลังจะส่งให้แล้ว ก็ปรากฏว่าญาติโยมผู้หวังดียื่นหน้าไปบอกเจ้าหน้าที่ว่า "พระอาจารย์ท่านจบปริญญาเอกมา เป็นที่เคารพนับถือของลูกชายผมเป็นอย่างยิ่ง ไปครั้งนี้ก็เพื่อที่จะสอนลูกชายของผมเอง"

    เจ้าหน้าที่พอได้ยินก็ขยำวีซ่าโยนลงถังขยะ ส่งหนังสือเดินทางคืนให้ พร้อมกับบอกว่า "Your visa not approved" กระผม/อาตมภาพก็ได้แต่กลืนน้ำลายเอื้อก เนื่องเพราะว่าถ้าเป็นในลักษณะนี้ ก็แปลว่าชื่อติดบัญชีดำทันที..!

    เนื่องเพราะว่ายุคนั้นเป็นยุค "ทรัมป์ ๑" ซึ่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศนโยบาย "America First" ใครที่มีทีท่าว่าจะไปแย่งงานคนอเมริกัน ห้ามเข้าประเทศอย่างเด็ดขาด..! กระผม/อาตมภาพจึงถือว่าตนเองไม่มีวาสนากับประเทศนี้ แต่ก็ดีตรงที่ว่าไม่ต้องเสี่ยงไปอยู่ที่นั่น เนื่องเพราะไม่มั่นใจเหมือนกันว่าวันไหนขีปนาวุธจะลง ซึ่งถ้าหากว่าขีปนาวุธลงเมื่อไร ความเสียหายมากมายมหาศาลก็จะเกิดขึ้นทันที..! ตรงจุดนี้จะถือว่าโชคดีก็ได้

    จึงได้แต่อวยชัยให้พร
    ขอให้พระธรรมทูตทั้งของวัดท่าขนุน และพระธรรมทูตร่วมรุ่นท่านอื่น ๆ ซึ่งไปทำหน้าที่อยู่ต่างประเทศทุกประเทศ ขอให้ท่านทั้งหลายอยู่รอดปลอดภัย ได้ทำภารกิจของตนเองและภารกิจเพื่อพระพุทธศาสนาอย่างเต็มที่ สร้างสมบุญกุศลให้กับตนเองเพื่อเป็นปัจจัยให้เข้าถึงพระนิพพานในโอกาสต่อไป

    สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
    วันจันทร์ที่ ๒๖ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
    (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...