ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,011
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เมื่อวาน Rubio ได้ให้สัมภาษณ์ในรายการ Face The Nation ผู้ชายที่อยู่เบื้องหลังปฏิบัติการในครั้งนี้เขาไม่ธรรมดาเลย

    1. ยืนยันยุทธศาสตร์ "ตัดหัวงู" (Decapitation Strategy)

    Margaret Brennan: ถามจี้เรื่องความชอบธรรมในการบุกจับผู้นำประเทศอื่น

    Rubio: ตอบโดยใช้คำว่า "Center of Gravity" (ศูนย์ดุล) และอธิบายว่าระบอบมาดูโรไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยอุดมการณ์ แต่ขับเคลื่อนด้วย "คนคนเดียวและเครือข่ายผลประโยชน์รอบตัว"

    เขาพูดแฝงนัยว่า สหรัฐอเมริกาเลิกใช้ยุทธวิธี "Sanction ทั้งประเทศ" (ที่ประชาชนเดือดร้อน) มาเป็นการ "เด็ดหัวผู้นำ" เพื่อให้โครงสร้างอาชญากรรมพังทลายลงมาเอง และเป็นการส่งสัญญาณว่า "ไม่มีใครใหญ่เกินกว่าจะถูกจับ"

    2. สัญญาณถึง "คิวบา" (The Cuba Shadow)

    นี่คือจุดที่ผมเดาไว้ก่อนแล้วว่า การโจมตีเวเนซูเอลา น่าจะเป็นการเตือนคิวบาไปกลายๆ ในช่วงนาทีที่ 12 ของบทสัมภาษณ์ รูบิโอพูดถึงบทบาทของ "ที่ปรึกษาต่างชาติ" ในเวเนซุเอลา มานานเกินไปแล้วที่ความมั่นคงของเวเนซุเอลาไม่ได้ถูกคุมโดยคนเวเนซุเอลา แต่ถูกคุมโดยหน่วยข่าวกรองจากเกาะใกล้ๆ วันนี้ กรงเล็บนั้นถูกทำลายลงแล้ว

    3. การจัดการกับ "เดลซี โรดริเกซ"

    เมื่อถูกถามว่าจะทำงานร่วมกับรองประธานาธิบดี (ที่เป็นส่วนหนึ่งของระบอบเก่า) ได้อย่างไร?

    เชาตอบเชิงขู่ว่า เธอเป็นคนสืบทอดอำนาจตามรัฐบาล ถ้าเธอต้องการทำงานกับเรา เราคุยกันได้ แต่ถ้าเธอยังต้องการทำงานกับ cartel ต่อไป เธอน่าจะรู้ดีว่าคืนนี้นิโคลัสนอนที่ไหน

    4. นิยามใหม่ของ "กฎหมายระหว่างประเทศ"

    Brennan พยายามต้อนเขาด้วยข้อกฎหมายระหว่างประเทศ (UN Charter) แต่รูบิโอตอบกลับแบบเหนือชั้น ด้วยแนวคิด "Sovereignty vs. Criminality" ว่า ความเป็นรัฐมันปกป้องประเทศ แต่ไม่ได้ปกป้องคนร้าย พอคุณเป็นหัวแก๊งค์ค้ายาเสพติด คุณเสียสิทธิ์นั้นไปแล้ว

    เหมือนประกาศกลายๆ ว่า สหรัฐอเมริกา มีสิทธิ์บุกประเทศไหนก็ได้ ถ้ารัฐบาลนั้นถูกตีตราว่าเป็น "องค์กรอาชญากรรม" (Narco-state)

    5. เรื่องน้ำมัน: "ค่าปฏิกรรมสงคราม" รูปแบบใหม่

    เขาตอบว่า มันไม่ใช่การ 'ปล้นสะดม' (Looting) แต่มันคือการ 'กอบกู้' (Recovery) ต่างหาก เรากำลังทวงคืนความมั่งคั่งที่ถูกขโมยไปจากชาวเวเนซุเอลา เพื่อนำมาใช้เป็นทุนในการฟื้นฟูประเทศของพวกเขา... และพูดกันตามตรงเลยนะ มีเพียงบริษัทของอเมริกันเท่านั้นแหละ ที่มีศักยภาพพอจะขุดเจาะ 'น้ำมันดิบหนัก' พวกนั้นขึ้นมาได้เร็วพอที่จะกู้วิกฤตนี้ได้ทัน

    6. ยืนยันความ "เหนือชั้น" ของปฏิบัติการ

    รูบิโอไม่ได้แค่แก้ตัว แต่เขากำลัง "ขิง" (Bragging) ใส่ผู้ถามว่าสิ่งที่ทำลงไปมันยากระดับ Mission Impossible

    - "Land within three minutes": ยืนยัน Timeframe ว่าใช้เวลาแค่ 3 นาทีในการลงจอดและเข้าทำ ซึ่งสอดคล้องกับขีดความสามารถของ 160th SOAR (Night Stalkers)

    - "Largest military base": ยืนยันว่ามาดูโรไม่ได้อยู่บ้านธรรมดา แต่อยู่ในค่ายทหารที่ใหญ่ที่สุด (คาดว่าเป็น Fuerte Tiuna หรือป้อมปราการใน Miraflores) การเข้าไปล้วงลูกในรังเสือโดยไม่เสียเลือดเนื้อ คือปาฏิหาริย์ทางยุทธวิธี

    7. ตอกย้ำทฤษฎี "Inside Job"

    ประโยคที่ว่า "without losing any American lives or any American assets" (ไม่เสียชีวิตและไม่เสียยุทโธปกรณ์เลย) คือคีย์เวิร์ดสำคัญ

    การบินเฮลิคอปเตอร์เข้าไปกลางค่ายทหารที่ใหญ่ที่สุด แล้วบินออกมาได้โดย "ไม่โดนยิงร่วงสักลำ" เป็นไปแทบไม่ได้เลย เว้นแต่ จะมีการ "เคลียร์ทาง" ไว้แล้ว (ตามข่าว Reuters เรื่อง Inside Job และการตัดระบบเรดาร์)

    8. ความสมจริงทางการเมือง

    นักข่าวถามว่า เข้าไปจับทั้งที ทำไมไม่เด็ดปีกมาให้หมด

    ท่อนที่รูบิโอสวนกลับนักข่าวว่า "They're already complaining about this one operation. Imagine the howls..." (แค่คนเดียวเขาก็บ่นกันระงมแล้ว ลองนึกภาพเสียงโหยหวนถ้าเราจับมา 5 คนสิ)

    นี่คือการยอมรับกลายๆ ว่า สหรัฐอเมริการู้ดีว่าการกระทำนี้ "หมิ่นเหม่ต่อกฎหมายระหว่างประเทศ"

    การจับ 1 คน (เบอร์ 1) คือการ "ตัดหัวงู" ที่คุ้มค่าความเสี่ยง แต่แต่การไล่จับ 5 คนพร้อมกัน (Synchronized Raids) ใน 5 จุด จะเพิ่มความเสี่ยงทวีคูณ และอาจบานปลายกลายเป็นการปะทะเต็มรูปแบบ (Full-scale war) ซึ่งทรัมป์ไม่ต้องการ

    คำตอบของรูบิโอคือการบอกว่า: "เราทำสิ่งที่ยากที่สุดสำเร็จแล้ว อย่ามาถามหาความสมบูรณ์แบบในสถานการณ์ที่เสี่ยงตายขนาดนี้"

    https://www.facebook.com/share/1ATZAFFqVe/
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,011
    ค่าพลัง:
    +97,153
    กรีซช็อกโลก! สั่ง "ปิดน่านฟ้าทั่งประเทศ" กะทันหัน: อ้างระบบสื่อสารล่มทำเครื่องบินนับร้อยเคว้ง..ท่ามกลางข่าวลือซ่อนกำลังทางอากาศ
    -- ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่กำลังลุกเป็นไฟ ทั้งการจับกุมมาดูโรและการยิงขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ ล่าสุด "กรีซ" ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนระลอกใหม่ด้วยการสั่งปิดน่านฟ้า (FIR Athens) โดยสมบูรณ์ ทำให้เครื่องบินทุกลำไม่สามารถขึ้นหรือลงได้ทั่วประเทศครับ
    ข้อเท็จจริงหน้าฉาก: "ระบบล่ม" หรือ "คนทำล่ม"?
    รายงานจากสำนักงานการบินพลเรือนกรีซ (CAA) และสื่อรัฐบาล ERT ระบุว่า:
    * วินาทีระบบดับ: เมื่อเวลาประมาณ 09:35 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) เกิดความล้มเหลวอย่างรุนแรงในระบบวิทยุสื่อสารส่วนกลาง (Radio Frequency Failure) ของศูนย์ควบคุมการจราจรทางอากาศในเอเธนส์และมาซิโดเนีย
    * น่านฟ้าว่างเปล่า: คำสั่งระงับการบินส่งผลให้เที่ยวบินกว่า 75 เที่ยวบินล่าช้าทันที น่านฟ้าเหนือกัมพูชา (ขออภัยครับ..เหนือกรีซ) ว่างเปล่าในพริบตา ขณะที่เครื่องบินที่กำลังบินอยู่ต้องใช้ "การลงจอดด้วยมือ" (Manual Procedure) หรือถูกเปลี่ยนเส้นทางไปประเทศเพื่อนบ้าน
    * คำชี้แจง: ประธานสมาคมควบคุมการจราจรทางอากาศระบุว่า "อุปกรณ์ล้าสมัย" และเกิดการยุบตัวของระบบรับส่งสัญญาณกลาง
    ท่ากลางก็สงสัยทฤษฎีสมคบคิดว่านี้คือยุทธวิธีทางทหาร?
    * ช่องว่างทางความมั่นคง: การปิดน่านฟ้าทั้งประเทศแทบไม่เคยเกิดขึ้นเพียงเพราะวิทยุล่ม แต่อาจเป็นผลจากการ "โจมตีทางไซเบอร์" (Cyberattack) หรือการจงใจปิดเพื่อปฏิบัติการลับทางทหารของ NATO ในแถบเมดิเตอร์เรเนียน
    * ความเชื่อมโยงกับ "หมากของทรัมป์": กรีซคือฐานทัพสำคัญของสหรัฐฯ ในยุโรปตะวันออกเฉียงใต้ การ "ปิดหู-ปิดตา" น่านฟ้ากรีซในวันที่ทรัมป์กำลังเปิดศึกหลายด้าน อาจเป็นการเคลื่อนย้ายกำลังพลหรืออาวุธยุทธศาสตร์ที่ไม่ต้องการให้เรดาร์พลเรือนตรวจพบ
    * สารจาก @WarMonitor3: แหล่งข่าวความมั่นคงใน X ตั้งคำถามว่า นี่คือความล้มเหลวทางเทคนิคจริง หรือคือการสร้าง "หลุมดำทางอากาศ" เพื่ออำพรางอะไรบางอย่างที่ใหญ่กว่านั้น?
    ผู้ติดตามภูมิลรัฐศาสตร์มองว่านี่คือการทดสอบ "ความเปราะบาง" ของโครงสร้างพื้นฐานยุโรป หากระบบล่มจริง ก็น่ากังวลว่าทำไมประเทศระดับนาโตถึงไม่มีระบบสำรอง แต่หากเป็นการ "จงใจ" นี่คือการเปิดสัญญาณเตือนว่าปี 2569 จะไม่มีที่ไหนปลอดภัยจากสงครามอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Warfare)

    กรีซกำลังอ้างเรื่อง "วิทยุเสีย" แต่คนทั้งโลกกำลังมองไปที่ "สงครามโลก" ครับ
    การที่น่านฟ้าที่เชื่อมยุโรป-ตะวันออกกลาง-แอฟริกา ถูกปิดลงกะทันหันในวันที่โลกกำลังเดือด คือสัญญาณว่า "บางอย่างที่ใหญ่กว่าเครื่องบินพาณิชย์กำลังเคลื่อนไหว"
    สรุปคือ "น่านฟ้าปิดแต่ตาโลกเปิดกว้าง" ไม่ว่าความจริงคืออะไร กรีซได้กลายเป็นจุดศูนย์กลางความตึงเครียดของยุโรปไปแล้ว จับตาดูให้ดีว่าหลังเปิดน่านฟ้า จะมีอะไรตามมาอีกบ้าง

    5 มกราคม 2569 : คัดข่าว/หาดใหญ่
    ที่มา: ERT News, Reuters, Greek City Times, Xinhua, @WarMonitor3 (X), PGurus


    Cr. คัดข่าว

    https://www.facebook.com/share/1ADnay4stZ/
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,011
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เจริญ #ข่าวสั้นกัมพูชา

    ” จากเชลยศึกซำแต สู่ วีรบุรุษพนมเปญ “

    …………..…………..…………..…………

    ▪️ จากซำแตถึงพนมเปญ
    ▪️ วีรบุรุษ
    ▪️ นาทีทอง
    …………..…………..…………..…………

    ▪️ จากซำแตถึงพนมเปญ

    1.- ในสงคราม การทิ้งอาวุธ คุกเข่า และยอมจำนนจะกลายเป็น “ เชลยสงคราม ” แต่ในพจนานุกรมฉบับพนมเปญ กลับคำนิยามความหมายใหม่ ความพ่ายแพ้ถูกแปรเปลื่ยนให้เป็น “ วีรบุรุษสงคราม ”

    2.- ย้อนกลับไปท่ามกลางเสียงปืนที่ดังขึ้นกลางพื้นที่ซำแต อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2025 ที่นั้นคือจุดเริ่มต้นของเรื่องเล่าบทนี้

    3.- เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อกองทัพไทยตรวจพบการเคลื่อนกำลังของทหารกัมพูชาเข้าสู่พื้นที่ต้องห้าม ก่อนสถานการณ์จะทวีความตึงเครียด และลุกลามเป็นการปะทะต่อเนื่องยาวนานกว่า 3 ชั่วโมง

    4.- จากเหตุการณ์ปะทะที่ซำแต จบลงด้วยศพทหารกัมพูชา 2 ร่าง และอีก 18 นายกลายเป็นเชลยศึก กินข้าวหลวงไทยไปนานถึง 155 วัน

    6.- ในสนามรบ ความจริงจบลงตรงนั้น แต่ในสนามการเมืองและการเล่าเรื่องเพิ่งเริ่มต้น วันที่ 31 ธันวาคม 2025 ครบ 72 ชั่วโมงภายใต้ข้อตกลงหยุดยิง ฝ่ายไทยได้ตัดสินใจปล่อยตัวทหารกัมพูชาทั้ง 18 นายเดินทางกลับประเทศ

    7.- หลายคนอาจคิดว่าพวกเขากลับบ้านไปคงต้องขึ้นศาลทหารโทษฐานละทิ้งหน้าที่ แต่ไม่ใช่กับกัมพูชา ที่นั่นไม่ได้ลงโทษผู้วางปืน หากกลับสอนให้โลกจดจำใหม่

    8.- เพราะทันทีที่เท้าแตะแผ่นดินกัมพูชา พวกเขาไม่ได้กลับมาในฐานะ “ ผู้ยอมจำนน ” หากแต่ถูกต้อนรับอย่างสมเกียรติในฐานะ “ วีรบุรุษ ” ท่ามกลางฝูงชนที่แน่นขนัด ธงชาติ และสื่อทุกแขนงรายงานข่าวการกลับคืนสู่มาตุภูมิอย่างเกริกก้อง

    9.- ทหารทั้ง 18 นายได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก“ พระบาทสมเด็จพระบรมนาถ นโรดม สีหมุนี ” พระมหากษัตริย์แห่งราชอาณาจักรกัมพูชา และ” สมเด็จพระมหากษัตรีย์นโรดม มุนีนาถ สีหนุ “ พระวรราชมารดา ได้พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ทหารกัมพูชาทั้ง 18 นาย เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ณ พระบรมราชวัง

    10.- ขณะเดียวกัน “ สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเตโช ฮุน เซน ” ประธานวุฒิสภาและประธานพรรคประชาชนกัมพูชา ได้อนุญาตให้ทหารกัมพูชาทั้ง 18 นาย พร้อมด้วยครอบครัว เข้าพบเพื่อสนทนาเยี่ยมเยียนและสอบถามสารทุกข์สุกดิบอย่างใกล้ชิด

    11.- สร้างภาพจำที่สะท้อนถึงความห่วงใยของชนชั้นนำที่มีต่อกำลังพลระดับล่างได้อย่างแนบเนียนและทรงพลังในเชิงการเมือง

    12.- “ สมเด็จมหาบวรธิบดี ฮุน มาเนต (Samdech Moha Borvor Thipadei Hun Manet) ” นายกรัฐมนตรีกัมพูชาคนปัจจุบัน ยังได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ประกาศความสำเร็จของรัฐบาลกัมพูชาในการนำทหารกัมพูชาทั้ง 18 นาย กลับคืนสู่มาตุภูมิ

    13.- โดยย้ำว่าภารกิจดังกล่าวเป็นหนึ่งในวาระสำคัญลำดับต้น ๆ ของรัฐบาล นับตั้งแต่วันที่ทหารทั้ง 18 นายถูกควบคุมตัวโดยฝ่ายไทยเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2025 รวมระยะเวลาทั้งสิ้น 155 วัน

    14.- “ สมเด็จมหาบวรธิบดี ฮุน มาเนต (Samdech Moha Borvor Thipadei Hun Manet) ” ระบุว่า แม้กระบวนการจะต้องใช้เวลา แต่รัฐบาลไม่เคยละเลยหรือทอดทิ้งทหารของตน พร้อมกล่าวย้ำว่า

    “ แม้มันต้องใช้เวลา แต่เราไม่มีวันลืมพี่น้องของเรา ”

    15.- “ สมเด็จมหาบวรธิบดี ฮุน มาเนต (Samdech Moha Borvor Thipadei Hun Manet) ” กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลให้ความสำคัญสูงสุดกับการรับประกันชีวิต ความปลอดภัย และเสรีภาพของทหารทุกนาย พร้อมแสดงความยินดีกับทหารทั้ง 18 นาย ที่สามารถเดินทางกลับประเทศได้อย่างปลอดภัย และได้กลับคืนสู่อ้อมอกของครอบครัวอีกครั้ง

    16.- ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรีได้กล่าวว่า นี่เป็นผลจากความพยายามอย่างต่อเนื่องและไม่ลดละของรัฐบาล ภายใต้ความรับผิดชอบในการปกป้องพลเรือนและกำลังพลของตนเอง

    …………..…………..…………..…………

    ▪️ วีรบุรุษ

    17.- กระแสดังกล่าวนำไปสู่การสดุดียกย่องจากสื่อสังคมออนไลน์ของกัมพูชาอย่างกว้างขวาง ทหารทั้ง 18 นายขนานนามเป็น “ วีรบุรุษสงคราม ” กลายบุคคลต้นแบบ และเป็นศูนย์กลางของแคมเปญเฉลิมฉลองระดับชาติ

    18.- อาทิ “ Fishing Vlog “ อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังของกัมพูชา ซึ่งมีผู้ติดตามมากกว่า 200,000 คน ออกมาเผยแพร่ข้อความยกย่องทหารกัมพูชา 1 ใน 18 นายในฐานะวีรบุรุษสงครามที่ลูกหลานชาวกัมพูชาต้องจดจำ

    19.- โดยระบุข้อความว่า

    " เขาคือวีรบุรุษสงครามที่แท้จริง ก่อนที่จะก้าวเข้าสู่สนามรบ เขาได้ฝากฝังลูกน้อยไว้กับพระสงฆ์ที่วัดแห่งหนึ่ง

    เพราะในส่วนลึกของหัวใจ เขาเชื่อว่าตนเองอาจไม่มีวันได้กลับมาอีกแล้ว

    แต่ในวันนี้ เขากลับมาพร้อมลมหายใจ ทว่าสิ่งที่ต่างออกไปจากวีรบุรุษคนอื่นๆ คือเขาไม่มีญาติพี่น้องคนใดมารอรับเขากลับบ้านเลย

    ขอบคุณพี่ชาย สำหรับความเสียสละอันยิ่งใหญ่ครั้งนี้ ลูกหลานชาวกัมพูชาจะจดจำคุณไว้ตลอดไป "

    …………..…………..…………..…………

    ▪️ นาทีทอง

    20.- ในบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองการกลับคืนสู่มาตุภูมิของทหารกัมพูชาทั้ง 18 นาย ไม่ได้มีเพียงคำสดุดี เสียงชื่นชมยินดี และธงชาติที่โบกสะบัด หากแต่ยังเปิดพื้นที่ให้ภาคธุรกิจสร้างความทรงจำทางการตลาดควบคู่ไปกับความทรงจำของชาติ

    21.- เช่น ร้านเช่าชุดแต่งงานประจำชาติกัมพูชาชื่อดังที่มีถึง 2 สาขา “ បុស្បាជួលឈុតបុរាណ Bossaba ម្ចាស់ដើម ” ซึ่งเคยตกเป็นประเด็นดราม่าจากการนำสินค้าไทยไปตัดเย็บเป็นสไบ ก่อนจะปรับภาพลักษณ์ด้วยการหันไปใช้สไบนำเข้าจากอินเดียแทน

    22.- ก็ไม่พลาดโอกาสสำคัญทางประวัติศาสตร์ครั้งนี้ ด้วยการเปิดตัวแคมเปญโปรโมชั่นเฉลิมฉลองอย่างเป็นทางการ

    23.- โดยระบุข้อความว่า

    ” เพื่อเป็นการเฉลิมฉลอง วีรบุรุษทหารทั้ง 18 นาย ที่เดินทางมาถึงแผ่นดินกัมพูชาในวันนี้ ชุดราคา 35$ ลดเหลือเพียง 18$(จำกัด 18 ท่านต่อวัน) เริ่มคิดราคานี้ตั้งแต่เวลาบ่าย 1 โมงตรงของวันนี้ จนถึงวันที่ 18 เดือน 1 ปี 2026 “

    24.- ขณะเดียวกัน ร้านเช่าชุดแต่งงานประจำชาติกัมพูชาชื่อดังอีกแห่ง “ Nob Dane samangkar-ណុប ដាណេសម្អាងការ-012835103 ” ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะดีไซน์เนอร์คู่บุญของแร็ปเปอร์ซูเปอร์สตาร์ “VannDa (วัณณ์ฎา มาน)”

    25.- และเคยมีภาพหลุดจับจ่ายสินค้าไทยย่านพาหุรัดเช่นกัน ก็ร่วมส่งเสียงแสดงความยินดีผ่านโซเชียลมีเดียอย่างพร้อมเพรียง

    ” ขอต้อนรับการกลับคืนสู่มาตุภูมิของวีรบุรุษทหารทั้ง 18 นาย ที่เดินทางมาถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ และได้กลับมาพบหน้าครอบครัวอีกครั้ง ❤️ “

    …………..…………..…………..…………

    กัมพูชาไม่ได้เปลี่ยนผลของสงคราม
    แต่เปลี่ยนวิธีเล่า
    ความตายถูกทำให้เงียบ
    ความพ่ายแพ้ถูกทำให้สง่างาม
    และชัยชนะทางการเมืองจึงเกิดขึ้น
    โดยไม่ต้องชนะในสนามจริง

    …………..…………..…………..…………

    26.- กัมพูชาได้เปลี่ยนวาทกรรม “ สู้จนตายได้เป็นปุ๋ย ทิ้งปืนคุกเข่าได้เป็นวีรบุรุษ ” ให้กลายเป็นภาพสะท้อนบนบรรทัดฐานของสมรภูมิพื้นที่เดียวกัน

    27.- เพราะขณะที่ทหารกัมพูชา 2 นายที่พลีชีพกลับไร้ชื่อ ไร้สัญชาติ ไร้ตัวเลขในสถิติของรัฐ ขณะที่ทหารอีก 18 นายที่ยังมีลมหายใจ ถูกยกขึ้นเป็นสัญลักษณ์แห่งชาติ เพื่อใช้ปลุกกระแสชาตินิยม กลบเสียงความสูญเสียของครอบครัวที่ยังตามหาทหารแนวหน้าที่สาบสูญ

    28.- ในขณะที่ฝ่ายไทยปล่อยตัวพวกเขาตามข้อตกลงด้วยวิธีที่เรียบง่ายและยึดถือมนุษยธรรม แต่รัฐบาลกัมพูชากลับฉกฉวยโอกาสนี้มาฉาบหน้าสร้างภาพลักษณ์รัฐบาลผู้รักประชาชนอย่างสุดหัวใจ

    29.- ทำให้โลกได้เห็นว่า เราสามารถเปลี่ยนความพ่ายแพ้ทางทหารให้กลายเป็นชัยชนะทางการเมืองได้อย่างเบ็ดเสร็จ เพียงเพราะรัฐบาลควบคุมประชาชนง่ายกว่าควบคุมผลลัพธ์จริงในสนามรบ

    …………..…………..…………..…………

    ที่มาเพจกัมพูชา

    >> https://www.facebook.com/share/v/1BsW4LeuCB/?mibextid=wwXIfr

    >> https://www.facebook.com/share/p/1Bw4Xgh8HD/?mibextid=wwXIfr

    >> https://www.facebook.com/share/1C1yUXMCVS/?mibextid=wwXIfr

    >> https://www.facebook.com/share/p/1ALBJzfd8d/?mibextid=wwXIfr

    >> https://www.facebook.com/share/1A7v5GoaJ7/?mibextid=wwXIfr

    >> https://www.facebook.com/share/16yVzgKY4s/?mibextid=wwXIfr

    …………..…………..…………..…………

    ข้อมูลเพิ่มจาก TNN

    ไทม์ไลน์ 100 วัน “18 เชลยศึกกัมพูชา” จากศึกซำแตถึงวันปล่อยตัว 12 พฤศจิกายน

    >> https://www.tnnthailand.com/tnnexclusive/216565/

    …………..…………..…………..…………

    ที่มา พอกัน ฮุน มาเนตเคลมผลงาน!ไทยปล่อยทหารเขมร ส่วน'สม รังสี'ร้องไทยชดใช้บ้านเมืองพังยับ

    >> https://mgronline.com/around/detail/9690000000012

    …………..…………..…………..…………

    I’m original แต่ Make in นะนายจ๋า
    >> https://www.facebook.com/share/p/1HxoDFVvdV/?mibextid=wwXIfr

    …………..…………..…………..…………

    https://www.facebook.com/share/p/1aiRbD361L/
     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,011
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ในวันอาทิตย์(4ม.ค.) ขู่ผู้นำใหม่เวเนซุเอลา "จะต้องชดใช้ราคาแพง" ถ้าเธอไม่ยอมร่วมมือกับอเมริกา หลังจากวอชิงตันบุกจู่โจมจับกุุมและคุมขังอดีตประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร บอสเก่าของเธอ

    "ถ้าเดลซี โรดริเกซ ไม่ทำในสิ่งที่ถูกต้อง เธอจะต้องชดใช้ราคาแพงมากๆ บางทีอาจใหญ่หลวงกว่ามาดูโร" ทรัมป์ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับเว็บไซต์ข่าวแอตแลนติก

    กองกำลังสหรัฐฯโจมตีเวเนซุเอลาในช่วงเช้ามืดวันเสาร์(3 ม.ค.) ทิ้งบอมบ์ถล่มเป้าหมายทางทหาร เข้ารวบมาดูโรและภรรยาของเขา พาตัวไปเผชิญข้อกล่าวหาค้ายาเสพติดในศาลรัฐบาลกลางในนิวยอร์ก โดยผู้นำที่ถูกโค่นล้มรายนี้มีกำหนดถูกนำตัวขึ้นศาลแมนฮัตตันนัดแรกในวันจันทร์(5ม.ค.)

    รัฐบาลทรัมป์บอกว่าพวกเขามีความตั้งใจทำงานร่วมกับคณะรัฐมนตรีที่เหลือของรัฐบาลมาดูโร ตราบใดที่ตอบสนองต่อเป้าหมายต่างๆของวอชิงตัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปิดทางให้สหรัฐฯเข้าลงทุนในทรัพยากรน้ำมันดิบอันมหาศาลของเวเนซุเอลา

    ท้องถนนในกรุงการากัสยังคงอยู่ในความสงบ ตามหลังปฏิบัติการอันน่าตื่นตะลึง ซึ่งหน่วยคอมมานโดสหรัฐฯจู่โจมเข้าสู่เมืองหลวงของเวเนซุเอลา ภายใต้การสนับสนุนจากการโจมตีของเครื่องบินขับไล่และกองกำลังทางเรือ เพื่อจับกุมมาดูโร

    ผู้สื่อข่าวเอเอฟพีรายงานว่าพวกชาวบ้านต่อแถวซื้ออาหารในร้านขายของชำ ส่วนตำรวจติดอาวุธหนักและสวมหน้ากากที่พบเห็นหนึ่งวันก่อนหน้านี้ หายไปจากท้องถนนแล้ว

    กองทัพเวเนซุเอลาบอกว่าพวกเขาให้การรับรอง โรดริเกซ ซึ่งก่อนหน้านี้ดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดีของมาดูโร ในฐานะรักษาการประธานาธิบดี และเรียกร้องประชาชนกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ

    แม้ปฏิบัติการในเบื้องต้นของสหรัฐฯประสบความสำเร็จ แต่มีคำถามมากขึ้นเรื่อยๆเกี่ยวกับยุทธศาสตร์ของทรัมป์ ในนั้นรวมถึงจาก ชัค ชูเมอร์ สมาชิกวุฒิสภาระดับอาวุโสจากพรรคเดโมแครต ที่ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเอบีซีนิวส์ ว่าชาวอเมริกาถึงกับต้องเกาศีรษะด้วยความมึนงงสับสนและในความหวาดกลัว

    ทรัมป์ บอกในวันเสาร์(3ม.ค.) ว่าสหรัฐฯจะบริหารเวเนซุเอลชา และให้สัมภาษณ์กับแอตแลนติก ระบุว่า "การฟื้นฟูที่นั่นและการเปลี่ยนการปกครอง อะไรก็ตามที่คุณเรียกมัน จะดีกว่าในสิ่งที่คุณคิดไว้ในตอนนี้"

    อย่างไรก็ตาม มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เน้นย้ำในวันอาทิตย์(4ม.ค.) ว่าวอชิงตันไม่ได้กำลังหาทางเปลี่ยนการปกครองโดยสิ้นเชิงในประเทศอเมริกาใต้แห่งนี้ที่มีประชากรราวๆ 30 ล้านคน หรือจัดการเลือกตั้ง เพื่อฟื้นฟูประชาธิปไตย

    "แทนที่จะหาทางโค่นรัฐบาลมาดูโรทั้งคณะ เรากำลังทำการประเมินบนพื้นฐานในสิ่งที่พวกเขาทำ" รูบิโอกล่าวกับซีบีเอส "สหรัฐฯกำลังต่อสู้กับพวกค้ายาเสพติด ไม่ได้ทำสงครามกับเวเนซุเอลา"

    กระนั้นเขาเน้นย้ำว่ากองเรือขนาดใหญ่ของสหรัฐฯจะยังคงประจำการอยู่ในแคริบเบียนต่อไป สำหรับดำเนินการปิดกั้นการส่งออกน้ำมันของเวเนซุเอลา เพื่อใช้เป็นตัวออกแรงงัดข้อต่อไป

    ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่า วอชิงตัน มีเจตนาเข้าควบคุมเวเนซุเอลา โดยมุ่งเน้นไปที่การรับประกันเข้าถึงแหล่งทรัพยากรน้ำมันขนาดใหญ่ที่สุดในโลกในประเทศแห่งนี้ "เราจะบริหารประเทศจนกว่าจะมีการเปลี่ยนผ่าน" เขาบอกในวันเสาร์(3ม.ค.) พร้อมยืนยันว่าการประจำการทหารทางภาคพื้นยังคงมีความเป็นไปได้

    ในถ้อยแถลงแรกนับตั้งแต่ถูกสหรัฐฯโจมตี ทาง โรดริเกซ ใช้น้ำเสียงแข็งกร้าวขัดขืน บอกว่า มาดูโร เป็นผู้นำที่ชอบธรรมตามกฎหมายหนึ่งเดียวของประเทศ และ "เราพร้อมปกป้องทรัพยากรทางธรรมชาติของเรา"

    (ที่มา:เอเอฟพี)

    https://www.facebook.com/share/1PwXj5dxaG/
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,011
    ค่าพลัง:
    +97,153
    กมลา แฮร์ริส อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐฯเมื่อวันเสาร์(3ม.ค.) ประณามอย่างหนักหน่วงต่อปฏิบัติการทางทหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในเวเนซุเอลา เรียกมันว่า "ไม่ชอบด้วยกฎหมายและไม่ฉลา" พร้อมกล่าวหาเขากำลังหาทาง "เปลี่ยนการปกครอง เพื่อทรัพยากรน้ำมัน"

    "การตัดสินใจของทรัมป์ในเวเนซุเอลา ไม่ได้ทำให้อเมริกาปลอดภัยขึ้น เข้มแข็งขึ้น หรือจับต้องได้กว่าเดิม" แฮร์ริสกล่าว อ้างว่าปฏิบัติการนี้เสี่ยงซ้ำรอยการเข้าแทรกแซงต่างๆนานาของสหรัฐฯในอดีตที่ผ่านมา ที่ถูกโฆษณาชวนเชื่อในฐานะความเข้มแข็ง แต่สุดท้ายก็ลงเอยด้วยความไร้เสถียรภาพ

    แฮร์ริส ยอมรับว่าประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร แห่งเวเนซุเอลา เป็นเผด็จการที่โหดร้ายและไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่มันไม่ได้มอบความชอบธรรมแก่ปฏิบัติการของสหรัฐฯ "การที่มาดูโรเป็นเผด็จการป่าเถื่อนที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่ได้เปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงที่ว่าการกระทำนี้ไมชอบด้วยกฎหมายและไม่ฉลาดเลย" เธอกล่าว "ประชาชนชาวอเมริกาไม่ต้องการสิ่งนี้ และพวกเขาเบื่อหน่ายกับคำโกหกนี้เช่นกัน"

    นอกจากนี้แล้ว แฮร์ริส ยังปฏิเสธคำกล่าวอ้างของรัฐบาลทรัมป์ ที่ว่าปฏิบัติการดังกล่าวก็เพื่อปราบปรามยาเสพติดและเพื่อประชาธิปไตย โดยเธอบกว่า "มันไม่เกี่ยวอะไรกับยาเสพติดหรือประชาธิปไตย มันเกี่ยวกับน้ำมัน และความปรารถนาของโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ต้องการเล่นบทบุรุษเหล็กในภูมิภาค" เธอระบุ พร้อมบอกต่อว่าถ้า ทรัมป์ แคร์เกี่ยวกับทั้ง 2 ประเด็นจริงๆ "เขาคงไม่นิรโทษกรรมให้กับพวกค้ายาเสพติดหรือพวกฝ่ายค้านที่อยู่นอกกฎหมายของเวเนซุเอลา แต่กลับหันมาจัดการกับพวกพ้องของมาดูโร"

    อดีตรองประธานาธิบดีรายนี้เตือนว่าปฏิบัติการนี้อาจบ่อนทำลายเสถียรภาพในภูมิภาคและก่ออันตรายแก่กองกำลังสหรัฐฯ "ประธานาธิบดีทำให้ชีวิตทหารตกอยู่ในความเสี่ยง ใช้เงินหลายพันล้านดอลลาร์ บั่นทอนเสถียภาพในภูมิภาค ไม่มีอำนาจทางกฎหมาย ไม่นำเสนอแผนทางออก และไม่ก่อประโยชน์ใดๆแก่มาตุภูมิเลย" เธกล่าว

    ในข้อความที่โพสต์บนแพลตฟอร์เอ็กซ์ แฮร์ริสบอกว่าสหรัฐฯต้องการผู้นำที่มุ่งเน้นให้ความสำคัญกับเรื่องภายในประเทศเป็นลำดับต้นๆ "อเมริกาต้องการผู้นำที่ให้ความสำคัญกับการลดค่าครองชีพของครอบครัวคนทำงาน ใช้หลักนิติฐ เสริมความเข้มแข็งแก่พันธมิตร และสิ่งสำคัญที่สุด ให้ความสำคัญกับประชาชนชาวอมริกาเป็นลำดับแรก"

    ความเห็นของเธอมีขึ้นหลังจาก ทรัมป์ กล่าวกับพวกผู้สื่อข่าวตามหลังเปิดปฏิบัติการโจมตีเวเนซุเอลาและจับกุมมาดูโร โดยเผยว่าอเมริกาจะเข้าควบคุมแหล่งสำรองทรัพยากรน้ำมันอันมหาศาลของประเทศแห่งนี้

    ประมาณการว่าเวเนซุเอลาครอบครองน้ำมันดิบราวๆ 303,000 ล้านบาร์เรล หรือเกือบ 1 ใน 5 ของแหล่งสำรองน้ำมันของโลกที่ได้รับการตรวจสอบแล้ว อ้างอิงข้อมูลจากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ

    (ที่มา:Daily Excelsior)

    https://www.facebook.com/share/p/1ChtLmuYCz/
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,011
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ในวันอาทิตย์(4ม.ค.) ขู่ผู้นำใหม่เวเนซุเอลา "จะต้องชดใช้ราคาแพง" ถ้าเธอไม่ยอมร่วมมือกับอเมริกา หลังจากวอชิงตันบุกจู่โจมจับกุุมและคุมขังอดีตประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร บอสเก่าของเธอ

    "ถ้าเดลซี โรดริเกซ ไม่ทำในสิ่งที่ถูกต้อง เธอจะต้องชดใช้ราคาแพงมากๆ บางทีอาจใหญ่หลวงกว่ามาดูโร" ทรัมป์ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับเว็บไซต์ข่าวแอตแลนติก

    กองกำลังสหรัฐฯโจมตีเวเนซุเอลาในช่วงเช้ามืดวันเสาร์(3 ม.ค.) ทิ้งบอมบ์ถล่มเป้าหมายทางทหาร เข้ารวบมาดูโรและภรรยาของเขา พาตัวไปเผชิญข้อกล่าวหาค้ายาเสพติดในศาลรัฐบาลกลางในนิวยอร์ก โดยผู้นำที่ถูกโค่นล้มรายนี้มีกำหนดถูกนำตัวขึ้นศาลแมนฮัตตันนัดแรกในวันจันทร์(5ม.ค.)

    รัฐบาลทรัมป์บอกว่าพวกเขามีความตั้งใจทำงานร่วมกับคณะรัฐมนตรีที่เหลือของรัฐบาลมาดูโร ตราบใดที่ตอบสนองต่อเป้าหมายต่างๆของวอชิงตัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปิดทางให้สหรัฐฯเข้าลงทุนในทรัพยากรน้ำมันดิบอันมหาศาลของเวเนซุเอลา

    ท้องถนนในกรุงการากัสยังคงอยู่ในความสงบ ตามหลังปฏิบัติการอันน่าตื่นตะลึง ซึ่งหน่วยคอมมานโดสหรัฐฯจู่โจมเข้าสู่เมืองหลวงของเวเนซุเอลา ภายใต้การสนับสนุนจากการโจมตีของเครื่องบินขับไล่และกองกำลังทางเรือ เพื่อจับกุมมาดูโร

    ผู้สื่อข่าวเอเอฟพีรายงานว่าพวกชาวบ้านต่อแถวซื้ออาหารในร้านขายของชำ ส่วนตำรวจติดอาวุธหนักและสวมหน้ากากที่พบเห็นหนึ่งวันก่อนหน้านี้ หายไปจากท้องถนนแล้ว

    กองทัพเวเนซุเอลาบอกว่าพวกเขาให้การรับรอง โรดริเกซ ซึ่งก่อนหน้านี้ดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดีของมาดูโร ในฐานะรักษาการประธานาธิบดี และเรียกร้องประชาชนกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ

    แม้ปฏิบัติการในเบื้องต้นของสหรัฐฯประสบความสำเร็จ แต่มีคำถามมากขึ้นเรื่อยๆเกี่ยวกับยุทธศาสตร์ของทรัมป์ ในนั้นรวมถึงจาก ชัค ชูเมอร์ สมาชิกวุฒิสภาระดับอาวุโสจากพรรคเดโมแครต ที่ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเอบีซีนิวส์ ว่าชาวอเมริกาถึงกับต้องเกาศีรษะด้วยความมึนงงสับสนและในความหวาดกลัว

    ทรัมป์ บอกในวันเสาร์(3ม.ค.) ว่าสหรัฐฯจะบริหารเวเนซุเอลชา และให้สัมภาษณ์กับแอตแลนติก ระบุว่า "การฟื้นฟูที่นั่นและการเปลี่ยนการปกครอง อะไรก็ตามที่คุณเรียกมัน จะดีกว่าในสิ่งที่คุณคิดไว้ในตอนนี้"

    อย่างไรก็ตาม มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เน้นย้ำในวันอาทิตย์(4ม.ค.) ว่าวอชิงตันไม่ได้กำลังหาทางเปลี่ยนการปกครองโดยสิ้นเชิงในประเทศอเมริกาใต้แห่งนี้ที่มีประชากรราวๆ 30 ล้านคน หรือจัดการเลือกตั้ง เพื่อฟื้นฟูประชาธิปไตย

    "แทนที่จะหาทางโค่นรัฐบาลมาดูโรทั้งคณะ เรากำลังทำการประเมินบนพื้นฐานในสิ่งที่พวกเขาทำ" รูบิโอกล่าวกับซีบีเอส "สหรัฐฯกำลังต่อสู้กับพวกค้ายาเสพติด ไม่ได้ทำสงครามกับเวเนซุเอลา"

    กระนั้นเขาเน้นย้ำว่ากองเรือขนาดใหญ่ของสหรัฐฯจะยังคงประจำการอยู่ในแคริบเบียนต่อไป สำหรับดำเนินการปิดกั้นการส่งออกน้ำมันของเวเนซุเอลา เพื่อใช้เป็นตัวออกแรงงัดข้อต่อไป

    ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่า วอชิงตัน มีเจตนาเข้าควบคุมเวเนซุเอลา โดยมุ่งเน้นไปที่การรับประกันเข้าถึงแหล่งทรัพยากรน้ำมันขนาดใหญ่ที่สุดในโลกในประเทศแห่งนี้ "เราจะบริหารประเทศจนกว่าจะมีการเปลี่ยนผ่าน" เขาบอกในวันเสาร์(3ม.ค.) พร้อมยืนยันว่าการประจำการทหารทางภาคพื้นยังคงมีความเป็นไปได้

    ในถ้อยแถลงแรกนับตั้งแต่ถูกสหรัฐฯโจมตี ทาง โรดริเกซ ใช้น้ำเสียงแข็งกร้าวขัดขืน บอกว่า มาดูโร เป็นผู้นำที่ชอบธรรมตามกฎหมายหนึ่งเดียวของประเทศ และ "เราพร้อมปกป้องทรัพยากรทางธรรมชาติของเรา"

    (ที่มา:เอเอฟพี)

    https://www.facebook.com/share/1PwXj5dxaG/
     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,011
    ค่าพลัง:
    +97,153
    FB_IMG_1767621357795.jpg

    ชาวเขมรอพยพ!!! แห่ขนของออกจากตลาด และชุมชนโอร์เสม็ด หลังทางการกัมพูชา ประกาศเป็น
    "พื้นที่สีแดง" ไม่ให้กลับบ้าน

    https://www.facebook.com/share/1BBoLZaEuD/
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,011
    ค่าพลัง:
    +97,153
    FB_IMG_1767675674016.jpg
    อันนี้ไม่ใช่ข่าวเต้า สายข่าวเรายืนยันในข้อมูล ดังนั้นข่าวนี้เรารับผิดชอบเอง (รับผิดชอบเฉพาะเนื้อหาในส่วนที่ทางการและสื่อของกัมพูชา พยายามติดต่อโจลี่ ให้โปรโมต การท่องเที่ยวกัมพูชานะ)

    ทางการกัมพูชาบางหน่วย รวมไปถึงสื่อกัมพูชา พยายามติดต่อแอนเจอร์ลีน่า โจลี่มาตลอด 4 เดือนที่ผ่านมา

    โดยคาดหวังให้ โจลี่ ตลาดนักแสดงฮอลลีวู้ด แถวหน้าของโลก ซึ่งเคยเดินทางมากัมพูชา และทำให้กัมพูชาโด่งดังไปทั่วโลก จากการถ่ายทำหนัง ทูม ไรเดอร์ ซึ่งกัมพูชาเคยเคลมว่า ในหนังก็เป็นวัฒนธรรมร่วมของ อาณาจักรกัมพูชาในอดีต ...

    โดยในตอนนี้กัมพูชาต้องการแก้ภาพลักษณ์ที่เสียหาย จึงมีการพยายามติดต่อโจลี เพื่อขอให้เดินทางมากัมพูชา รวมไปถึงมีการนำเสนอโครงการโปรโมตการท่องเที่ยวกัมพูชา

    แต่ทาง ผู้จัดการหรือตัวนักแสดง ปฎิเสธค่ะ !!!! ไม่ใช่ปฏิเสธข้อเสนอ แต่เป็นการปฏิเสธการพูดคุยเรื่องนี้

    ตรงนี้ทางการกัมพูชาและสื่อพยายามไม่รายงานความคืบหน้าในเรื่องนี้ เพราะทางกัมพูชา เป็นผู้มอบสัญชาติกัมพูชาให้กับโจลี่ ตั้งแต่ปี 2548 และพยายามนับโจลี่เป็นประชากรกัมพูชาคนหนึ่งมาโดยตลอด โดยในการติดต่อล่าสุดสายข่าวรายงานว่า ทางการกัมพูชาใช้คําว่า "คุณก็เป็นชาวกัมพูชาคนหนึ่ง"

    คอมเม้นต์ โดยเจ้าของโพสต์

    แล้วก็บังเอิญด้วยนะ ข่าวเรื่องโจลี่ กับกัมพูชา ตอนดิฉันเป็นนักข่าวบันเทิง เคยเขียนเรื่องนี้พอดี เลยยังพอจำได้ ทางการกัมพูชาดึง หาผลประโยชน์จากโจลี่เยอะมาก ไม่ยอมปล่อยเด็ก จนโจลี่ต้องปล่อยข่าวให้สื่อตีข่าวทั่วโลก รัฐบาลของกัมพูชาถึงได้เรียกมาเจรจาโดยขอให้โจลี่รับสัญชาติกัมพูชาไป เขาจะได้เอาไปโปรโมตการท่องเที่ยว ส่วนโจลี่จะได้ เด็กไปอุปการะ โดยผ่านทุกเงื่อนไขที่ติดอยู่

    Cr.
    https://www.facebook.com/share/1A12EuSmXe/
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,011
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สิทธิมนุษยชนกัมพูชายื่นหนังสือขอ UN ช่วยเรียกร้องไทยชดใช้ความเสียหายจากเหตุปะทะ
    .
    .
    MGR ออนไลน์ - สื่อมวลชนกัมพูชารายงานว่า กัมพูชาได้ร้องขอความช่วยเหลือผ่านกลไกสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ เพื่อเรียกร้องค่าชดเชยสำหรับการกระทำของไทยในช่วงความขัดแย้งชายแดน
    .
    กัมพูชากำลังแสวงหาค่าชดเชยและหลักประกันว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยจากไทย สำหรับทรัพย์สินของพลเรือนที่ได้รับความเสียหายจากการกระทำผิดกฎหมายของทหารไทยในช่วงที่เกิดการปะทะและหลังการปะทะ
    .
    รายงานระบุว่าเมื่อวันที่ 5 ม.ค. คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนกัมพูชา (CHRC) ได้ยื่นคำร้องเร่งด่วนถึงโวลเคอร์ เติร์ก ข้าหลวงใหญ่ของสำนักงานสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR) และผู้รายงานพิเศษสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิในการมีที่อยู่อาศัยที่เพียงพอ
    .
    คำร้องดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากกัมพูชาอ้างว่าไทยได้ยึดครองที่ดิน ทำลายและขโมยทรัพย์สินส่วนบุคคล และทำลายโครงสร้างพื้นฐาน แม้จะมีข้อตกลงหยุดยิงเมื่อวันที่ 27 ธ.ค. ก็ตาม
    .
    “การเพิ่มขึ้นของความรุนแรงนี้ทำให้ครอบครัวชาวกัมพูชาหลายพันครอบครัวต้องพลัดถิ่น ถูกริบที่ดิน ไร้ที่อยู่อาศัย และถูกขับไล่ออกจากบ้าน” คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนกัมพูชา ระบุ
    .
    รายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนกัมพูชาระบุว่า การกระทำเหล่านี้ขัดกับปฏิญญาและพันธกรณีระหว่างประเทศเกี่ยวกับสิทธิในการมีที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมและสิทธิในทรัพย์สินส่วนบุคคล โดยรายงานอ้างว่าการกระทำดังกล่าวเกิดขึ้นในหมู่บ้านเปรยจัน หมู่บ้านโจกเจย และหมู่บ้านบึงตะกวน ในจ.บันเตียเมียนเจย และในพื้นที่อื่นๆ ของจ.พระวิหาร จ.อุดรมีชัย และจ.โพธิสัตว์
    .
    CHRC ได้เรียกร้องให้กลไกสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติตรวจสอบและแก้ไขผลกระทบจากการละเมิดและการรื้อถอนของไทยต่อสิทธิในการมีที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมและสิทธิในการเป็นเจ้าของทรัพย์สินในกัมพูชา นอกจากนี้ ยังร้องขอให้หน่วยงานด้านสิทธิมนุษยชนเรียกร้องให้ไทยชดเชยค่าเสียหายและรับประกันว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์ซ้ำต่อเหยื่อชาวเขมรที่ได้รับผลกระทบ
    .
    รายงานระบุว่ากัมพูชาเรียกร้องให้หน่วยงานประสานงานกับกลไกของสหประชาชาติและรัฐต่างๆ เพื่อยุติการบังคับไล่ที่ การทำลายบ้านเรือน และการปฏิเสธการกลับคืนสู่ถิ่นฐานโดยทันที และเรียกร้องให้ไทยถอนกำลังทหารออกจากดินแดนกัมพูชา หยุดการรื้อถอนที่อยู่อาศัยของพลเรือนทั้งหมด และรับประกันการกลับสู่ถิ่นฐานอย่างปลอดภัยและมีศักดิ์ศรีของพลเรือนพลัดถิ่น
    .
    คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนกัมพูชากล่าวว่าหน่วยงานเหล่านั้นควรเน้นย้ำสถานการณ์นี้ในการสื่อสารและรายงานว่าเป็นกรณีร้ายแรงของการละเมิดสิทธิที่อยู่อาศัยที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้ง ที่รวมถึงการบังคับพลัดถิ่น การถูกพรากที่ดิน และการไร้ที่อยู่อาศัย
    .
    กัมพูชาระบุว่าการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ร้ายแรงเช่นนี้จำเป็นต้องได้รับการตอบสนองอย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพจากประชาคมระหว่างประเทศ ไม่เช่นนั้นจะนำไปสู่การทวีความรุนแรงของความทุกข์ยากทางมนุษยธรรม.และบั่นทอนความเชื่อมั่นในกฎหมายระหว่างประเทศ
    .
    “ท่ามกลางความรุนแรงที่ทวีความรุนแรงขึ้น ความเงียบไม่ใช่ความเป็นกลาง แต่เป็นปัจจัยที่เอื้อต่อการไม่ต้องรับผิดชอบและสองมาตรฐาน ที่บ่อนทำลายความหมายของกฎหมายระหว่างประเทศและคุกคามสันติภาพ ความมั่นคง และความสงบเรียบร้อยระห่างประเทศ” CHRC ระบุ.

    https://www.facebook.com/share/182nZSmv5V/
     
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,011
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ชี้ ไทยใช้งบฯการรบ กับกัมพูชา 2-3หมื่นล้านบาท“ คุ้มค่าในเชิงยุทธศาสตร์”“นักวิชาการ วิจัย ความมั่นคง” เผย แม้ ”ไข่“ เครื่องบินรบ จะราคาสูง
    แต่“คุ้มค่า” ในเชิงยุทธศาสตร์
    มีค่าอะไรบ้าง ? คำนวณให้ดู
    ชี้ ผลลัพธ์ กองทัพไทย ควบคุมสถานการณ์ในพื้นที่ได้
    ไม่ถูกบังคับเข้าสู่การเจรจาในสถานะเสียเปรียบเฉียบพลัน
    รักษาความเชื่อมั่นด้านความมั่นคงของประเทศไว้ได้

    .

    ”ดร.จิม“ ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา นักวิชาการ และนักวิจัยด้านความมั่นคง โพสต์ข้อความในเฟสบุ้ค“มิสเตอร์ จิม”ว่า ในช่วงปลายปี 2568 ประชาชนจำนวนไม่น้อยตั้งคำถามด้วยความห่วงใยว่า ”ประเทศไทยใช้งบประมาณเท่าใดในการปฏิบัติการทางทหารกับกัมพูชา และคุ้มค่าหรือไม่?”

    คำถามนี้ ไม่ใช่คำถามที่ผิด
    ตรงกันข้าม นี่คือคำถามของสังคมประชาธิปไตยที่ประชาชนต้องการความโปร่งใส และต้องการมั่นใจว่า เงินภาษีของตนถูกใช้เพื่อปกป้องประเทศอย่างสมเหตุสมผล

    บทความนี้ จึงขออธิบายอย่างตรงไปตรงมา ว่า งบประมาณการรบถูกคำนวณอย่างไร ใช้หลักอะไร และทำไมการใช้จ่ายครั้งนี้จึงถือว่า “คุ้มค่าในเชิงยุทธศาสตร์”

    1) งบประมาณการรบ ไม่ใช่ “ค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน” แต่คือ “ต้นทุนการป้องกันความเสียหายขนาดใหญ่”
    ในทาง เศรษฐศาสตร์การทหาร (Military / Defense Economics)
    งบการรบของกองทัพไทย ไม่ได้ถูกคิดแบบ “อยากใช้เท่าไหร่ก็ใช้”
    แต่คำนวณจาก ต้นทุนที่รัฐต้องจ่ายเพื่อป้องกันความเสียหายที่รุนแรงกว่าในอนาคต

    หลักคิดสำคัญของกองทัพไทยที่ผมศึกษามา คือ Cost of Action < Cost of Inaction
    (ต้นทุนของการลงมือ ต้องต่ำกว่าต้นทุนของการไม่ทำอะไรเลย)

    หากกองทัพไทยและทุกหน่วยงานรัฐความมั่นคง “ไม่ปฏิบัติการ” ในช่วงวิกฤตชายแดน

    ต้นทุนที่ตามมาอาจรวมถึง
    • การสูญเสียอธิปไตยหรือพื้นที่อ้างสิทธิ์
    • คดีระหว่างประเทศที่ใช้เวลาหลายสิบปี
    • ความไม่มั่นคงชายแดนถาวร
    • ผลกระทบต่อเศรษฐกิจ การลงทุน และความเชื่อมั่นของทั้งคนไทยและต่างชาติต่อประเทศไทย ซึ่งในทางวิชาการ ต้นทุนเหล่านี้ สูงกว่างบการรบหลายเท่า

    2) หลักการคำนวณงบประมาณการรบตามมาตรฐานสากล ที่ผมเคยศึกษาในหลักสูตรเรียนร่วมกับคณะนายทหารหัวหน้าฝ่ายเสนาธิการทหารร่วม ณ เพนตากอน กระทรวงสงคราม สหรัฐอเมริกา มหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ วอชิงตัน ดีซี

    ผมได้คำนวณประมาณการงบการรบของไทย อยู่ที่ราว 2 - 3 หมื่นล้านบาท อ้างอิงกรอบเดียวกับที่ใช้ใน NATO และประเทศอาเซียนขั้นสูง เช่น ไข่ F16 มีหลายแบบ ถ้านำวิถี ลูกละประมาณ 1.5 ล้านบาท ถ้าทำลายเป้าหมายอาคาร ลูกละประมาณ 10 ล้านบาท และยังมีแบบอากาศ สู่ อากาศระยะสั้น ระยะไกล แล้วแต่ว่าจะใช้ไข่เบอร์อะไร

    อย่างไรก็ตาม เวลาคำนวณงบทำสงครามตามหลักสากลจะแบ่งเป็น 5 หมวดหลัก ได้แก่

    (1) ค่าเคลื่อนกำลังและลอจิสติกส์ (Operational Deployment)
    • การเคลื่อนย้ายกำลังพล
    • เชื้อเพลิง เสบียง การแพทย์สนาม
    • การรักษาความพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง
    (2) ค่าเสื่อมและการซ่อมบำรุงยุทโธปกรณ์ (Depreciation & Overhaul)
    • รถหุ้มเกราะ ปืนใหญ่ อากาศยาน
    • ค่า “overhaul” ไม่ใช่ของใหม่ แต่คือการยืดอายุการใช้งาน
    (3) ค่า readiness และ deterrence
    • การคงสภาพพร้อมรบ เพื่อ “ป้องปราม” ไม่ให้สถานการณ์บานปลาย
    • ตรงนี้คือหัวใจที่ทำให้ การรบไม่ขยายพื้นที่ขัดแย้ง ไม่ลุกลามเป็นสงครามเต็มรูปแบบ

    (4) ค่า Command, control, Intelligence (CCI)
    • การข่าว การสื่อสาร การควบคุมบัญชาการ
    • ลดความผิดพลาด ลดการสูญเสียโดยไม่จำเป็น

    (5) ค่าเสียโอกาส (Opportunity Cost)
    • งบที่ใช้แทนการสูญเสียทางเศรษฐกิจหากปล่อยสถานการณ์ยืดเยื้อ
    ทั้งหมดนี้รวมกันแล้ว จึงได้ตัวเลขในระดับ “หมื่นล้าน” ไม่ใช่ “แสนล้าน”

    3) ทำไมงบ 2 - 3 หมื่นล้านบาท จึงถือว่า “คุ้มค่า” ในเชิงยุทธศาสตร์
    หากประเมินผลลัพธ์ปลายปี 2568 อย่างเป็นธรรม จะเห็นว่า
    -ไทย ควบคุมสถานการณ์ในพื้นที่ได้จริง
    -ไม่เกิดสงครามเต็มรูปแบบ
    -ไม่ต้องใช้กำลังต่อเนื่องยาวนาน
    -ไม่ถูกบังคับเข้าสู่การเจรจาในสถานะเสียเปรียบเฉียบพลัน
    -รักษาความเชื่อมั่นด้านความมั่นคงของประเทศไว้ได้

    ในทางเศรษฐศาสตร์การทหาร นี่เรียกว่า High Strategic Return with Limited Fiscal Exposure
    ผลตอบแทนเชิงยุทธศาสตร์สูง ด้วยต้นทุนที่ควบคุมได้

    4) สิ่งที่ประชาชนคนไทยควรมั่นใจต่อการใช้จ่ายงบแประมาณการสู้รบกับกัมพูชาครั้งที่ผ่านมา
    ประชาชนควรมั่นใจว่า
    • งบประมาณการรบไม่ได้ถูกใช้สุรุ่ยสุร่าย
    • ถูกคำนวณตามหลักสากล ไม่ใช่อารมณ์
    • เป้าหมายคือ ยุติวิกฤตให้เร็วที่สุด ด้วยต้นทุนต่ำที่สุด
    • และปกป้องผลประโยชน์ของชาติในระยะยาว

    กล่าวโดยสรุป งบประมาณการรบไม่ใช่เรื่องน่ายินดี แต่ “การไม่ยอมจ่ายต้นทุนเพื่อปกป้องอธิปไตยและศักดิ์ศรีของประเทศไทย”คือสิ่งที่ทำให้ประเทศต้องจ่ายแพงกว่านั้นในอนาคต

    ปลายปี 2568 ที่ผ่านมา เราเห็นได้ชัดเจนว่าประเทศไทยจ่ายต้นทุนการสู้รบในระดับที่ควบคุมได้
    เพื่อรักษาอธิปไตย เสถียรภาพ ความมั่นคงของชาติ ความปลอดภัยของประชาชน และลดการสูญเสียในชีวิตของทหารซึ่งในทางเศรษฐศาสตร์การทหารของกองทัพไทย นี่คือการตัดสินใจใช้งบการรบที่มีเหตุผล คุ้มค่า และจำเป็น

    หมายเหตุสำคัญ
    ไทย ไม่เคยเปิดงบการรบจริงแบบแยกรายการ ต่อสาธารณะ ดังนั้นตัวเลขข้างต้นคือ Policy-grade estimate ใช้เพื่อ “วิเคราะห์หลักความคุ้มค่า / ผลกระทบเชิงรัฐ” ไม่ใช่ตัวเลขบัญชีราชการแต่ประมาณการตามหลักเศรษฐศาสตร์ทหารสากล

    สำหรับผศ.ดร.นพดล กรรณิกา เคยเป็นอดีตหัวหน้าโครงการวิจัยปกป้องรักษาผลประโยชน์ชาติตามแนวชายแดน กองทัพบก ปี 2554 อดีตผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก กรมกิจการพลเรือนทหารบก กองทัพบก ปี 2557 ศิษย์เก่าด้านยุทธศาสตร์ หลักสูตรเรียนร่วมคณะนายทหารหัวหน้าเสนาธิการทหารร่วม (Joint Chiefs of Staff, JCS) เพนตากอน กระทรวงสงคราม สหรัฐอเมริกา และศิษย์เก่าวิทยาการข้อมูล (Data Science & Methodology) มหาวิทยาลัย มิชิแกน สหรัฐอเมริกา

    https://www.facebook.com/share/p/1HRpQpFsGR/?mibextid=wwXIfr

    #ดรจิมนพพดลกรรณิกา
    #กัมพูชาเป็นภัยความมั่นคงของชาติ
    #CambodiaViolatedCeasefire

    https://www.facebook.com/share/1BpNUfqZ5X/
     
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,011
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เวเนซุเอลาตัดน้ำมันจีน 5 วันติด: จาก 7 แสนบาร์เรลเหลือศูนย์

    แต่ยังส่งให้สหรัฐฯ ผ่าน Chevron—สัญญาณชัด “น้ำมันถูกใช้เป็นอาวุธกดดันปักกิ่ง”

    ตั้งแต่วันที่ 3 มกราคม 2569 หลังปฏิบัติการของสหรัฐฯ ในการจับกุมนิโคลัส มาดูโร เวเนซุเอลาได้หยุดส่งออกน้ำมันไปจีนอย่างสิ้นเชิงติดต่อกันเป็นวันที่ 5 แล้ว จากระดับเฉลี่ย ราว 700,000 บาร์เรลต่อวัน เหลือศูนย์ ขณะที่การส่งออกไปสหรัฐฯ กลับยังดำเนินต่อเนื่อง ประมาณ 150,000 บาร์เรลต่อวัน ผ่านบริษัท Chevron Corp. ภายใต้ใบอนุญาตพิเศษจากวอชิงตัน

    ข้อมูลจาก Reuters ระบุว่า PDVSA บริษัทน้ำมันแห่งรัฐเวเนซุเอลา ได้สั่งชะลอการบรรทุกเรือไปจีนทั้งหมด พร้อมลดกำลังการผลิต รอ “ทิศทางการเมืองใหม่” หลังมาดูโรถูกนำตัวไปดำเนินคดีในนิวยอร์ก ขณะที่เส้นทางเดียวที่ยังเปิดอยู่ คือเส้นทางที่สหรัฐฯ ควบคุมได้โดยตรง

    นี่ไม่ใช่ความบังเอิญ แต่คือ การจัดระเบียบกระแสน้ำมันใหม่ภายใต้แรงกดดันทางภูมิรัฐศาสตร์

    ทำไม “จีน” ถูกตัดก่อน

    ก่อนเกิดวิกฤต เวเนซุเอลาพึ่งพาจีนเป็นตลาดหลัก คิดเป็น 60–70% ของการส่งออกทั้งหมด โดยน้ำมันจำนวนมากถูกใช้ชำระหนี้เก่าและหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ผ่านโครงสร้างการค้าซับซ้อน

    แต่หลังมาดูโรหลุดจากอำนาจ เส้นทางนี้กลายเป็น “เป้าหมายแรก” ที่ถูกปิด

    นักวิเคราะห์พลังงานมองตรงกันว่า

    “การหยุดส่งไปจีนคือผลพวงโดยตรงจากการจับมาดูโร สหรัฐฯ ต้องการตัดวงจรน้ำมันราคาถูกที่ปักกิ่งใช้ประคองเศรษฐกิจ และป้องกันไม่ให้น้ำมันเวเนซุเอลาไหลไปถึงจีน รัสเซีย หรืออิหร่าน”

    ในทางกลับกัน การเปิดทางให้ Chevron เดินหน้าต่อ สะท้อนว่าสหรัฐฯ เลือก ควบคุมการไหล มากกว่าปิดทั้งหมด เพื่อใช้เวเนซุเอลาเป็น “ก๊อกน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์” แทนที่จะปล่อยให้กลายเป็นอาวุธของฝ่ายตรงข้าม

    จีนเงียบ—แต่เสียหายจริง

    จนถึงขณะนี้ ปักกิ่งยังไม่ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ แต่ผลกระทบเกิดขึ้นแล้วทันที จีนต้องเร่งหาน้ำมันหนัก (heavy crude) จากแหล่งอื่น เช่น รัสเซีย ตะวันออกกลาง และแอฟริกา ซึ่งมีต้นทุนสูงกว่าและขนส่งไกลกว่า

    ขณะที่รัสเซียและอิหร่านออกมาประณามสหรัฐฯ ว่าใช้น้ำมันเป็นเครื่องมือบีบประเทศกำลังพัฒนา แต่ในเชิงปฏิบัติ ทั้งสองประเทศก็ไม่สามารถอุดช่องว่าง 7 แสนบาร์เรลต่อวันให้จีนได้ในระยะสั้น

    ภาพใหญ่: สงครามพลังงานเริ่มชัด

    สิ่งที่เกิดขึ้นในเวเนซุเอลาไม่ใช่แค่ “ผลข้างเคียงหลังจับผู้นำเผด็จการ”
    แต่มันคือ บททดสอบการใช้น้ำมันเป็นอาวุธในสงครามอำนาจโลก

    สหรัฐฯ ไม่ต้องยิงปืน
    ไม่ต้องปิดช่องแคบ
    แค่ “เลือกเปิด–เลือกปิด” เส้นทางส่งออก ก็สามารถสร้างแรงกดดันต่อจีนได้ทันที

    หากการตัดน้ำมันจีนยืดเยื้อ
    – ตลาดน้ำมันโลกจะผันผวน
    – จีนจะเสียความได้เปรียบด้านพลังงาน
    – และเวเนซุเอลาจะถูกดึงเข้าไปอยู่ใต้โครงสร้างอิทธิพลของวอชิงตันอย่างเต็มรูปแบบ

    สรุป

    ครบ 5 วันแล้วที่น้ำมันเวเนซุเอลา ไม่ไหลไปจีนแม้แต่บาร์เรลเดียว
    แต่ยังไหลเข้าสหรัฐฯ อย่างเป็นระเบียบ

    นี่คือสัญญาณชัดว่า

    สหรัฐฯ เริ่มใช้น้ำมันเป็นหมากกดดันจีนอย่างจริงจังแล้ว

    มาดูโรอาจเป็นเพียงจุดเริ่ม
    แต่เกมที่กำลังเล่นอยู่ คือเกมใหญ่ระดับ สงครามพลังงานโลก

    7 มกราคม 2569
    คัดข่าว / หาดใหญ่

    ที่มา: Reuters, Bloomberg, Lloyd’s List, The New York Times, CSIS

    Cr. คัดข่าว

    https://www.facebook.com/share/p/1AT2M1SADz/
     
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,011
    ค่าพลัง:
    +97,153
    "เดลซี โรดริเกซ" ก้าวขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีชั่วคราวอย่างเป็นทางการ ท่ามกลางสถานการณ์ที่ผู้นำคนเก่าอย่างมาดูโรต้องไปนั่งสู้คดีอยู่ในศาลที่นิวยอร์ก
    บรรยากาศในอาคารสภานิติบัญญัติแห่งชาติเวเนซุเอลาเต็มไปด้วยความกดดันครับ เมื่อ นางเดลซี โรดริเกซ (Delcy Rodríguez) อดีตรองประธานาธิบดี ได้ทำพิธีสาบานตนขึ้นดำรงตำแหน่ง "ประธานาธิบดีชั่วคราว" เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 5 มกราคม (ตามเวลาท้องถิ่น) เพื่อเติมเต็มช่องว่างทางอำนาจหลังจากเหตุการณ์สะเทือนโลกเมื่อวันที่ 3 มกราค
    เบื้องลึกการก้าวสู่อำนาจของ "เดลซี":
    * รับไม้ต่อตามคำสั่งศาล:
    * หลังจากกองทัพสหรัฐฯ เข้าจู่โจมและนำตัวอดีตประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร และภริยา ไปขึ้นศาลที่นิวยอร์ก ศาลฎีกาเวเนซุเอลาก็มีคำสั่งทันทีให้เดลซีขึ้นมาทำหน้าที่รักษาการแทนเพื่อป้องกันภาวะสุญญากาศทางการเมือง
    * พี่ชายเป็นคนเจิม:
    * พิธีสาบานตนครั้งนี้ถูกจัดขึ้นโดย ฮอร์เฆ โรดริเกซ (Jorge Rodríguez) ประธานสภาฯ ซึ่งเป็นพี่ชายแท้ๆ ของเธอเอง โดยเดลซีประกาศด้วยน้ำเสียงสั่นเครือแต่เข้มแข็งว่า
    "ฉันมาด้วยความเจ็บปวดจากการถูกรุกราน แต่จะทำหน้าที่เพื่อเกียรติยศของชาวเวเนซุเอลาทุกคน"

    "ประนีประนอม" กับทรัมป์:
    * นักวิเคราะห์มองว่าเดลซีคือตัวเลือกที่ "เป็นงาน" ที่สุด เพราะเธอมีพื้นฐานด้านการคลังและน้ำมัน ซึ่งล่าสุดเธอเริ่มส่งสัญญาณบวกด้วยการส่ง Telegram ถึงวอชิงตันเพื่อเสนอ "วาระความร่วมมือ" (Cooperation Agenda) ซึ่งเป็นการเปลี่ยนท่าทีจากการด่าทอมาเป็นความร่วมมือตามสไตล์ที่ทรัมป์ต้องการ
    * Temporary Foundation: แม้รัฐธรรมนูญจะระบุว่าต้องเลือกตั้งใหม่ใน 30 วันหากประธานาธิบดีหายไปถาวร แต่ศาลฎีกากลับระบุว่าการหายไปของมาดูโรคือ "เหตุชั่วคราว" ทำให้เดลซีสามารถครองอำนาจได้นานถึง 90 วัน หรือขยายไปถึง 6 เดือน ซึ่งทรัมป์เองก็มองว่านี่คือช่วงเวลาเพียงพอที่จะ "รีโนเวท" เวเนซุเอลาใหม่โดยไม่ต้องผ่านกล่องเลือกตั้งเร็วเกินไป
    * Military Support: ปัจจัยชี้ขาดคือ "กองทัพ" ล่าสุดรัฐมนตรีกลาโหม วลาดิมีร์ ปาดริโน โลเปซ ได้ออกมาประกาศยอมรับอำนาจของเดลซีอย่างเป็นทางการแล้ว ซึ่งหมายความว่าโครงสร้างเดิมยังไม่ล่ม แต่แค่เปลี่ยนตัว "หัวโต๊ะ" เท่านั้น

    เดลซี ต้องทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างกลุ่มอำนาจเดิม (Chavismo) กับความต้องการของทรัมป์ที่จ้องจะฮุบน้ำมัน การสาบานตนครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่พิธีกรรม แต่คือการเริ่มนับถอยหลังว่าเธอจะสามารถรักษาเอกราชของชาติไว้ได้ หรือจะเป็นเพียง "ผู้จัดการมรดก" ที่เซ็นยกทรัพย์สินให้ลุงแซม

    7 มกราคม 2569 : คัดข่าว/หาดใหญ่

    ที่มา: 新华网, AP News, Times of India, Daily Sabah, 人民网


    Cr. คัดข่าว

    https://www.facebook.com/share/p/16WMsEg1Gk/
     
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,011
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ยุทธวิธีของกัมพูชาคือการใช้ "พลเรือนเป็นเกราะกำบัง และใช้สิ่งปลูกสร้างเป็นหลักหมุด"

    FB_IMG_1767789870851.jpg

    ________________________________________
    1. ยุทธวิธี "เปลี่ยนแผนที่ให้เป็นความจริง" (De Facto Control)
    กัมพูชาใช้หลักการทางกฎหมายระหว่างประเทศที่เรียกว่า Effectivités หรือการแสดงให้เห็นว่ามีการปกครองและใช้ประโยชน์ในพื้นที่นั้นจริง เพื่อสร้างความได้เปรียบเหนือแผนที่กระดาษ:
    • การสร้างชุมชนและวัด: การส่งชาวบ้านเข้าไปตั้งรกรากไม่ใช่แค่เรื่องที่อยู่อาศัย แต่เป็นการสร้าง "สัญลักษณ์ทางวัฒนธรรม" โดยเฉพาะ "วัด" ซึ่งเป็นจุดเปราะบางในการใช้กำลังทหารเข้าผลักดัน เพราะจะถูกนำไปขยายผลเป็นประเด็นศาสนาและความรุนแรงต่อพลเรือนในเวทีโลก
    • การตัดถนน: ถนนคือเส้นเลือดใหญ่ของการยึดครอง ช่วยให้การส่งกำลังบำรุงและการเข้าถึงพื้นที่ทำได้รวดเร็ว เปลี่ยนสภาพป่าที่ยากจะระบุเขตแดนให้กลายเป็นพื้นที่ที่มีร่องรอยการครอบครองชัดเจน
    2. สงครามเส้นเขตแดน: สีน้ำเงิน (ไทย) vs สีแดง (กัมพูชา)
    ความขัดแย้งเชิงเทคนิคนี้คือหัวใจของการเสียอธิปไตยในทางปฏิบัติ:
    • เส้นสีน้ำเงิน (Thai Claim Line): ยึดตามหลักสันปันน้ำและสนธิสัญญาที่เป็นธรรมตามมาตรฐานสากล เป็นเส้นที่พยายามรักษาสิทธิในพื้นที่ดั้งเดิม
    • เส้นสีแดง (Cambodian Encroachment): คือการขีดเส้นตามอำเภอใจหรือใช้แผนที่มาตราส่วน $1:200,000$ ที่ไทยไม่ยอมรับ เพื่อรวมเอาพื้นที่ยุทธศาสตร์หรือพื้นที่เกษตรกรรมเข้ามาเป็นของตน
    • ผลลัพธ์: เมื่อกัมพูชาขีดเส้นสีแดงแล้วส่งคนเข้ามาอยู่ พื้นที่ที่เคยเป็น "พื้นที่ทับซ้อน" (Overlapping Zone) จะถูกเปลี่ยนสถานะเป็น "พื้นที่กัมพูชาโดยสภาพ" ทันทีหากฝ่ายไทยนิ่งเฉย
    ________________________________________
    3. การละเมิดดินแดนและผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์
    การกระทำดังกล่าวถือเป็นการละเมิดอธิปไตยอย่างเป็นระบบ (Systematic Violation) โดยมีเป้าหมายสุดท้ายคือ:
    1. บีบให้ไทยยอมรับความจริงใหม่: เมื่อมีคนอยู่ มีวัด มีโรงเรียน กัมพูชาจะใช้สิ่งเหล่านี้เป็นข้ออ้างในโต๊ะเจรจาว่า "ไม่สามารถย้ายคนออกไปได้"
    2. การรุกคืบแบบโลภะ (Salami Slicing): คือการค่อยๆ รุกเข้ามาทีละนิด ไม่ให้ถึงขั้นเกิดสงครามใหญ่ แต่สะสมพื้นที่ไปเรื่อยๆ จนในที่สุดไทยจะเสียพื้นที่รวมเป็นจำนวนมหาศาล
    3. ความได้เปรียบในศาลโลก: หากมีการฟ้องร้องในอนาคต การมีหลักฐานว่า "ดูแลประชาชนในพื้นที่นั้นมานาน" มีน้ำหนักมากในการตัดสินคดีเขตแดน
    ________________________________________
    บทสรุปเชิงความมั่นคง
    ยุทธวิธีของกัมพูชาคือการใช้ "พลเรือนเป็นเกราะกำบัง และใช้สิ่งปลูกสร้างเป็นหลักหมุด" ในขณะที่ฝ่ายไทยหากยึดถือเพียงเส้นในแผนที่โดยไม่มีการคัดค้านเชิงกายภาพที่แข็งแกร่ง (เช่น การลาดตระเวนหรือการประท้วงทางการทูตทุกครั้งที่มีการก่อสร้าง) อธิปไตยเหนือพื้นที่เหล่านั้นจะค่อยๆ เลือนลางไปตามกาลเวลา

    https://www.facebook.com/share/p/1EthRnSzQF/
     
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,011
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ผู้ช่วยวางรากฐานโดรนให้กัมพูชา

    หลายเดือนที่ผ่านมา เรามักจะเห็นข่าว (ปลอม) เกี่ยวกับทหารรับจ้างจากประเทศที่ 3 ที่ได้เข้ามามีบทบาทในการช่วยเหลือฝ่ายกัมพูชาให้รบกับฝ่ายไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการสนับสนุนการควบคุมโดรน ประเภท “Loitering Munition” ในการโจมตีฝ่ายไทย โดยประเทศที่ 3 ที่มักถูกหยิบยกมาพูดถึง (โดยเฉพาะในหมู่กลุ่มอนุรักษ์นิยม) ก็คือ สหรัฐอเมริกาและยูเครน ซึ่งจนถึง ณ เวลานี้ ก็ยังไม่มีใครสามารถพิสูจน์คำกล่าวอ้างที่ว่าได้

    ในขณะเดียว ประเทศที่มีบทบาทในการสนับสนุนการฝึกการใช้โดรนมาตั้งแต่เริ่มแรกจนถึงปัจจุบัน อีกทั้งยังประสบความสำเร็จในการไม่ถูกหยิบยกมาพูดถึงเลย ทั้งที่มีภาพการฝึกร่วมกันปรากฏอยู่บ่อยครั้งนั้น ก็คือ ประเทศจีน นั่นเอง

    โดยที่ผ่านมา จีนได้ให้การสนับสนุนการฝึกการใช้โดรนหลากหลายแบบให้กับกองทัพกัมพูชาอยู่เรื่อยมา ทั้งโดรนสำหรับใช้ในการตรวจการณ์และโดรนพลีชีพ ซึ่งโดรนทั้งสองแบบต่างถูกใช้ในช่วงเหตุการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทยและกัมพูชามาโดยตลอด แต่จีนในฐานะตัวแปรสำคัญใทีที่เป็นทั้งผู้ผลิตโดรนและเป็นผู้ให้การฝึกโดรนแก่กัมพูชากลับไม่ถูกเอ่ยถึงเลยแม้แต่น้อย

    ในทางกลับกัน กลับมีความพยายามที่จะเบี่ยงประเด็นว่าอาวุธ-ยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ รวมไปถึงโดรนหลากหลายแบบที่กัมพูชาใช้อยู่นั้น ถูกจัดหาโดยกลุ่มอาชญากรรรมข้ามชาติสัญชาติจีน หรือ จีนเทา (บ้างก็อ้างว่าประเทศที่ 3 อย่าง มาเลเซียเป็นผู้จัดหาให้) ทั้ง ๆ ที่ผู้ผลิตอาวุธ-ยุทโธปกรณ์ต่างเป็นรัฐวิสาหกิจแทบทั้งสิ้น จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่อาวุธ-ยุทโธปกรณ์จากจีนที่ประจำการอยู่กองทัพกัมพูชาจะถูกจัดหาผ่านกลุ่มจีนเทา

    ดังนั้น ทุกฝ่ายควรตั้งคำถามการมีส่วนร่วมระหว่างกองทัพจีนและกองทัพกัมพูชาในเรื่องของการใช้งานโดรนทางทหารให้มาก นอกเสียจากจะเกรงกลัวต่ออิทธิพลหรือการแทรกแซงของทางการจีน ดั่งที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในอดีต อย่าง กรณีที่สถานทูตจีนได้แทรกแซงและกดดันหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพฯ ให้ถอดผลงานการแสดงศิลปะของศิลปินชาวทิเบต อุยกูร์ และฮ่องกง เมื่อปี พ.ศ. 2568 ที่ผ่านมา
    FB_IMG_1767792434205.jpg FB_IMG_1767792436744.jpg FB_IMG_1767792439290.jpg
    #RadicalTropic

    https://www.facebook.com/share/p/1UJU17enMT/
     
  15. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,011
    ค่าพลัง:
    +97,153
  16. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,011
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เฉิน จื้อ ประธานกลุ่มไท่จื่อ ถูกจับในกัมพูชา ส่งตัวกลับจีน หลังถูกสหรัฐ–อังกฤษคว่ำบาตรค้ามนุษย์–สแกมออนไลน์

    พนมเปญ — แหล่งข่าวจาก จินเปี้ยน เซี่ยนฉ่าง (金边现场) รายงานว่า นาย เฉิน จื้อ ประธานกรรมการและผู้ก่อตั้ง กลุ่มไท่จื่อ (Prince Group Cambodia) ถูกทางการกัมพูชาจับกุมตัวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และได้ถูก ส่งตัวกลับสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อเข้าสู่กระบวนการสอบสวนตามกฎหมาย

    เฉิน จื้อ เป็นชาวจีนจากอำเภอเหลียนเจียง มณฑลฝูเจี้ยน เดินทางเข้ามาประกอบธุรกิจในกัมพูชาและก่อตั้งกลุ่มไท่จื่อ ซึ่งเติบโตอย่างรวดเร็ว ครอบคลุมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ คาสิโน การเงิน และโครงการขนาดใหญ่หลายแห่งในประเทศ

    ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2025 รัฐบาล สหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร ได้ประกาศมาตรการ คว่ำบาตรร่วม ต่อกลุ่มไท่จื่อ โดยระบุว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับ ขบวนการค้ามนุษย์และการฉ้อโกงทางไซเบอร์ข้ามชาติ ซึ่งเชื่อมโยงกับเครือข่ายสแกมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

    ขณะเดียวกัน ศาลรัฐบาลกลางสหรัฐ เขตบรูคลิน รัฐนิวยอร์ก ได้มีคำสั่งฟ้องนายเฉิน จื้อ ในคดีอาญาหลายข้อหา และมีคำสั่ง ยึดทรัพย์สินในรูปสกุลเงินดิจิทัล (บิตคอยน์) มูลค่าประมาณ 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในคดียึดทรัพย์คริปโตที่มีมูลค่าสูงที่สุดเท่าที่เคยมีมา

    การจับกุมครั้งนี้ถูกจับตาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากกลุ่มไท่จื่อถูกกล่าวถึงมาอย่างยาวนานในรายงานขององค์กรสิทธิมนุษยชนและสื่อระหว่างประเทศ ว่าเกี่ยวข้องกับ แหล่งกักขังแรงงานบังคับ การค้ามนุษย์ และศูนย์สแกมออนไลน์ในกัมพูชา แม้บริษัทจะปฏิเสธข้อกล่าวหามาโดยตลอด

    ที่มา : https://x.com/pponthegrounds/status/2008871754949955952?s=46

    https://www.facebook.com/share/1Aa7KjQgFX/
     
  17. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,011
    ค่าพลัง:
    +97,153
    กองทัพเขมร เร่งเก็บของออกจากตัวปราสาทเขาพระวิหาร อาวุธปืน กระสอบทราย และถมคูเลทบังเกอร์ คาดว่าอีกในไม่กี่วัน จะนำคณะ AOT ลงพื้นที่ ดูความเสียหายของตัวปราสาท
    .
    FB_IMG_1767801273390.jpg FB_IMG_1767801275980.jpg FB_IMG_1767801278607.jpg FB_IMG_1767801281228.jpg FB_IMG_1767801283528.jpg FB_IMG_1767801290329.jpg FB_IMG_1767801294090.jpg
    #ThaiPress #ไทยเพรส #ข่าวคั่วเข้ม
    .
    ติดต่อโฆษณา - แจ้งข่าว
    อีเมล: Contact@Thaipress.cc
    LineID: @Thaipress.cc (มี@ด้วย)
    หรือ https://line.me/R/ti/p/@thaipress.cc
    https://thaipress.cc/ThaipressRateCard.jpg

    https://www.facebook.com/share/p/1H63Li5sFD/
     
  18. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,011
    ค่าพลัง:
    +97,153
    รัสเซียซีด! ปูติน Sad! มีอาวุธนิวเคลียร์แต่ไม่กล้ายิงถล่มสหรัฐ! ทรัมป์ได้ใจบุกปล้นเรือน้ำมันรัสเซีย ประกาศแถมยึดเรือบรรทุกน้ำมันรัสเซียทุกลำในทะเลแคริบเบียน อ่าวเวเนสุเอลา อ่าวแม็กซิโก มีรายงานล่าสุดว่า สหรัฐฯ ได้เข้ายึดเรือบรรทุกน้ำมัน M/T Sophia ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ "กองเรือมืด" (Shadow Fleet) ของรัสเซียเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
    .
    กองบัญชาการภาคใต้ของสหรัฐฯ (SOUTHCOM) ได้เผยแพร่ภาพวิดีโอปฏิบัติการสกัดกั้นและเข้ายึดเรือ M/T Sophia โดยระบุว่าเป็นเรือไร้สัญชาติที่ละเมิดมาตรการคว่ำบาตร และลักลอบดำเนินกิจกรรมผิดกฎหมายในน่านน้ำสากลแถบทะเลแคริบเบียนเมื่อเช้านี้ ปฏิบัติการดังกล่าวเป็นการประสานงานร่วมกันระหว่างกระทรวงกลาโหม และกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ โดยมีหน่วยยามฝั่งสหรัฐฯ (USCG) ทำหน้าที่ควบคุมเรือกลับไปยังสหรัฐอเมริกา
    .
    ด้าน คริสตี โนเอม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐ ระบุผ่าน X ส่วนตัวว่า ในช่วงก่อนรุ่งสางของวันนี้ หน่วยยามฝั่งได้ทำการปฏิบัติการตรวจค้นเรือบรรทุกน้ำมัน "กองเรือผี" สองลำอย่างต่อเนื่องและประสานงานกันอย่างละเอียดถี่ถ้วน โดยลำหนึ่งอยู่ในทะเลแอตแลนติกเหนือ และอีกหนึ่งลำอยู่ในน่านน้ำสากลใกล้ทะเลแคริบเบียน เรือทั้งสองลำ ได้แก่ เรือบรรทุกน้ำมัน Motor Tanker Bella I และ Motor Taker Sophia นั้น จอดเทียบท่าครั้งสุดท้ายอยู่ที่เวเนซุเอลา หรือกำลังมุ่งหน้าไปยังเวเนซุเอลา
    .
    ภายใต้การนำที่กล้าหาญและมีวิสัยทัศน์ของประธานาธิบดีทรัมป์ ทีมยุทธวิธีของหน่วยยามฝั่งสหรัฐฯ ได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกระทรวงกลาโหม กระทรวงยุติธรรม และกระทรวงการต่างประเทศ และใช้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านของตนในการดำเนินการเหล่านี้ และดำเนินการตรวจค้นเรือสองลำอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง
    .
    หนึ่งในเรือบรรทุกน้ำมันเหล่านี้ คือเรือบรรทุกน้ำมันเบลลา ไอ (Motor Tanker Bella I) พยายามหลบหนีหน่วยยามฝั่งมาหลายสัปดาห์แล้ว แม้กระทั่งเปลี่ยนธงและเขียนชื่อใหม่บนตัวเรือขณะถูกไล่ล่า ในความพยายามที่สิ้นหวังและล้มเหลวที่จะหลีกหนีความยุติธรรม ลูกเรือผู้กล้าหาญของเรือยามฝั่งสหรัฐฯ มันโร (USCGC Munro) ได้ไล่ล่าเรือลำนี้ไปในทะเลหลวงและฝ่าพายุร้ายอย่างไม่ย่อท้อ คอยเฝ้าระวังและปกป้องประเทศของเราด้วยความมุ่งมั่นและรักชาติที่ทำให้ชาวอเมริกันภาคภูมิใจ ชายและหญิงผู้กล้าหาญเหล่านี้สมควรได้รับคำขอบคุณจากประเทศชาติของเราสำหรับการอุทิศตนเพื่อหน้าที่อย่างไม่เห็นแก่ตัว
    .
    เหล่าอาชญากรทั่วโลกได้รับคำเตือนแล้ว คุณอาจวิ่งหนีได้ แต่คุณซ่อนตัวไม่ได้ เราจะไม่ยอมอ่อนข้อในภารกิจของเราในการปกป้องประชาชนชาวอเมริกันและขัดขวางการจัดหาเงินทุนให้กับการก่อการร้ายยาเสพติดไม่ว่าเราจะพบเจอที่ใดก็ตาม จบ! นี่คือสุดยอดกองกำลังรบของประเทศเราในยามที่พร้อมรบที่สุด นี่คืออเมริกามาก่อนในทะเล
    ..
    ในขณะสำนักข่าว Khaleej Times ระบุว่า การยึดเรือบรรทุกน้ำมันสัญชาติรัสเซียลำนี้ในมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ ถือเป็นการยุติการไล่ล่าที่กินเวลานานหลายสัปดาห์ หลังจากเรือลำดังกล่าวพยายามหลบเลี่ยงการขึ้นตรวจค้นใกล้กับเวเนซุเอลามาอย่างต่อเนื่อง
    .
    ขณะที่กองบัญชาการยุโรปของสหรัฐฯ (EUCOM) ได้โพสต์ยืนยันผ่านแพลตฟอร์ม X ถึงความสำเร็จของปฏิบัติการร่วมครั้งนี้ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเข้มงวดของวอชิงตันในการปิดล้อมเรือที่ถูกคว่ำบาตร ทั้งขาเข้าและขาออกน่านน้ำเวเนซุเอลา ภายหลังความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในการโค่นล้มนิโคลัส มาดูโร
    .
    เจ้าหน้าที่ระดับสูงเปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ในเดือนที่ผ่านมา เรือ M/T Sophia ซึ่งแล่นภายใต้ธงชาติรัสเซีย เคยปฏิเสธการให้ความร่วมมือและพยายามเดินเรือหลบหนีการตรวจค้นมาแล้วครั้งหนึ่ง จนกระทั่งถูกกองกำลังสหรัฐฯ สนธิกำลังเข้าจับกุมได้ในที่สุด

    FB_IMG_1767825676307.jpg FB_IMG_1767825679965.jpg FB_IMG_1767825682737.jpg

    https://www.facebook.com/share/v/1FZ4dBmxKt/
     
  19. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,011
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สหรัฐฯจำเป็นต้องควบคุมการขายและรายได้จากน้ำมันของเวเนซุเอลาแบบไม่มีกำหนด เพื่อรักษาเสถียรภาพแก่เศรษฐกิจและฟื้นฟูภาคพลังงานของประเทศแห่งนี้ ตามคำกล่าวอ้างของ คริส ไรท์ รัฐมนตรีพลังงานของอเมริกาในวันพุธ(7ม.ค.)

    ความเห็นดังกล่าวสะท้อนว่าน้ำมันดิบมีความสำคัญยิ่งต่อยุทธศาสตร์ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในเวเนซุเลอา หลังจากกองกำลังสหัฐฯโค่นล้ม นิโคลัส มาดูโร ผู้นำของประเทศแห่งนี้ ในปฏิบัติการจู่โจมกรุงการากัสเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

    "เราต้องการใช้ประโยชน์และควบคุมการขายน้ำมันเหล่านั้น เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงที่ควรเกิดขึ้นในเวเนซุเอลา" ไรท์กล่าว ณ เวทีสัมมนาทางพลังงานหนึ่งในไมอามี พร้อมบอกต่อว่ารายได้จะถูกนำไปใช้รักษาเสถียรภาพแก่เศรษฐกิจเวเนซุเอลา และท้ายที่สุดคือจ่ายคืน เอ็กซอนโมบิลและโคโนโคฟิลลิปส์ ต่อการที่พวกเขาต้องสูญเสียทรัพย์สินไป จากการถูกยึดเป็นของรัฐโดยอดีตประธานาธิบดีฮูโก ชาเวซ เมื่อ 2 ทศวรรษที่แล้ว

    เวเนซุเอลา ชาติสมาชิกโอเปก เป็นประเทศที่มีแหล่งสำรองน้ำมันขนาดใหญ่ที่สุดในโลก แต่ป้อนอุปทานเข้าสู่ตลาดโลกเพียงราวๆ 1% สืบเนื่องจากขาดการลงทุนมาหลายทศวรรษ ที่กัดกร่อนการผลิต

    ไรท์ เผยว่าสหรัฐฯจะทำการตลาดน้ำมันเวเนซุเอลาที่กักเก็บไว้ล็อตแรกๆ และจากนั้นก็จะขายการผลิตในอนาคต ในนั้นรวมถึงขายไปยังโรงกลั่นต่างๆของอเมริกาที่มีเครื่องมือเครื่องมือพิเศษสำหรับแปรรูปมัน โดยที่รายได้จากการขายจะถูกฝากเข้าบัญชีที่ควบคุมโดยรัฐบาลอเมริกา

    ถ้อยแถลงของกระทรวงพลังงานสหรัฐฯระบุว่า "การขายดังกล่าวได้เริ่มขึ้นแล้ว และสหรัฐฯง่วนอยู่กับนักการตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ชั้นนำของโลกและธนาคารหลักๆ เพื่อที่จะดำเนินการและมอบแรงสนับสนุนทางการเงินแก่พวกเขา"

    ทั้งนี้ ไรท์ เปิดเผยว่าเขาได้พูดคุยกับบรรรดาบริษัทน้ำมันของสหรัฐฯ เพื่อรับทราบข้อมูลสภาพแวดล้อมต่างๆที่จะช่วยเปิดทางให้พวกเขาเข้าสู่เวเนซุเอลา สำหรับช่วยส่งเสริมกำลังการผลิตน้ำมันของประเทศแห่งนี้ในระยะยาว "ทรัพยากรมหาศาลมาก นี่น่าจะเป็นขุมกำลังทางพลังงานที่มั่งคั่้ง ร่ำรวยและสันติ"

    เมื่อวันอังคาร(6ม.ค.) วอชิงตันแถลงกล่าวอ้างว่าทำข้อตกลงกับการากัสในเบื้องต้น สำหรับส่งออกน้ำมันดิบเวเนซุเอลามูลค่าสูงสุด 2,000 ล้านดอลลาร์ไปยังสหรัฐฯ ข้อตกลงนี้เป็นสัญญาณว่าพวกเจ้าหน้าที่รัฐบาลเวเนซุเอลาตอบสนองความต้องการของทรัมป์ ที่อยากให้พวกเขาเปิดกว้างต้อนรับบรรดาบริษัทพลังงานอเมริก หรือไม่อย่างนั้นเสี่ยงเผชิญการแทรกแซงทหารเพิ่มเติม

    ทรัมป์กล่าวว่าเขาต้องการให้ เดลซี โรดริเกรซ ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา ไฟเขียวให้สหรัฐฯและบรรดาบริษัทเอกชน "เข้าถึงโดยสิ้นเชิง" ต่ออุตสาหกรรมน้ำมันของประเทศ "แทนที่น้ำมันจะถูกปิดล้อม ดังเช่นในตอนนี้ เรากำลังปล่อยให้กระแสน้ำมันไหลออกมา" ไรท์กล่าว

    "การขายน้ำมันจะเป็นประโยชน์กับประชาชนอเมริกา เศรษฐกิจอเมริกาและตลาดเชื้อเพลิงโลก แต่แร่นอน มันจะก่อประโยชน์มหาศาลแก่ประชาชนชาวเวเนซุเอลาเช่นกัน" ไรท์ระบุ

    กำลังผลิตน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้นจากเวเนซุเอลา ถือเป็นเป้าหมายสำคัญของทรัมป์ ผู้ซึ่งมีกำหนดพบปะกับบรรดาผู้บริหารบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของอเมริกา ที่ทำเนียบขาวในวันศุกร์(9ม.ค.) ขณะที่แหล่งข่าวเปิดเผยว่าพวกผู้แทนจากเอ็กซอนโมบิล, โคโนโค ฟิลลิปส์ และ เชฟรอน 3 บริษัทน้ำมันใหญ่ที่สุดของอเมริกา จะเข้าร่วมด้วย

    ไรท์ เปิดเผยระหว่างให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวซีเอ็นบีซีในวันพุธ(7ม.ค.) ว่าเขาได้พูดคุยกับซีอีโอของเอ็กซอน, โคโนโคและเชฟรอฟ ในทันทีตามหลังจับกุมตัวมาดูโร และคาดหมายว่าบริษัทเหล่านี้จะมีส่วนร่วมในการฟื้นฟูภาคอุตสาหกรรมน้ำมันของเวเนซุเอลา "พวกเขาจะเทเม็ดเงินหลายพันล้านดอลลาร์เข้าก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานใหม่ในเวเนซุเอลาในสัปดาห์หน้าเลยหรือไม่? แน่นอนว่าไม่ คุณจำเป็นต้องเปลี่ยนผ่านสภาพแวดล้อมต่างๆที่นั่น แต่พวกเขาต้องการพวกที่ปรึกษาด้านการผลิตและความช่วยเหลือในกระบวนการดังกล่าว"

    รัฐมนตรีพลังงานของอเมริกา ระบุต่อว่ารายได้จากการขายน้ำมันเวเนซุเอลา ท้ายที่สุดแล้วอาจนำไปชดใช้จ่ายคืน โคโนโค ฟิลลิปส์ และ เอ็กซอน โมบิล สำหรับความสูญเสียที่เคยเกิดขึ้นในประเทศแห่งนี้ แต่การชดเชยดังกล่าวจะมีขึ้นก็ต่อเมื่อหลังจากเศรษฐกิจของเวเนซุเอลามีเสถียรภาพแล้ว

    ปัจจุบัน เชฟรอน เป็นบริษัทน้ำมันรายใหญ่ของสหรัฐฯเพียงแห่งเดียว ที่ปฏิบัติการบ่อน้ำมันในเวเนซุเอลา

    เวเนซุเอลา เคยผลิตน้ำมันได้สูงสุดถึง 3.5 ล้านบาร์เรลต่อวันในช่วงทศวรรษที่ 1970 แต่การบริหารผิดพลาดและจำกัดการลงทุนของต่างประเทศนับตั้งแต่นั้น ได้นำมาสูงกำลังผลิตที่ลดลงอย่างมากในแต่ละปี โดยเมื่อปีที่แล้ว กำลังผลิตน้ำมันของประเทศ มีเพียงแค่ราวๆ 1.1 ล้านบาร์เรลเท่านั้น

    (ที่มา:รอยเตอร์)

    https://www.facebook.com/share/189mvF7TSe/
     
  20. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,011
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เขมร แอบเหล่!??
    .
    “รมต.สีหศักดิ์” ไปอีกก้าว
    ต้อนรับ “รมว ต่างประเทศ ฟิลิปปินส์ หญิง ” เข้าพบ ปืดห้อง หารือสถานการณ์ต่างๆในภูมิภาค
    ในโอกาสที่ ฟิลิปปินส์ รับหน้าที่ ประธานAsean ต่อจาก มาเลเซีย แล้ว
    คาด มีคุย ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา
    จับตาทิศทางและท่าที ที่เปลี่ยนแปลง จากยุค ”อันวาร์“

    นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ ต้อนรับ หารือทวิภาคีกับ
    Ms. Maria Theresa P. Lazaro, รมว.ต่างประเทศฟิลิปปินส์ ในโอกาสมาไทย หลัง ฟิลิปปินส์รับหน้าที่ประธานอาเซียนต่อจากมาเลเซีย ตั้งแต่1 มกราคม 2026 ที่ผ่านมา ที่จะทำให้มีการประสานงานใกล้ชิดในการแก้ปัญหาต่างๆภายในอาเซียนมากขึ้น

    โดยมีการคาดว่า มีการหารือถึงสถานการณ์ระหว่างไทยและกัมพูชาซึ่งเป็นห้วงของการหยุดยิง

    ทั้งนี้เป็นที่จับตามองว่าหลังจากฟิลิปปินส์ รับตำแหน่งประธานอาเซียน อาจส่งผลดี ต่อประเทศไทย มากกว่าเมื่อครั้งที่ นายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ทำหน้าที่ประธานอาเซียน  เนื่องจากฟิลิปปินส์ ถูกมองว่า
    มีความใกล้ชิดกับ ทางสหรัฐอเมริกา มากกว่าทางจีน ที่อาจทำให้ทิศทางการแก้ปัญหาในภูมิภาค รวมถึงปัญหาระหว่างไทยและกัมพูชา  อาจเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม

    #สีหศักดิ์
    #ประธานอาเซี่ยน
    #กัมพูชาเป็นภัยความมั่นคงของชาติ

    https://www.facebook.com/share/16mdvdJYiL/
     

แชร์หน้านี้

Loading...