ภิกษุมีตนเป็นเกาะ มีตนเป็นที่พึ่ง ไม่มีสิ่งอื่นเป็นที่พึ่ง คือ

Discussion in 'อภิญญา - สมาธิ' started by ฐาณัฏฐ์, Jul 13, 2012.

  1. ฐาณัฏฐ์

    ฐาณัฏฐ์ เป็นที่รู้จักกันดี

    Joined:
    Jan 5, 2008
    Messages:
    6,197
    Featured Threads:
    1
    Ratings:
    +4,075
    พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๙ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๑
    สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค


    จุนทสูตร
    ว่าด้วยการปรินิพพานของพระสารีบุตร

    http://www.84000.org/tipitaka/pitaka2/v.php?B=19&A=4280&Z=4326

    บางตอน

    [๗๓๖] พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า ดูกรอานนท์ สารีบุตรพาเอาศีลขันธ์ สมาธิขันธ์
    ปัญญาขันธ์ วิมุตติขันธ์ หรือวิมุตติญาณทัสสนขันธ์ ปรินิพพานไปด้วยหรือ?

    ท่านพระอานนท์กราบทูลว่า หามิได้ พระเจ้าข้า ท่านพระสารีบุตรมิได้พาศีลขันธ์
    ปรินิพพานไปด้วย ฯลฯ มิได้พาวิมุตติญาณทัสสนขันธ์ปรินิพพานไปด้วย ก็แต่ว่าท่านพระสารีบุตร
    เป็นผู้กล่าวแสดงให้เห็นแจ้ง ให้สมาทาน ให้อาจหาญ ให้รื่นเริง ไม่เกียจคร้านในการแสดง
    ธรรม อนุเคราะห์เพื่อนพรหมจารีทั้งหลาย ข้าพระองค์ทั้งหลายมาตามระลึกถึง โอชะแห่งธรรม
    ธรรมสมบัติ และการอนุเคราะห์ด้วยธรรมนั้น ของท่านพระสารีบุตร.

    [๗๓๗] พ. ดูกรอานนท์ ข้อนั้น เราได้บอกเธอทั้งหลายไว้ก่อนแล้วไม่ใช่หรือว่า
    จักต้องมีความจาก ความพลัดพราก ความเป็นอย่างอื่น จากของรักของชอบใจทั้งสิ้น เพราะ
    ฉะนั้น จะพึงได้ในของรักของชอบใจนี้แต่ที่ไหน? สิ่งใดเกิดแล้ว มีแล้ว ปัจจัยปรุงแต่งแล้ว
    มีความทำลายเป็นธรรมดา การปรารถนาว่า ขอสิ่งนั้นอย่าทำลายไปเลย ดังนี้ มิใช่ฐานะที่จะมีได้


    [๗๓๘] ดูกรอานนท์ เปรียบเหมือนเมื่อต้นไม้ใหญ่ มีแก่น ตั้งอยู่ ลำต้นใดซึ่งใหญ่
    กว่าลำต้นนั้นพึงทำลายลง ฉันใด เมื่อภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ ซึ่งมีแก่น ดำรงอยู่ สารีบุตรปรินิพพาน
    แล้ว ฉันนั้นเหมือนกัน เพราะฉะนั้น จะพึงได้ในข้อนี้แต่ที่ไหน? สิ่งใดเกิดแล้ว มีแล้ว
    ปัจจัยปรุงแต่งแล้ว มีความทำลายเป็นธรรมดา การปรารถนาว่า ขอสิ่งนั้นอย่าทำลายไปเลย
    ดังนี้ มิใช่ฐานะที่จะมีได้ เพราะฉะนั้นแหละ เธอทั้งหลายจงมีตนเป็นเกาะ มีตนเป็นที่พึ่ง
    อย่ามีสิ่งอื่นเป็นที่พึ่ง คือ มีธรรมเป็นเกาะ มีธรรมเป็นที่พึ่ง อย่ามีสิ่งอื่นเป็นที่พึ่งอยู่เถิด.


    [๗๓๙] ดูกรอานนท์ ภิกษุมีตนเป็นเกาะ มีตนเป็นที่พึ่ง ไม่มีสิ่งอื่นเป็นที่พึ่ง คือ
    มีธรรมเป็นเกาะ มีธรรมเป็นที่พึ่ง ไม่มีสิ่งอื่นเป็นที่พึ่งอยู่อย่างไร? ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อม
    พิจารณาเห็นกายในกายอยู่ มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ กำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลก
    เสีย ย่อมพิจารณาเห็นเวทนาในเวทนาอยู่ ... ย่อมพิจารณาเห็นจิตในจิตอยู่ ... ย่อมพิจารณาเห็นธรรม
    ในธรรมอยู่ มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ กำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกเสีย ดูกร
    อานนท์ ภิกษุมีตนเป็นเกาะ มีตนเป็นที่พึ่ง ไม่มีสิ่งอื่นเป็นที่พึ่ง คือ มีธรรมเป็นเกาะ มีธรรม
    เป็นที่พึ่ง ไม่มีสิ่งอื่นเป็นที่พึ่ง อยู่อย่างนี้แล.


    [๗๔๐] ดูกรอานนท์ ก็ภิกษุพวกใดพวกหนึ่ง ในบัดนี้ก็ดี ในกาลที่เราล่วงไปก็ดี
    จักเป็นผู้มีตนเป็นเกาะ มีตนเป็นที่พึ่ง ไม่มีสิ่งอื่นเป็นที่พึ่ง คือ มีธรรมเป็นเกาะ มีธรรมเป็น
    ที่พึ่ง ไม่มีสิ่งอื่นเป็นที่พึ่งอยู่ พวกภิกษุเหล่านี้นั้นที่เป็นผู้ใคร่ต่อการศึกษา จักเป็นผู้เลิศ.
     
    • ถูกใจ ถูกใจ x 6
    • List
  2. วิษณุ12

    วิษณุ12 เป็นที่รู้จักกันดี

    Joined:
    Oct 26, 2008
    Messages:
    5,337
    Ratings:
    +6,850
    แม่นแล้ว น้องโหน่ง :cool:
     
    • ถูกใจ ถูกใจ x 1
    • List
  3. ฐาณัฏฐ์

    ฐาณัฏฐ์ เป็นที่รู้จักกันดี

    Joined:
    Jan 5, 2008
    Messages:
    6,197
    Featured Threads:
    1
    Ratings:
    +4,075
    เข้าใจตรงกันนะน้าปราบ ^^

    ตนที่พึ่งแห่งตน ไม่ใช่เรื่องอัตตาหลังนิพพาน หรือ อัตตาละเอียดอมตะแต่อย่างใด

    พระสูตรไม่ได้หมายถึงอย่างนั้น

    แล้วอีกกระทู้แม่นรึเปล่า :cool:
     
    • ถูกใจ ถูกใจ x 1
    • List
  4. วิษณุ12

    วิษณุ12 เป็นที่รู้จักกันดี

    Joined:
    Oct 26, 2008
    Messages:
    5,337
    Ratings:
    +6,850
    อาศัยกายตนใจตนเท่านั้น เป็นเครื่องฝึก

    ใช้อย่างอื่นนอกจากนี้เป็นเครื่องฝึกไม่ได้

    ต้องประกอบด้วยตัวเองทั้งนั้น ใครก็ประกอบให้ไม่ได้


    :cool:
     
    • ถูกใจ ถูกใจ x 1
    • List
  5. ฐาณัฏฐ์

    ฐาณัฏฐ์ เป็นที่รู้จักกันดี

    Joined:
    Jan 5, 2008
    Messages:
    6,197
    Featured Threads:
    1
    Ratings:
    +4,075
    เนี่ย หมายถึง สติปัฏฐาน๔

    สัมมาสติ ก็คือ สติปัฏฐาน๔

    สัมมาสมาธิ ก็ สติปัฏฐาน๔ เพราะอะไร

    ตอบว่า สติเป็นเหตุใกล้ให้สมาธิเกิด

    ก็ในสติปัฏฐาน ๔ นี้ ประกอบไปด้วย สติ สัมปชัญยะ และ ความเพียร อันนี้ก็ไปไล่มรรคเอา

    ส่วนศีลมรรค สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ สัมมาอาชีวะ อยู่ใน อินทรีย์สังวรณ์

    เป็นเหตุให้ สุจริต ๓ บริบูรณ์

    ครบมั๊ย ^^
     
    • ถูกใจ ถูกใจ x 1
    • List
  6. วิษณุ12

    วิษณุ12 เป็นที่รู้จักกันดี

    Joined:
    Oct 26, 2008
    Messages:
    5,337
    Ratings:
    +6,850
    แล้วเอาอะไรฝึกสติปัฏฐาน 4ล่ะ

    อักษรในตำราอภิธรรม

    หรือ กายกับใจ :cool:
     
    • ถูกใจ ถูกใจ x 1
    • List
  7. ฐาณัฏฐ์

    ฐาณัฏฐ์ เป็นที่รู้จักกันดี

    Joined:
    Jan 5, 2008
    Messages:
    6,197
    Featured Threads:
    1
    Ratings:
    +4,075
    เอาของที่อยู่ในอภิธรรมนั้นแล ภูมิปัญญาพุทธศาสนา

    มาฝึก มาพิจารณา รู้จัก จิต เจตสิก รูป นิพพาน ^^
     
    • ถูกใจ ถูกใจ x 1
    • List
  8. firstini

    firstini เป็นที่รู้จักกันดี

    Joined:
    Mar 24, 2006
    Messages:
    1,213
    Ratings:
    +3,771
    ตอนนี้ผมยึดพระสูตรเป็นที่พึ่งครับ แหะๆ
    เรื่องราวการจบกิจในพระศาสนาของพระอรหันต์ก็มาจากพระสูตรทั้งนั้น
    ผมคนหัวโบราณขอยึดพระสูตรเป็นที่พึ่งที่อาศัยเป็นที่หลับที่นอนที่เคารพ
    มหาสติปัฏฐานสูตรก็อยู่ในพระสูตร
    แต่ผมนิยมที่พระพุทธองค์สอนกรรมฐานอื่นๆด้วย เพราะน่าสนใจมาก
    และพิจารณาตามได้ง่ายมาก

    เรื่องพระนิพพาน ถ้าไม่ใช่พระอริยะผมไม่กล้าพูดมากครับ
    กระดากปาก กลัวตกนรก
    เพราะไม่แจ้งในธรรมแล้วบรรยาย ถ้าผิดก็ปรามาสธรรม
    ถ้าถูกก็เสมอตัว หลบดีกว่า
     
    • ถูกใจ ถูกใจ x 2
    • List
  9. วิษณุ12

    วิษณุ12 เป็นที่รู้จักกันดี

    Joined:
    Oct 26, 2008
    Messages:
    5,337
    Ratings:
    +6,850
    ดีดี ฝึกต่อไป :cool: ^^
     
  10. ฐาณัฏฐ์

    ฐาณัฏฐ์ เป็นที่รู้จักกันดี

    Joined:
    Jan 5, 2008
    Messages:
    6,197
    Featured Threads:
    1
    Ratings:
    +4,075
    ให้เหตุผลง่ายอย่างนี้นะ

    ถ้าไม่รู้จัก เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณมาก่อน

    แล้วจู่ๆ มีคนถามว่า เวทนา ... สัญญา ... สังขาร ... วิญญาณ เที่ยงหรือไม่เที่ยง?

    ก็คงจะตอบแบบ สงสัยว่าคืออะไร ถูกไหม

    ก้คงต้องหาความหมาย หรือฟังคำอธิบายให้เข้าใจก่อน จึงจะเข้าใจว่าหมายถึงอะไร

    หากมีปัญญาขึ้นมาอีก ก็คงเจริญวิปัสสนาควบคู่ไปด้วย

    พอกล่าวถึงเวนา ปัญญาเห็นสภาวะสัจจะของเวทนา แตกไปได้เป็นเวทนา ๓ เวทนา ๕ เวทนา ๑๐๘

    ทีนี้ ปัญญาเราท่านคงไม่ถึงขนาดนั้น คงได้แค่อ่าน แล้วตรึก ก็พอเข้าใจแต่ยังไม่ถึงใจ

    บางท่าน เคยได้ยินมา อาศัยสมาธิ พิจารณาเวทนาโดยความเป็นปรมัตถ์ พอรู้จักลักษณะของเวทนา ก็พอเข้าใจบ้าง

    นี้แล การได้ยินได้ฟังธรรมของสัตปุรุษ เป็นเหตุให้สติเกิด ระลึกได้ ปัญญาเห็นตาม
     
    • ถูกใจ ถูกใจ x 1
    • List
  11. วิษณุ12

    วิษณุ12 เป็นที่รู้จักกันดี

    Joined:
    Oct 26, 2008
    Messages:
    5,337
    Ratings:
    +6,850
    ดีแล้วน้องโหน่ง อ่านแล้วก็พอตรึกได้ ทำตามได้เลยน้องโหน่ง

    :cool:
     
  12. ฐาณัฏฐ์

    ฐาณัฏฐ์ เป็นที่รู้จักกันดี

    Joined:
    Jan 5, 2008
    Messages:
    6,197
    Featured Threads:
    1
    Ratings:
    +4,075
    สำหรับน้าปราบ ก็คงตรึกได้อีกนาน

    เพราะมุ่งแต่วิธีการ มุ่งแต่สีลพตปรามาส

    วันไหนหยุดเพ่งเมฆ FackBook มาบอกด้วยเน้อ ^^
     
  13. ฐาณัฏฐ์

    ฐาณัฏฐ์ เป็นที่รู้จักกันดี

    Joined:
    Jan 5, 2008
    Messages:
    6,197
    Featured Threads:
    1
    Ratings:
    +4,075
    ทุกพระสูตรดีหมดครับ หากไม่เข้าใจ อย่าเพิ่งคิดเอาเอง

    ศึกษาอรรถกถา อธิบายพระสูตรคู่ไปด้วยจะทำให้เข้าใจมากขึ้น

    ส่วนกรรมฐานใดๆหากอยู่ใน กรรมฐาน ๔๐ ก็อนุโมทนาครับ
     
  14. วิษณุ12

    วิษณุ12 เป็นที่รู้จักกันดี

    Joined:
    Oct 26, 2008
    Messages:
    5,337
    Ratings:
    +6,850
    หุหุ แล้วบอกว่าไม่อยากชี้จริตคนอื่น กั๊กๆ

    เฟคบุก ไม่ชอบเล่นอ่ะ เล่นไม่ค่อยเป็น

    ไปอาบน้ำนอนแระ แก่แระตาลาย ^^

    วิสกัสเด้อ

    ป.ปราบ เฟคโพส เฟคโพส อ่ะป่าว หุหุ
     
  15. ฐาณัฏฐ์

    ฐาณัฏฐ์ เป็นที่รู้จักกันดี

    Joined:
    Jan 5, 2008
    Messages:
    6,197
    Featured Threads:
    1
    Ratings:
    +4,075
    ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 7 คน ( เป็นสมาชิก 5 คน และ บุคคลทั่วไป 2 คน )
    หลงเข้ามา, สมถะ, angel16
     
  16. ฐาณัฏฐ์

    ฐาณัฏฐ์ เป็นที่รู้จักกันดี

    Joined:
    Jan 5, 2008
    Messages:
    6,197
    Featured Threads:
    1
    Ratings:
    +4,075
    ไหนๆ :cool::cool:
     
  17. baimaingam

    baimaingam เป็นที่รู้จักกันดี

    Joined:
    May 21, 2010
    Messages:
    634
    Ratings:
    +880
    ขออนุโมทนาสาธุครับ...
    ...หันหลังคืนฝั่ง พ้นจากทะเลทุกข์...
     
  18. ปุณฑ์

    ปุณฑ์ เป็นที่รู้จักกันดี

    Joined:
    Sep 18, 2008
    Messages:
    2,760
    Featured Threads:
    1
    Ratings:
    +4,693
    มีตนเองเป็นที่พึ่งแห่งตน
    (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ).....พระพุทธเจ้าท่านทรงกล่าวไว้ว่า อัตตา หิ อัตตโน นาโถ ตนแลย่อมเป็นที่พึ่งแห่งตน โก หิ นาโถ ปโรสิยาบุคคลอื่นใครเล่าจะเป็นที่พึ่งเราได้ อัตตนา หิ สุทันเตนะ เมื่อเราฝึกฝนตนของเราดีแล้ว นาถัง ลภติ ทุลภัง เราจะได้ที่พึ่งอันบุคคลอื่นพึ่งได้โดยยาก คือ เป็นอันว่าผลของการเจริญสมาธิภาวนาวิปัสสนาญาณ พระพุทธเจ้าทรงยืนยันว่าเราเท่านั้นที่ทำตนเป็นที่พึ่งแห่งตน หมายความว่า ในเมื่อเรารับคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้วต้องปฏิบัติตามด้วยตนเอง ไม่ใช่จะไปนั่งอ้อนวอนให้ครูบาอาจารย์ช่วยบ้าง ขอบารมีคนนี้ช่วย ขอบารมีพระพุทธเจ้าช่วย ขอบารมีพระปัจเจกพุทธเจ้าช่วย ขอบารมีพระอรหันต์ช่วย ขอบารมีเทวดาพรหมช่วย เป็นต้น

    มีพระรัตนตรัยเป็นสรณะ
    สรณะ (อ่านว่า สะระณะ) แปลว่า ที่พึ่ง ที่ระลึก ที่ยึดเหนี่ยว ที่เหนี่ยวรั้งใจ
    สรณะ หมายถึงบุคคลหรือสิ่งใดใดสิ่งหนึ่งที่สามารถเป็นหลักสำหรับเหนี่ยวรั้งไว้มิให้เคว้งคว้าง เป็นที่พึ่งพิงอาศัย เป็นที่ให้ความอุ่นใจ แม้เพียงแค่ระลึกถึงก็ทำให้สบายใจ เกิดความอบอุ่นได้
    สรณะ ในคำวัดหมายถึงพระรัตนตรัยซึ่งเป็นที่พึ่งที่ระลึกสูงสุด ไม่มีสรณะอื่นยิ่งกว่า พระรัตนตรัยจัดเป็นสรณะได้ทั้งยามปกติและยามคับขัน โดยเฉพาะเป็นที่พึ่งทางใจ เป็นอนุสติ เป็นแนวทางสำหรับยึดถือปฏิบัติตามเป็นอย่างดี เรียกการถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะที่พึ่งว่า ไตรสรณคมน์ หรือ ไตรสรณาคมน์

    สรณะ - วิกิพีเดีย
     
    • ถูกใจ ถูกใจ x 2
    • List

Share This Page

Loading...